
เพลงสุดท้าย โรบิน กิ๊บบ์
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
Robin Gibb
50 St. Catherine’s Drive *** / Warner
โรบิน กิ๊บบ์ ตายไปแล้ว แต่บทเพลงของเขายังคงอยู่
50 St. Catherine’s Drive คืองานเพลงซึ่งโรบินแต่งไว้ก่อนเสียชีวิต 2 ปีผ่านไป ภรรยาและลูกชายของเขารวบรวมบทเพลงเหล่านั้นมารวมเป็นอัลบั้มและนำออกมาให้แฟนๆ ได้ฟัง
นี่อาจจะเป็น “คำอำลา” ของอดีตสมาชิกบีจีส์ผู้โด่งดัง ..ที่แน่ๆ นี่เป็นโซโลอัลบั้มสุดท้ายของโรบิน กิ๊บบ์
อัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 9 ของโรบิน ผู้เสียชีวิตในวันที่ 20 พ.ค. 2012 ขณะวัย 62 ปี เขาแต่งและร่วมแต่งทุกเพลงในอัลบั้ม โดยมี อาร์เจ กิ๊บบ์ ลูกชายของเขาช่วย ขณะที่ ปีเตอร์จอห์น เวททิสส์ มาทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ ชื่ออัลบั้มมาจากที่อยู่บ้านหลังที่พี่น้องตระกูลกิ๊บบ์ถือกำเนิดในดักลาสบนเกาะแมนแห่งสหราชอาณาจักร ทั้ง 17 แทร็กบันทึกเสียงระหว่างปี 20062008 โรบินตั้งใจจะทำอัลบั้มนี้ให้เป็นงานชิ้นสำคัญ เพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเองและแสดงความรู้สึกลึกซึ้งภายใน อาจจะเรียกว่าเป็นอัตชีวประวัติของเขาเองก็ได้
เพลงชื่อ Days of Wine and Roses มาจากงานเขียนของ เออร์เนส ดอว์สัน ซึ่ง ออสการ์ ไวลด์ นำมาใช้จนโด่งดัง โรบินซึ่งยกย่องในความคิดและงานของนักเขียนผู้นี้มาก จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเพลงนี้ขึ้นมา โรบินหวนรำลึกถึงสิ่งสวยงามในอดีต ความสุขของวัยเด็กที่แสนสั้น รวมทั้งความรักและคนรักที่หายไป “Time and tide will wait for no one” เขาร้องไว้ในท่อนหนึ่งของเพลงที่เริ่มต้นด้วยเปียโนนุ่มๆ ตามด้วยเสียงร้องเนียนๆ ของโรบิน ทั้งยังมีเมโลดี้ที่ชวนติดตรึงใจ
แทร็กเด่นรวมถึง Alan Freeman Days ซึ่งอุทิศให้กับดีเจรายการวิทยุชาวอังกฤษชื่อดัง เพลงนี้มาในจังหวะท่วงทำนองคึกคักร่าเริง ท่อนฮุกกระชากวัยสุดๆ แล้วก็มาซาบซึ้งกับ Mother of Love ซึ่งเขาแต่งให้แม่–บาร์บารา กิ๊บบ์ ส่วน Cheris เป็นเพลงที่ตั้งใจแต่งให้ บาร์บรา สตรัยแซนด์ ร้อง แต่โปรเจกต์นี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้น
Sydney เพลงสุดท้ายของอัลบั้มและเพลงสุดท้ายซึ่งโรบินแต่งในปี 2011 ที่บ้านในลอนดอน เขาบันทึกเสียงโดยใช้คีย์บอร์ดและแอพพลิเคชั่นใน iPad ออกมาเป็นเดโม ซึ่งหวังว่าจะไปทำต่อให้เสร็จกับ แบร์รี กิ๊บบ์ ผู้เป็นพี่ชาย แต่ด้วยปัญหาเรื่องสุขภาพทำให้ความตั้งใจของเขาไม่อาจจะเป็นจริงขึ้นมา แม้จะไม่ได้มาตรฐานเหมือนเพลงอื่นๆ แต่ Sydney ก็ให้ฟีลสดๆ ดิบๆ ดี
นอกจากเพลงแต่งใหม่แล้ว อัลบั้มนี้ยังมีเพลงเก่าๆ ของบีจีส์อย่าง I Am the World, Spicks And Specks ฯลฯ ในเวอร์ชั่นที่แตกต่างรวมอยู่ด้วย
50 St. Catherine’s Drive เป็นงานบันทึกเสียงที่ “เฟี้ยว” และไม่ล้าสมัยเลยสำหรับผู้ชายวัยหกสิบเศษๆ บางเพลงเอาไปให้บอยแบนด์ที่ไหนร้องก็ยังได้ อัลบั้มป๊อปชุดนี้ที่มีกลิ่นอายร็อกเล็กๆ เข้ามาผสม กีตาร์ ซินทีไซเซอร์ รวมทั้งเครื่องสายเป็นสีสันของอัลบั้ม เนื้อหาซาบซึ้งตรึงใจ เสียงร้องของโรบินนุ่มนวลมีเสน่ห์ เมื่อบวกกับความสามารถในการแต่งเพลง ทำให้เราไม่สงสัยเลยว่าเขาเป็นขวัญใจของคนทั่วโลกมายาวนานได้อย่างไร
ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนของบีจีส์ หรือโรบิน กิ๊บบ์ หรือไม่ คุณไม่ควรพลาดอัลบั้มนี้ เพราะนี่เป็นเพลงสุดท้ายของชีวิตศิลปินผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทั่วโลกมานาน 5 ทศวรรษ @
ดวีนา กิ๊บบ์ เขียนถึงสามีในปกอัลบั้มว่า “โรบินเป็นกวี นักแต่งเพลง และมนุษย์ที่ยอดเยี่ยม ผู้ซึ่งขับกล่อมโลกด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ..ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีชีวิตโรแมนติกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ได้ใช้ชีวิตอยู่กับอัจฉริยะ และฟังบทเพลงงดงามที่เขาและพี่น้องได้สร้างขึ้น ซึ่งเป็นเพลงประกอบของชีวิตนับล้านในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา”
Sydney เป็นเพลงที่โรบินแต่งขึ้นด้วยความคิดถึงมอร์ริซ คู่แฝดของเขาซึ่งจากไปก่อน ดวีนา บอกว่า เมื่อหลับตาลงเขามักจะมองเห็นภาพ 3 คนพี่น้องสมัยยังเยาว์ที่ซิดนีย์ พวกเขามีความสุขด้วยกัน พร้อมความฝันและความหวังเกี่ยวกับอนาคต เป็นเพลงโหยหาอดีตที่สวยงาม ภรรยาของโรบินบอกว่า “เขาร้องไห้เมื่อเขาเขียนเพลงนี้ และฉันร้องไห้เมื่อได้ยิน"







