
ดูรูปแบบการศึกษาต้องมาที่ฟินแลนด์
ยุคนี้สมัยนี้หลายประเทศเลือกที่จะใช้วิธีในการสร้างชาติโดยใช้วิทยาศาสตร์เป็นหลัก
ยุคนี้สมัยนี้หลายประเทศเลือกที่จะใช้วิธีในการสร้างชาติโดยใช้วิทยาศาสตร์เป็นหลัก เพราะตระหนักดีว่าวิทยาศาสตร์นั้นเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้รวดเร็วที่สุด หลายประเทศจึงสร้างนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยของตัวเองขึ้นมา แต่การจะทำสิ่งนั้นก็ไม่ง่ายนัก เพราะต้องใช้เวลาพอสมควร ในการวางรากฐานการเป็นนักวิทยาศาสตร์ตั้งแต่การศึกษาในระดับล่างสุดไปจนถึงระดับบนสุด ฟินแลนด์ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ประสบความสำเร็จในการสร้างนักวิทยาศาสตร์เก่งๆ โดยไม่จำเป็นจะต้องทำให้เด็กนักเรียนที่นี่เรียนหนัก หรือจะต้องไปเรียนกวดวิชาเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา
อันที่จริงแล้ว หลักวิธีคิดในการสร้างคนให้มีคุณภาพของประเทศฟินแลนด์นั้น ได้เริ่มต้นกระบวนการขึ้น ตั้งแต่การตั้งครรภ์ ซึ่งแม่และเด็กในครรภ์จะได้รับการดูแล และการตรวจเช็กทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กที่เกิดมาจะมีความสมบูรณ์ทั้งสุขภาพและร่างกาย เมื่อคลอดออกมาแล้ว ทั้งแม่และเด็กก็จะได้รับสวัสดิการที่ดีจากภาครัฐ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนให้คุณแม่ได้หยุดงานเพื่อดูแลลูกน้อย คอยมอบความรักและช่วยสร้างความอบอุ่น เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี และพร้อมเข้าสู่ระบบการศึกษาต่อไปในอนาคต
แม้ว่าฟินแลนด์จะให้ความสำคัญกับการศึกษา และมีการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาอย่างจริงจัง แต่คนที่นี่ไม่ได้เร่งรัดหรือยัดเยียดให้เด็กเรียนเนื้อหาวิชาการในช่วงก่อนวัยเรียน ซึ่งคุณ Vesa Valkila ครูใหญ่แห่งโรงเรียนนานาชาติตุรกุ (Turku) บอกกับเราว่า “การสร้างความพร้อมเพื่อการเรียนรู้” นอกจากจะหมายถึงการสร้างความพร้อมให้เด็กเล็กก่อนเข้าสู่วัยเรียนแล้ว ยังหมายรวมถึงการสร้างบรรยากาศในห้องเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนมีความพร้อมก่อนเข้าสู่บทเรียนด้วยเช่นกัน ดังนั้นการที่ครูของฟินแลนด์จะต้องจบการศึกษาในระดับสูงนั้น ก็ย่อมที่จะมีความสามารถสูง ในการคิดค้นกระบวนการสร้างแรงจูงใจในการเรียนให้กับเด็กๆ ซึ่งจะต้องผนวกเอาการเตรียมความพร้อมและความเต็มใจที่อยากจะสนุกกับการเรียนให้เกิดขึ้นกับเด็กๆ ทุกคน เมื่อเกิดแรงจูงใจในตัวเองแล้ว ก็ย่อมจะนำไปสู่การมุ่งเรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างมีความตั้งใจมากขึ้น และที่โรงเรียนแห่งนี้สนับสนุนให้เด็กเล็กก่อนวัยเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ผ่านการเล่นสนุกอย่างเต็มที่ แต่การเล่นเหล่านั้นจะต้องมีระดับทักษะที่พัฒนาไปตามวัยด้วย ดังนั้นครูจะต้องมีการออกแบบวิธีการเล่นที่สามารถพัฒนาทักษะที่ช่วยส่งเสริมกระบวนการคิดและการแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งเด็กจะถูกนำไปใช้ประโยชน์เมื่อเข้าสู่ระดับชั้นประถมไปจนถึงระดับอุดมศึกษา
การเรียนการสอนของฟินแลนด์นั้น จะไม่เน้นเรื่องผลสอบหรือลำดับของคะแนนเป็นหลัก แต่จะให้ความสำคัญกับองค์ความรู้ ที่ผู้เรียนจะสามารถนำเอาไปใช้ได้จริงในการทำงานและในชีวิตประจำวัน ครูผู้สอนบางท่านอาจนำเอาเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาสร้างความน่าสนใจให้กับบทเรียนได้แต่สิ่งสำคัญที่สุดจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้อย่างแท้จริง
ความท้าทายของระบบการศึกษาในทุกๆ ประเทศ คือ การปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้เรียนที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยและสิ่งแวดล้อม ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ท้าทายวงการการศึกษาของฟินแลนด์อยู่ไม่น้อย ซึ่ง Dr. ErnoLehtinen (Academic professor, Department of Teacher Education University of Turku) บอกกับเราว่า ผลของการพัฒนาเทคโนโลยี แน่นอนว่ามันทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์สื่อสารทันสมัย เช่น โทรศัพท์สมาร์ทโฟนแท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์ รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งมีผลทำให้พฤติกรรมการสืบค้นข้อมูลของกลุ่มคนวัยเรียนเปลี่ยนไปพวกเขาใช้มันเพื่อเก็บข้อมูลอย่างรวดเร็วโดยปราศจากการไตร่ตรอง วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลเข้าหากัน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในหลายๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงที่ฟินแลนด์อีกด้วย จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายวงการการศึกษาอยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม วิธีการเรียนการสอนของฟินแลนด์นั้น จะมีการพัฒนาและปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ โดยครูผู้สอนจะทำงานร่วมกับนักวิจัย และวิชาการด้านการศึกษาเพื่อร่วมกันพัฒนาวิธีการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับยุคสมัย และพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กอยู่ตลอดเวลา ซึ่งคุณเตอร์ นักเรียนปริญญาเอก ด้านการพัฒนาการศึกษาชาวไทยที่ศึกษาอยู่ที่นี่บอกกับเราว่า อาชีพครูในฟินแลนด์ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ดังนั้นธรรมเนียมปฏิบัติเก่าๆ หรือรูปแบบการสอนเดิมๆ จะไม่มีให้เห็นในประเทศนี้ การที่ครูทำงานร่วมกับนักวิจัยและนักวิชาการด้านการศึกษา เพื่อนำเอา
นวัตกรรมใหม่ๆ ไปประยุกต์ให้เกิดขึ้นจริงในห้องเรียน ก็ทำให้ครูเป็นอาชีพที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการสร้างบุคลากรของชาติ
ทุกวันนี้ได้มีผลพิสูจน์และเป็นที่ยอมรับแล้วว่า วิธีการเรียนการสอนแบบฟินแลนด์ สามารถสร้างสรรค์นักเรียนที่มีคุณภาพ และมีศักยภาพระดับโลกได้ โดยผลจากโครงการประเมินศักยภาพเด็กนักเรียนสากล หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า PISA ที่จัดทำขึ้นโดย “องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา”ชี้ให้เห็นว่า คุณภาพของเด็กนักเรียนฟินแลนด์นั้น อยู่อันดับต้นๆ ของโลกมาโดยตลอด โดยมีหลายปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของฟินแลนด์ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพครู วิธีการเรียนการสอน และการให้การสนับสนุนด้านงบประมาณจากภาครัฐ ตลอดจนความร่วมมือของทุกฝ่าย ว่ากันว่าผู้เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาของฟินแลนด์จะทำงานกันเป็นทีม ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลกลาง กระทรวงศึกษา เทศบาลท้องถิ่น โรงเรียน ครูและโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันครอบครัว ทั้งนี้ก็เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกันคือ “การศึกษาที่มีคุณภาพ”
รัชนันท์ ธนานันท์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ มองถึงภาพรวมการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ ว่า การสานต่อนโยบายการศึกษาของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การศึกษาของประเทศนี้เดินหน้าพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าสูตรสำเร็จของฟินแลนด์อาจไม่สามารถนำมาใช้กับประเทศไทยได้หมด เพราะมีบริบททางสังคมต่างกัน แต่อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้ว่า การเห็นพ้องต้องกันของคนในชาติที่ตรงกันว่า การศึกษาคืออนาคตของชาติ เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ชาวฟินแลนด์ทุกๆ คนร่วมมือกันปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดีในการปรับประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย แต่คงจะต้องใช้ระยะเวลายาวนาน เพราะฟินแลนด์เองนั้นก็ใช้เวลาในการปฏิรูปการศึกษาถึง 30 ปี
ดูเหมือนว่าเราไม่อาจลอกเลียนแบบหรือปฏิรูปการศึกษาตามแบบอย่างของฟินแลนด์ได้ทั้งหมด แต่เราสามารถปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงแนวทางการศึกษาในแบบของเราเองได้ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงนโยบายการศึกษาให้มีความทันสมัยมากขึ้น การจัดให้มีความร่วมมือปฏิรูปการศึกษาจากหลายๆ ฝ่าย การปรับเปลี่ยนค่านิยมที่สถาบันครอบครัวมักจะผลักภาระในการอบรมบุตรหลานให้กับสถาบันการศึกษาทั้งหมด และถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องใช้วิธีการ Child Center หรือการให้เด็กเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้อย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที ถ้าทำได้สำเร็จ เมื่อนั้นเราคงเห็นเด็กไทยก้าวไกลในเวทีโลกอีกมากขึ้น







