posttoday
รู้จักทุน ‘ชีฟนิ่ง’ ปั้นเด็กไทยให้คิดแบบ ‘อังกฤษ’

รู้จักทุน ‘ชีฟนิ่ง’ ปั้นเด็กไทยให้คิดแบบ ‘อังกฤษ’

03 พฤศจิกายน 2557

“อังกฤษ” เป็นประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามากเป็นลำดับต้นๆ

“อังกฤษ” เป็นประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามากเป็นลำดับต้นๆ โดยแต่ละปี มีนักเรียนไทยเดินทางไปศึกษาต่อที่อังกฤษไม่ต่ำกว่า 8,000 คน ซึ่งอังกฤษถือเป็นต้นตำรับของสหวิทยาการหลายอย่าง โดดเด่นทั้งในด้านการเมืองการปกครอง นิติศาสตร์ รวมถึงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีจุดพิเศษอยู่อย่างหนึ่ง คือ การศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่อังกฤษ ใช้เวลาเพียงแค่ 1 ปี ก็สามารถจบการศึกษาได้ รวดเร็วกว่าศึกษาต่อที่ประเทศอื่น

เพื่อโปรโมทการศึกษาต่อที่อังกฤษ มาร์ค เคนท์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชน เพื่อเล่าให้ฟังถึงข้อดีของการศึกษาต่อในประเทศอังกฤษ รวมถึงแนะนำทุนการศึกษา “ชีฟนิ่ง” ของรัฐบาลอังกฤษ ประจำปีการศึกษา 2558-2559 ซึ่งมอบให้กับนักศึกษาทั่วโลก

สำหรับโครงการทุนการศึกษาชีฟนิ่ง เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2526 โดยมีการแจกทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาระดับปริญญาโทจาก 150 ประเทศทั่วโลก ทำให้ขณะนี้มีศิษย์เก่าชีฟนิ่งมากกว่า 4.3 หมื่นคน ทำงานในหลากหลายสาขาอาชีพทั่วโลก โดยในประเทศไทยปัจจุบันมีศิษย์เก่าทุนชีฟนิ่งมากถึง 320 คน

ประเทศไทยมีการมอบทุนเป็นประจำทุกปี ได้แก่ สาขาประชาธิปไตยการเมืองและการปกครอง  สาขาสิทธิมนุษยชน สาขาการจัดการความขัดแย้ง สาขาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและพลังงาน สาขาการค้าและการลงทุน สาขาเศรษฐศาสตร์การปกครอง แต่ที่พิเศษกว่าก็คือปีนี้รัฐบาลอังกฤษเพิ่มจำนวนทุนให้กับนักศึกษาไทยขึ้นเป็นอีก 3 เท่า จากเดิมที่รับนักศึกษาไทยเพียงปีละ 8 คน เพื่อขยายโอกาสการศึกษาต่อของคนไทยให้กว้างขึ้น

“การศึกษาเป็นพื้นฐานของการพัฒนาในทุกๆ สังคม ทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งรัฐบาลอังกฤษตระหนักดีในข้อนี้และผลักดันให้การศึกษาเป็นส่วนสำคัญของนโยบาย โดยในแต่ละปี กระทรวงการต่างประเทศรัฐบาลอังกฤษ ร่วมกับภาคเอกชนมอบทุนชีฟนิ่งซึ่งเป็นทุนการศึกษาระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยต่างๆ ของอังกฤษ โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ให้กับนักเรียนต่างชาติทั่วโลก” มาร์ค เคนท์ เล่าให้ฟัง

เอกอัครราชทูตอังกฤษบอกอีกว่า ข้อดีของการศึกษาต่อในอังกฤษ ก็คือ ระบบการศึกษา และอาจารย์มักจะกระตุ้นให้นักเรียนตั้งคำถามตลอดเวลา ตั้งแต่การศึกษาในประถม ไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งการตั้งคำถามก็จะเข้มข้นมากขึ้นตามลำดับการศึกษา เพราะฉะนั้นนักศึกษาที่จบจากอังกฤษจะมีทักษะในการตั้งคำถาม วิเคราะห์เนื้อหา รวมถึงหาคำตอบที่กว้างขวางมาก

“หลังจากนั้น พอผมไปเรียนที่ประเทศอื่น จะเห็นชัดทันทีว่าข้อสอบมักจะเน้นการท่องจำ หรือต้องตอบตามตำรา แต่ที่อังกฤษเวลาสอบ อาจารย์จะให้โอกาสคุณในการวิเคราะห์ ให้เหตุผล และตอบคำถามในแบบที่คุณคิด โดยอาศัยสิ่งที่อยู่ในบทเรียนมาประกอบการตอบคำถามเท่านั้น ขณะที่บรรยากาศการเรียนการสอน นักศึกษาทุกคนจะกระตือรือร้นมากในการหาประเด็นมาถกเถียงกับอาจารย์ในชั้นเรียน ผมคิดว่า การจำทุกอย่างในตำรา แล้วเขียนซ้ำอีกครั้ง ไม่อาจเรียกว่า ‘การศึกษา’ ได้” มาร์ค บอกกับเรา

ด้านคำถามที่ว่า อังกฤษได้อะไรจากการ “นำเข้า” นักศึกษาไปศึกษาต่อจำนวนมากผ่านทุนชีฟนิ่ง เอกอัครราชทูตอังกฤษ ตอบว่า เมื่อนักศึกษาเหล่านี้เดินทางกลับไปยังประเทศต้นทาง และกลับไปทำงานตามวิชาชีพที่ตัวเองสนใจ ก็จะเข้าใจวิธีคิดของคนอังกฤษ เปรียบเสมือนเป็น “เพื่อนสนิท” ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งกับการทำธุรกิจ วัฒนธรรม หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงมิตรภาพระหว่างอังกฤษกับไทย ก็จะแนบแน่นขึ้นตามไปด้วย 

ปัจจุบันประเทศไทยมีศิษย์เก่าทุนชีฟนิ่งมากกว่า 320 คน คนดังๆ อย่าง จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้ว นักร้องชื่อดัง, อรรคพล สรสุชาติ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้ประกาศข่าวไทยพีบีเอส, กรุณา บัวคำศรี ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 รวมถึง สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย ซึ่งไปศึกษาต่อเมื่อปี 2540-2541 จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญาโทจากมหาวิทยาลัยวอริค สาขาการเมืองการต่างประเทศ

สุณัย บอกว่า รู้จักทุนชีฟนิ่งจากการแนะนำของอาจารย์ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจบการศึกษาจากอังกฤษ โดยในตอนนั้นเขาลังเลระหว่างการศึกษาต่อที่สหรัฐ หรือจะไปที่อังกฤษ แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจสมัครทุนชีฟนิ่ง และได้รับคัดเลือกในที่สุด

“แน่นอน การเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียน ค่อนข้างหนัก แต่บรรยากาศในแคมปัส ส่งเสริมการเรียนรู้มาก ในห้องสมุดเขาจะมีหนังสือดีๆ เต็มไปหมด ที่สำคัญยังเปิด 24 ชั่วโมง จนผมต้องไปขลุกอยู่ในนั้นทั้งวัน” สุณัย เล่าให้ฟัง

ผลจากการศึกษาต่อที่อังกฤษ ยังทำให้สุณัยเชี่ยวชาญการเขียนรายงานขนาดความยาวเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากขณะที่เรียน อาจารย์จะกระตุ้นให้เขียนรายงาน 2,500 คำส่งทุกสัปดาห์ ซึ่งเป็นประโยชน์กับสุณัยมากในการทำงานทุกวันนี้ ที่ต้องเขียนรายงานส่งไปยังองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ แทบทุกวัน

เช่นเดียวกับการที่ทำให้สุณัยมีโอกาสรู้จักกับเพื่อนต่างชาติที่ได้รับทุนชีฟนิ่ง เพราะทุกวันนี้สุณัยก็ยังติดต่อประสานงานกับเพื่อนฝูงจากทั่วโลกอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยสายสัมพันธ์ดังกล่าว ทำให้การทำงานในฐานะที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ ง่ายขึ้นมาก

ขณะที่ ธัญ คงสวัสดิ์เกียรติ Legal Manager บริษัท แกล็กโซสมิทไคลน์ ประเทศไทย และศิษย์เก่าทุนชีฟนิ่ง ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านกฎหมาย จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้ชี้ให้เห็นว่า การศึกษาต่อในอังกฤษ เน้นการคิดวิเคราะห์เป็นอย่างมาก ทำให้เข้าใจในบทเรียนมากขึ้น ขณะเดียวกันการโต้เถียงกับอาจารย์ในขณะที่เรียนถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเจอทุกวัน ซึ่งการเรียนเน้นการคิดวิเคราะห์มาก ไม่เน้นท่องจำ

“ที่นี่ทำให้ผมรู้ว่าการโต้เถียงอาจารย์ที่สอนเป็นเรื่องปกติและสนุกสนาน เพราะนักเรียนทุกคนจากทุกประเทศไม่สามารถที่จะเก็บตัว หรือนั่งเงียบๆ ได้ แต่ทุกคนต้องตั้งคำถาม และตอบคำถามตัวเอง ซึ่งวิธีการนี้ ผมคิดว่าทำให้นักเรียนได้พัฒนาตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการศึกษา ค้นคว้า เพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดไปถกเถียงกับอาจารย์ และทำให้เราไม่สามารถหยุดคิดได้เลย ซึ่งต่างกับการศึกษาในบ้านเราพอสมควร” ธัญ บอกกับเรา

ขณะนี้ทุนชีฟนิ่งกำลังเปิดรับสมัครในประเทศไทยไปจนถึงวันที่ 15พ.ย. สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.chevening.org/apply

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ