posttoday
‘รับผิดชอบต่องาน’ คติประจำใจ กุลนิดา อนาโลม

‘รับผิดชอบต่องาน’ คติประจำใจ กุลนิดา อนาโลม

16 พฤศจิกายน 2557

นักศึกษาสาวน้อยวัย 19 ปี หน้าหวานกิริยาเรียบร้อยสไตล์สาวไทยแท้ ฮาย-กุลนิดา อนาโลม

นักศึกษาสาวน้อยวัย 19 ปี หน้าหวานกิริยาเรียบร้อยสไตล์สาวไทยแท้ ฮาย-กุลนิดา อนาโลม เจ้าของส่วนสูง 165 เซนติเมตร กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์ เอกวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เธอเลือกทำงานถ่ายแบบอยู่เบื้องหน้ามาตั้งแต่ชั้นมัธยมต้น ปัจจุบันเธอสังกัดอยู่โมโน สตาร์ แคมปัส จึงมีงานถ่ายแบบและเป็นพิธีกรรายการในเครือโมโน ด้วยคุ้นกับงานถ่ายแบบพอเรียนต่อปริญญาตรีเธอจึงเลือกเรียนเกี่ยวกับการทำงานเบื้องหลัง ที่ในอนาคตแม้ไม่ได้ทำงานเบื้องหน้า ก็สามารถผันตัวเองไปทำงานเบื้องหลังได้ เนื่องจากงานเบื้องหน้าเป็นอาชีพที่ไม่ค่อยมั่นคง ล่าสุดเธอกำลังมีงานแสดงละครเรื่องน้ำใสใจจริง มีคิวออนแอร์กับค่ายต้นสังกัดอีกเช่นกัน

“ตอนนี้มีงานละครเรื่องน้ำใสใจจริงรับบทใกล้ตัวคือนักศึกษาชื่อกิ๊ก มีคาแรกเตอร์ที่ใกล้เคียงกับตัวเอง แต่ต้องสวมบทบาทเป็นเด็กช่างประจบอาจารย์และคิดว่าตัวเองเก่ง ตอนนี้กำลังเรียนด้านแอ็กติ้งอย่างจริงจัง เพราะบทนี้เป็นบทที่แปลก อยากลองเล่นดู เพราะเวลาแสดงหน้าตาต้องดูฉลาดเฉลียว ซึ่งแตกต่างจากตัวจริงที่เป็นคนสบายๆ ค่ะ”

กุลนิดาได้ลองทั้งงานแสดงละครและงานพิธีกร การทำงานตั้งแต่ชั้นมัธยม 3 ฝึกให้เธอเป็นเด็กมีความรับผิดชอบ อีกทั้งช่วยแบ่งเบาภาระคุณพ่อคุณแม่เรื่องค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย  ซึ่งเธอก็ชอบทั้งสองอย่าง เพราะเป็นความฝันอยากเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่เด็กๆ เพราะนอกจากได้โอกาสที่ดีแล้ว เธอยังได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้เก่งรอบด้านมากขึ้น และพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อสานฝันอยากมีธุรกิจเสื้อผ้าเป็นของตัวเอง

 เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยทำให้ตารางทั้ง 7 วันค่อนข้างเต็ม แต่การเรียนก็ไม่ตกเพราะได้เกรดเฉลี่ยประมาณ 3.3 มาครอง ทั้งนี้เคล็ดลับเรียนดีของเธอก็คือ รู้จักแบ่งเวลาให้ลงตัวท้ั้งการเรียนและการทำงาน

“ฮายเรียนหนัก 5 วัน วันจันทร์ถึงเสาร์ แต่พฤหัสจะว่างก็จะไปฟิตติ้งละครและไปติวและทำรายงานกับเพื่อนๆ ที่มหาวิทยาลัยบ้าง แต่โชคดีที่่สาขาวิทยุโทรทัศน์เรียนไม่ยากมาก เน้นทำรายงาน แต่เกรดเฉลี่ย 3.3 ถือเป็นเกรดที่ปกติสำหรับเด็กที่เข้าเรียนทุกคาบและทำรายงานส่งก็ได้เกรดประมาณเท่านี้ เวลาสอบก็ต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือบ้าง เทอมนี้อาจารย์เช็กชื่อตั้งแต่ต้นชั่วโมง ก็อย่าเข้าเรียนสาย คือเราต้องมีความรับผิดชอบ ต้องเคร่งกับการเรียนมากๆ ตารางชีวิตของฮายค่อนข้างเป๊ะๆ พยายามเข้าเรียนทุกครั้ง จริงที่ความรู้มีอยู่ในชีต แต่การเข้าฟังอาจารย์ทุกคลาสจะช่วยให้เข้าใจได้มากกว่า เรียนให้เข้าใจในห้องไปเลย เร็วกว่าไปอ่านเอง มีรายงานทำทุกคาบ หยุดเรียนไม่ได้จริงๆ ต้องรู้จักแบ่งเวลาให้ดี” โดยวิชาที่ี่ฮายทำได้ดีที่สุดคือ ทฤษฎีการวิจัยเพราะอาจารย์สอนสนุก มีกลยุทธ์ในการสอนน่าสนใจ หรือวิชาเรียนภูมิปัญญาไทย คิดประดิษฐ์สิ่งแปลกใหม่ เช่น ขนมปังมีรสมัสมั่น คิดแล้วต้องทำให้ได้ แล้วนำไปให้อาจารย์ลองชิม หากไม่ผ่านให้คิดใหม่ หากผ่านแล้วต้องนำไปขายให้ได้ เป็นการทำงานกลุ่มที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

นอกจากการเรียนแล้ว กิจกรรมอื่นๆ ภายในรั้วมหาวิทยาลัยคือ การเป็นนางแบบให้เพื่อนถ่ายภาพไปประกอบรายงานส่งอาจารย์ แทนการเป็นเชียร์ลีดเดอร์ที่ต้องซ้อมตัั้งแต่เย็นยันดึก และต้องฝึกซ้อมทุกวันทำให้เธอไม่มีเวลา หากเลือกทำกิจกรรมภายในรั้วมหาวิทยาลัยก็อาจทำให้เกรดเฉลี่ยตกก็ได้

เกริ่นไปแล้วเรื่องอาชีพในฝัน ความฝันสูงสุดหากไม่ได้ทำงานในวงการบันเทิง เธอมีความฝันอยากทำงานเบื้องหลังเป็นผู้ช่วยกล้อง หรือช่วยงานเบืื้องหลังอื่นๆ เช่น ประสานงาน เป็นต้น

‘รับผิดชอบต่องาน’ คติประจำใจ กุลนิดา อนาโลม

 

“ถ้าไม่ได้แสดงละครก็อยากทำงานเบื้องหลัง แต่คงไม่ขนาดเป็นผู้กำกับ เพราะฝีมือคงไม่ถึง อีกงานที่อยากทำคืออยากมีร้านเสื้อผ้าน่ารักๆ เป็นของตัวเอง หรือไม่ก็ทำร้านเค้ก หรือร้านน้ำปั่น แต่ระยะหลังพยายามไม่กินเค้ก เพราะเค้กค่อนข้างเป็นอุปสรรคต่ออาชีพนักแสดง เพราะจะทำให้อ้วน เป็นนักแสดงต้องมีความรับผิดชอบต่อตัวเองคือ ต้องดูแลเรื่องน้ำหนัก กินเค้กได้แต่ต้องกินให้น้อย และต้องกินอาหารเป็นเวลา อยากกินต้องอดใจ กินตามใจปากไม่ได้ อีกทั้งยังต้องออกกำลังกาย แต่ฮายไม่ชอบ ไม่ค่อยมีระเบียบเรื่องการออกกำลังกาย จึงต้องควบคุมเรื่องการกินแทน เพราะเราต้องมีความรับผิดชอบต่องานค่ะ”

สุดท้ายกุลนิดาอยากฝากบอกเพื่อนๆ ว่า คนเราเลือกที่จะเกิดมาสบายอยู่บนกองเงินกองทองไม่ได้หมดทุกคน เพราะชีวิตไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ แต่เราเลือกเป็นคนดี ซื่อสัตย์ได้ บางคนอาจเกิดมาในครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย ก็อย่าน้อยใจ เพราะเราเลือกทำสิ่งที่ดีได้ในอนาคต ใครทำงานได้ตั้งแต่เด็กๆ ก็อยากให้ใช้ครึ่งเก็บครึ่ง รู้จักอดออม

“ฮายเริ่มทำงานตั้งแต่มัธยม 3 และทำงานมาเรื่อยๆ จนไม่ต้องรบกวนเงินพ่อแม่สำหรับเงินที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ค่ากิน ค่ารถและค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ จากเมื่อก่อนเป็นคนใช้เงินเก่ง พอได้ทำงานเอง ทำให้ตอนนี้รู้จักใช้เงิน รู้จักออมมากขึ้น ออมเพื่ออนาคตเพราะทำงานจริงๆ แล้วทำให้รู้ว่าทำงานจริงๆ ไม่ได้สบาย เงินหายากมาก ต้องใช้ความสามารถตัวเราเองทั้งนั้น แม้บางครอบครัวอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่เราทำตัวเราให้สมบูรณ์ได้ ฉะนั้นอย่าท้อ”

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว