
สาวชอบใส่ส้นสูง เสี่ยงโรคข้อเข่าเสื่อม
สำหรับสาวๆ ที่ชอบใส่ส้นสูงติดต่อกันเป็นเวลานานๆ หรือใส่ตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดขา ปวดเท้า ปวดหลัง
โดย...อนุสรา ทองอุไร
นพ.ธนันท์ สมิทธารักษ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่า สำหรับสาวๆ ที่ชอบใส่ส้นสูงติดต่อกันเป็นเวลานานๆ หรือใส่ตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดขา ปวดเท้า ปวดหลัง หรือลุกลามไปเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้ในอนาคต และมีความเสี่ยงมากสำหรับสาวๆ ที่มีน้ำหนักตัวเกิน และสาวๆ ที่ชอบวิ่งบนรองเท้าส้นสูง หรือแม้แต่ใส่ขึ้นลงบันไดก็ตาม เนื่องจากการสวมใส่ส้นสูงทำให้เท้าต้องยืนเขย่งอยู่ตลอดทั้งวันนั้น ทำให้กระดูกนิ้วเท้า เอ็นข้อเท้า เอ็นร้อยหวาย กล้ามเนื้อน่อง และเข่า ต้องเกร็งอยู่ตลอดเวลา ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของเลือด ทำให้เกิดอาการปวดน่องบ่อยๆ และเป็นตะคริว ซึ่งอาการเหล่านี้จะส่งผลให้เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้ก่อนวัยอันควร หากใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสมกับรูปเท้า ก็อาจเกิดการกดทับและเสียดสี ก็อันตรายเช่นกัน
การสวมรองเท้าส้นสูงยังส่งผลกระทบต่อกระดูกสันหลัง ทำให้มีอาการปวดเกร็งที่หลัง เนื่องจากแกนของกระดูกสันหลังและแผ่นหลังจะโน้มไปข้างหน้า เพื่อให้ร่างกายสามารถตั้งตรงและทรงตัวได้บนรองเท้าส้นสูง ทำให้กระดูกบริเวณบั้นเอวรับน้ำหนักมาก เมื่อสะสมเป็นเวลานาน หมอนรองกระดูกอาจจะเคลื่อนออกมา และกดทับเส้นประสาท จนอาจเกิดอาการปวดหลังอย่างรุนแรงได้ ไม่ควรใส่ที่ส้นสูงมากเกิน 1.5 นิ้ว ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกแบบส้นหนาหรือที่เรียกกันว่าส้นตึกจะดีกว่า เพื่อลดปัญหาข้อเท้าพลิกจากรองเท้าส้นแหลม
หากเกิดอุบัติเหตุข้อเท้าพลิก จนเกิดอาการปวดหรือบวมบริเวณข้อเท้า ให้ใช้น้ำแข็งประคบบริเวณข้อเท้าประมาณ 20-30 นาที ให้ยกขาขึ้นสูง ทำซ้ำๆ ประมาณ 4-5 ครั้ง/วัน ในช่วงแรกๆ ที่เกิดการบาดเจ็บ และควรประคบต่ออีก 2-3 วัน หลังจากนั้น ให้ประคบร้อน ห้ามนวดหรือบิดข้อเท้าเป็นอันขาด แต่ถ้าประคบแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง รวมถึงอาการต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นปวดขา ปวดเข่า ปวดหลัง ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง หรือทิ้งไว้จนลุกลามจนเป็นเรื้อรัง ควรรีบมาปรึกษาแพทย์ทันที







