
อย่ารอ!
ทำไมคนเราต้องรอความช่วยเหลือ ทำไมไม่คิดที่จะช่วยเหลือตัวเองก่อน หรือว่าปูไม่เข้าใจพวกเขา เนื่องจากตัวปูเองเป็นคนชอบทำงาน มีอะไรต้องหาทางแก้ไขด้วยตัวเองก่อน
ทำไมคนเราต้องรอความช่วยเหลือ ทำไมไม่คิดที่จะช่วยเหลือตัวเองก่อน หรือว่าปูไม่เข้าใจพวกเขา เนื่องจากตัวปูเองเป็นคนชอบทำงาน มีอะไรต้องหาทางแก้ไขด้วยตัวเองก่อน
หรือเพราะว่าเรามีพฤติกรรมเยี่ยงนี้จนเกิดความเคยชินก็ไม่รู้นะ เลยไปมองคนอื่นว่าแย่ (*^-^*)
หลายๆ คนที่ปูได้รับโทรศัพท์เข้ามาปรึกษาดวงชะตา แล้วปูอยากจะปรี๊ด เพราะพี่แกไม่ทำการทำงาน มัวแต่รอโชคชะตา หรือรอให้ผู้คนเข้ามาช่วยเหลือ สำหรับปูแล้วเรียกพวกนี้ง่ายๆ ว่า "พวกขี้เกียจ" มีป้าคนนึงอายุก็ไม่ได้มากไปกว่าปูสักเท่าไร เคยเป็นแม่บ้านในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำงาน เพราะว่าแกไปลอกตาเป็นต้อมา เลยต้องหยุดทำงานไปสักพัก แล้วแกมาถามว่าลูกจะเลี้ยงแกมั้ย? พอตรวจดวงชะตาแล้ว ท่าทางลูกไม่น่าจะเลี้ยงแม่ หรือถ้าจะเลี้ยงก็ทำเป็นพิธี แค่คำว่า "แม่" ค้ำคออยู่เท่านั้นแระ ไม่ใช่ว่าเพราะเด็กคนนั้นอกตัญญูนะ (o _ o | ...แต่เพราะคุณป้าคนนี้แกไม่เคยเลี้ยงลูกเลยไง ไม่ค่อยได้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันนัก ได้อุ้มได้กอดบ้างรึป่าวก็ไม่รู้ พอปูถามว่า "เคยกอดลูกบ้างมั้ย?" แกตอบปูว่าไงรู้มั้ย? ถ้าปูเป็นลูกแล้วได้ยินก็คงเสียใจเหมือนกันแระ แกว่า "อ้าว! เหรอจำเป็นต้องกอดลูกด้วยเหรอ?" น่านนนนไงล่ะ! (* - -) เพราะพอแกมีลูกก็ส่งไปให้คุณยายเลี้ยง พอมันโตทำงานได้ก็เริ่มไม่อยากทำงานแระ อยากให้ลูกหาเลี้ยง ส่วนคุณลูกก็มีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบอยู่นะ ไม่ใช่ตัวเปล่าเล่าเปือยซะเมื่อไรกันล่ะ ลูกเมียก็มี ยัยคุณป้าแกยังมาตัดพ้ออีกนะว่า ดูซิกับแม่ยายอ่ะทำไมลูกชายถึงชอบที่จะไปอยู่พูดคุยดูแลเขา กับแม่ตัวเองทำไมส่งให้แต่เงินนานๆ มาหาสักที ไม่รู้ว่าโกหกรึป่าวว่าไปลงทุนกับเพื่อนแล้วขาดทุนเครียด ปูก็ได้แต่ปลอบใจไปว่าลูกชายเขาต้องไปเจริญก้าวหน้าในที่ไกลๆ เขาต้องอยู่กับลูกกับเมียในบ้านแม่ยาย เป็นธรรมดาที่ต้องดูแลกันไปเพราะความใกล้ชิด เขาส่งเงินมาให้ป้าก็ถือว่าดีแล้วล่ะคุณพี่ (>_<;) แต่ในใจอยากจะบอกแกไปนะว่า อ้าว! ก็ทีป้ายังเลี้ยงเขาด้วยเงินเลยนี่ อีกอย่างลูกบอกว่าเครียดขาดทุน แทนที่จะให้กำลังใจ กลับไปเร้าหรือเบียดเบียนลูก ทั้งๆ ที่ลูกบอกว่ากำลังลำบากอีก เฮ้อ!...ตอนนี้ดวงตาแกเจ็บทำงานไม่ได้ ป้าแกก็บ่นว่าเมื่อไรจะพ้นเคราะห์พ้นโศกสักที จังหวะชีวิตของป้าแกในปีนี้ก็ไม่ได้มีอะไรที่แย่เลยนี่น่า แต่จากนิสัยตามวันเดือนปีเกิดของป้าแกคือขี้เกียจเป็นทุนเดิมไง พอไม่ได้ทำงานก็ต้องขอเงินลูกใช้ นี่ดีนะที่ยังมีลูกให้ขอ ถ้าไม่มีมิต้องไปเป็นขอทานรึ ปูก็บอกให้แกออกไปทำงาน เพราะก็ยังไม่แก่สักเท่าไหร่ ก็แค่ 54 ไม่ใช่ 70 สักหน่อย ตาเจ็บก็เจ็บข้างเดียว คนตาบอดเยอะแยะไปที่เขาทำงานหาเงินได้ (^_^*)
บางครั้งคนเราก็ชอบเข้าใจผิดในเรื่อง ของโชคลาภและความสุขเนอะ โชคลาภไม่ได้หมายถึงเงินทองเสมอไปนะคะคุณ โชคลาภ อาจหมายถึงความสุขกายสบายใจในทุกๆ เรื่องก็ได้ หรือบางคนหายจากโรคภัยไข้เจ็บก็ถือว่าเป็นโชคลาภที่ดีอย่างหนึ่งนะ ชิมิ หรือลูกหลานบริวารไม่ทำเรื่องให้เดือดร้อนก็ถือว่าเป็นโชคลาภ ทำไมคนชอบคิดเป็นเรื่องเงินเรื่องทองไปซะหมดก็ไม่รู้ดิ พอเงินไม่พอใช้ก็หาว่าดวงไม่ดีซะงั้น อยากเสี่ยงโชคเสี่ยงดวง รอลาภลอย ในเมื่อรายได้ไม่พอกับรายจ่ายแทนที่จะขวนขวายหารายได้เพิ่มหรือลดค่าใช้จ่ายลง กับนั่งรอโชครอโอกาส สมัยนี้ยากส์ นอกซะจากตัวเราต้องวิ่งเข้าหาโอกาสเอง ขืนรอให้โอกาสเข้ามาหา คงต้องรอกันนานหน่อยล่ะ เพราะใครที่เขาขยันไม่อยู่นิ่ง มีสติรู้จักใช้จ่ายเงินทอง ก็สามารถร่ำรวยได้แม้ไม่ได้มีมรดกตกทอดมาก็ตาม \(^o^)/
แฟนคลับ FM 95 คนหนึ่ง ปูชื่นชมแกนะ ตาพันข้าวขาหมู แกเป็นคนใต้อยู่นครศรีธรรมราช อ.ปากพนัง เรียนจบแค่ ปวส. ดันจับได้ใบแดงต้องไปเป็นทหาร เลยไม่ได้เรียนต่อ เข้ามาในกรุงเทพฯ มีสตางค์ติดตัวมา 50 บาท มาอยู่กับพี่สาว ทำงานสารพัด ณ ปัจจุบันแกขายข้าว ขาหมูแถวลาดพร้าว 101 เป็นแผงในตลาดสดเนี่ยแหละ ไม่ได้มีร้านโรงอะไรใหญ่โตกับเขาหรอกนะ แต่ด้วยความขยันสามารถขยายได้อีกแผงเป็นสองแผง และด้วยความรู้จักเก็บรู้จักกินรู้จักใช้ แกได้บ้านได้รถแบบสบายๆ ในเวลาไม่กี่ปี
ดูซิคนแบบเนี่ย เขากระตือรือร้น ขยันทำมาหาเงินและใช้เงินเป็น ถามว่าแล้วเขาเหนื่อยมั้ย? ก็ต้องเหนื่อยมากเป็นธรรมดาล่ะ แต่หยาดเหงื่อแรงงานของเขามันเป็นผลในยามแก่เฒ่าไง อย่างMน้อยก็ไม่ต้องเช่าบ้านไปจนแก่ตายล่ะ เอ้า!







