posttoday
อาชีพขาย ‘เสียง’ ใช้ให้เป็น ‘รุ่ง’ & ‘รวย’

อาชีพขาย ‘เสียง’ ใช้ให้เป็น ‘รุ่ง’ & ‘รวย’

29 กันยายน 2557

“นักร้อง” “นักแสดง” “พิธีกร/ผู้ประกาศข่าว” และ “นักพากย์” เชื่อขนมกินได้เลยว่า เป็น 4 อาชีพในฝันของคนรุ่นเจเนอเรชั่นวาย มีความโดดเด่น

โดย...นกขุนทอง/ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

“นักร้อง” “นักแสดง” “พิธีกร/ผู้ประกาศข่าว” และ “นักพากย์”

เชื่อขนมกินได้เลยว่า เป็น 4 อาชีพในฝันของคนรุ่นเจเนอเรชั่นวาย มีความโดดเด่น โดยเฉพาะในเรื่องความมั่นใจและการมีเป้าหมายความสำเร็จ ทว่าทั้ง 4 อาชีพนี้ไม่ใช่แค่ฝันแล้วตื่นมาจะเป็นจริง ต้องฝึกฝน ต้องพร้อม เตรียมตัวรอโอกาสที่จะเกิดขึ้น

ทั้ง 4 อาชีพ ล้วนเป็นงานที่ใช้เสียงเป็นสำคัญ ในการนี้ “ศราวรรณ รัตนเดช” ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ สเตร็ปซิล บริษัท อาร์บี เชื่อว่า เสียงสามารถสร้างความแตกต่างให้กับชีวิตและส่งให้คนรุ่นใหม่ไปสู่ความสำเร็จได้ จึงจัดเอ็กซ์คลูซีฟเวิร์กช็อปการใช้เสียงสู่ความสำเร็จสำหรับคนรุ่นใหม่ โดยได้ 4 กูรูด้านเสียงมาเผย 4 ศาสตร์ใหม่ส่งเสียงความสำเร็จให้ 4 อาชีพโดนใจเจเนอเรชั่นวาย

อาชีพขาย ‘เสียง’ ใช้ให้เป็น ‘รุ่ง’ & ‘รวย’

 

เสียงสู่ซุป’ตาร์ จาก ‘ครูกบ เสาวนิตย์’

พูดถึงอาชีพสุดฮอตที่ชาวเจเนอเรชั่นวายอยากเป็นที่สุด เชื่อได้ว่าต้องมี “นักร้อง” เป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน เห็นได้จากมีการประกวดร้องเพลงทีไรต้องมีชาวเจนวายไปต่อแถวรอออดิชั่นกันเพียบ

งานนี้ “ครูกบ-เสาวนิตย์ นวพันธ์” นักร้องคุณภาพ บอกว่า นักร้องจะอยู่หรือไปขึ้นอยู่กับเสียง “ขึ้นชื่อว่าเป็นนักร้องแล้วถ้าร้องเพลงไม่เพราะหรือร้องเพี้ยนก็จบกันเลย ความสำเร็จจากการเป็นนักร้องไม่ได้มาง่ายๆ ต้องใช้เวลา ไม่ต้องเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ให้เปรียบเทียบกับตัวเองว่าเราพัฒนาแค่ไหน เสียงจะดีหรือไม่อยู่ที่การฝึกฝนด้วยนะคะ

บางคนเสียงธรรมชาติดีอยู่แล้วแต่ไม่ได้ฝึกฝน ก็จะใช้เสียงไม่เต็มศักยภาพ เพราะเส้นเสียงเป็นกล้ามเนื้อ ถ้าไม่ได้ใช้ให้ถูกวิธีก็จะไม่แข็งแรง ในขณะเดียวกันบางคนเสียงไม่ดี แต่ถ้าฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอก็สามารถพัฒนาได้ เพราะฉะนั้นการฝึกฝนเป็นสิ่งสำคัญมากของการเป็นนักร้องค่ะ ขนาดนักร้องอาชีพร้องเพลงทุกวันก็ยังต้องเรียนร้องเพลงเพิ่มเติมอยู่เสมอ อีกอย่างอยากให้คนรุ่นใหม่หันมาดูแลสุขภาพคอกันมากขึ้น ต้องรู้ว่าอะไรจะทำร้ายสุขภาพคอของเราได้บ้าง เช่น ไม่ควรทานอาหารเผ็ดหรือมันก่อนการใช้เสียงมากๆ พยายามดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่เสียงดังเกินไปจนเราต้องตะโกน หมั่นออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรง และที่สำคัญ ไม่ควรปล่อยให้เจ็บคอเรื้อรัง”

อาชีพขาย ‘เสียง’ ใช้ให้เป็น ‘รุ่ง’ & ‘รวย’

 

ครูกบ ยังฝากเทคนิค Magic Button ให้ไปฝึกกันต่อ โดยเทคนิคนี้จะช่วยให้เราสามารถค้นหาเสียงธรรมชาติที่ตรงกับตัวเองได้ บางคนอาจมีเสียงธรรมชาติเป็นเสียงสูงแต่เวลาพูดหรือร้องกลับกลายเป็นเสียงต่ำ ก็จะทำให้เสียงออกมาไม่เต็มศักยภาพ บอกเลยว่าเทคนิคนี้แม้แต่ “แกงส้ม เดอะสตาร์” (ธนทัต ชัยอรรถ) เอาไปฝึกยังต้องทึ่งเพราะเจอเสียงธรรมชาติของตัวเองแล้ว

วิธีการฝึกทำได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากใช้มือแตะที่หน้าท้องบริเวณระหว่างสะดือกับลิ้นปี่ ค่อยๆ กดไปเรื่อยๆ เบาๆ โดยไม่เกร็ง และออกเสียง “อา” ยาวๆ เบาๆ เสียงที่เหมาะสมกับแต่ละคน คือเสียงที่เราได้ยินมากังวานที่โพรงหน้า หากยังไม่เจอระดับเสียงที่เหมาะสม ให้ไล่เสียงสูงขึ้นหรือต่ำลงจนกว่าเสียงจะกังวานในโพรงหน้า

อาชีพขาย ‘เสียง’ ใช้ให้เป็น ‘รุ่ง’ & ‘รวย’

 

ใช้เสียงเป็น ‘พิธีกร’ โดย ‘หมวย อริสรา’

“ดร.หมวย-อริสรา กำธรเจริญ” ผู้ประกาศข่าวและพิธีกร มาถ่ายทอดวิทยายุทธ์การใช้เสียงสู่ความสำเร็จในสายอาชีพพิธีกรและผู้ประกาศข่าวให้กับคนรุ่นใหม่ โดยฝาก 10 เคล็ดลับ (ฉบับย่อ) ที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงมามากกว่า 10 ปี

1.หากเป็นพิธีกรรายการเช้าตรู่ ต้องรีบเข้านอนให้เร็ว พยายามนอนติดต่อกันให้ได้ไม่ต่ำกว่า 7 ชั่วโมง เพราะการพักผ่อนน้อยจะมีผลต่อสมาธิซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการเป็นพิธีกร โดยเฉพาะรายการสด รวมทั้งอาจทำให้ไม่มีเสียงได้

2.ต้องฝึกส่งเสียงจากท้อง เพราะการส่งเสียงจากท้องจะมีพลังมากกว่าการตะโกน วิธีการฝึกคือ หายใจเข้าลึกๆ และเวลาหายใจออกให้ออกเสียง “เอาะ” ดังๆ

3.ฝึกบริหารปากและกรามอยู่เสมอ ฝึกพูดให้ปากกว้างที่สุด สลับการฝึกพูดให้ปากเล็กที่สุด ทำให้กล้ามเนื้อพร้อมที่จะพูดคำยากๆ ได้โดยไม่ติดขัด วิธีการฝึกคือ พูด อา อี อู เอ โอ ยาวๆ โดยเริ่มจากฝึกปากกว้างที่สุด และสลับมาทำปากให้เล็กที่สุด

4.ฝึกอ่านประโยคยากๆ ยาวๆ โดยเฉพาะคำควบกล้ำ แนะนำให้ลองฝึกเอาเนื้อเพลง “กวางขาวอยู่กลางเขา” ของโจนัส แอนเดอร์สัน มาฝึกอ่าน

5.เลือกใช้เสียงสูงต่ำให้เหมาะกับสถานการณ์หรือเรื่องราวที่อ่าน เช่น เรื่องเศร้าควรใช้เสียงต่ำ เรื่องตื่นเต้นควรใช้เสียงสูง ช่วยให้ผู้ฟังสามารถเข้าถึงทั้งข้อมูลด้านสาระและอารมณ์

6.ท่าทางการยืน นั่ง เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะมีผลต่อบุคลิกและการออกเสียง ดังนั้นต้องฝึกไม่ให้หลังค่อม อย่านั่งสั่นขาเพราะดูแล้วไม่น่าเชื่อถือ และยังเสียสมาธิด้วย

7.บางคนมีเสียงเล็ก ฟังดูไม่น่าเชื่อถือ สามารถปรับได้โดยฝึกพูดให้ปากกว้างขึ้น และพูดให้ช้าลง

8.ระวังการใช้คำฟุ่มเฟือย เช่น ค่ะ ครับ ถี่เกินไป หรือการพูดเพี้ยนวรรณยุกต์และไม่มีการควบกล้ำ

9.ดูแลสุขภาพให้ดี ดื่มน้ำให้เพียงพอและสม่ำเสมอเพื่อรักษาเส้นเสียง อย่าตะโกน และไม่ควรปล่อยให้ระคายคอเรื้อรัง ต้องรีบบรรเทาอาการตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยยาอมแก้เจ็บคอ

10.การเป็นพิธีกรที่ดีต้องหาตัวเองให้พบ อย่าเลียนแบบพิธีกรคนอื่น ทำในสิ่งที่เราทำได้ดีให้ดีที่สุดก็จะประสบความสำเร็จ

อาชีพขาย ‘เสียง’ ใช้ให้เป็น ‘รุ่ง’ & ‘รวย’

 

ใช้เสียงจากจิตใต้สำนึก โดย ‘ครูเงาะ รสสุคนธ์’

มาถึงการใช้เสียงสู่ความสำเร็จในสาขานักแสดงกันบ้าง งานนี้ได้ “ครูเงาะ-รสสุคนธ์ กองเกตุ” มาถ่ายทอดการใช้เสียงแบบนักแสดงขั้นเทพ

“นักแสดงมีอาวุธประจำตัวอยู่ 3 ข้อ คือ กาย ใจ และเสียง ซึ่งนักแสดงที่ดีต้องเป็นผู้ที่รู้จริงในทั้ง 3 เรื่องนั้น ในเรื่องเสียงนั้น นักแสดงต้องรู้ว่ามีศักยภาพแค่ไหน ต้องใช้เสียงแบบไหนให้ตรงกับคาแรกเตอร์ของตัวละคร เพราะคนเราใช้การสื่อสารด้วยคำพูดเพียง 7% เท่านั้น ที่เหลือเป็นการสื่อสารที่ไม่ใช่คำพูดทั้งหมด หนึ่งในการสื่อสารที่ไม่ใช้คำพูดที่มีผลต่อการรับรู้ของคนเรามากๆ คือน้ำเสียง น้ำเสียงเป็นสิ่งที่กำหนดคาแรกเตอร์ของตัวละคร”

ไฮไลต์ของคลาสนักแสดง ครูเงาะได้สอน “เทคนิคการออกเสียงจากจิตใต้สำนึก” เบื้องต้นสอนให้เราเข้าใจก่อนว่าเสียงที่เรามีมาจากไหน “ต้องเข้าใจก่อนว่าเสียงที่เรามีไม่ได้ถูกกำหนดมาจากพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความเชื่อในวัยเด็กของเรา เสียงที่เรามีจึงมาจากจิตใต้สำนึกของเรา โดยใช้แบบฝึกหัดที่ทำให้นักเรียนสามารถใช้เสียงโดยไม่ต้องคิด และปล่อยตัวเองเป็นอิสระ จนปรับเสียงให้ลงไปสู่จิตใต้สำนึกได้ เทคนิคนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาของคนที่ออกเสียงเป็นโมโนโทนได้ และช่วยเพิ่มพลังในเสียงด้วยกายภาพ”

อาชีพขาย ‘เสียง’ ใช้ให้เป็น ‘รุ่ง’ & ‘รวย’

 

เสียงสื่ออารมณ์ โดยนักพากย์ ‘โต๊ะ ปริภัณฑ์’

ถ้าเอ่ยถึงนักพากย์ หลายคนคงคุ้นหูกับคำว่า “ให้เสียงโดยพันธมิตร” ซึ่งในการใช้เสียงสู่ความสำเร็จเป็นนักพากย์ กูรูที่จะมาแนะนำเทคนิค คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก “โต๊ะ-ปริภัณฑ์ วัชรานนท์” นักพากย์ระดับตำนานแห่งทีม “พันธมิตร” ที่มาพร้อมเทคนิค “เสียงสื่ออารมณ์” เพื่อการตีความอารมณ์ของตัวละครผ่านเสียงให้สะกดคนดู

“เสียงมีความสำคัญกับนักพากย์มากครับ เพราะเสียงเป็นสื่อเดียวที่คนดูจับต้องได้จากนักพากย์ ผมเรียกนักพากย์ว่าเป็นศิลปินในความมืด เพราะเราไม่มีหน้าตา แต่มาแต่เสียง ต้องอดทนอยู่ในห้องพากย์มืดๆ นักพากย์คนเดียวอาจต้องมีหลายเสียงเพื่อพากย์ตัวละครหลายตัวด้วย ที่สำคัญ เสียงคือสิ่งที่ทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ทำให้เข้าใจและคล้อยตามว่าตัวละครตัวนั้นรู้สึกอย่างไร ผมทำงานเป็นนักพากย์มา 20 กว่าปี ต้องบอกเลยครับว่าพื้นที่ตรงนี้ยังมีอีกเยอะมาก เชื่อไหมครับว่า นักพากย์ที่พากย์เสียงหลักกันจริงๆ ตอนนี้มีประมาณ 10 คนเท่านั้น เพราะฉะนั้นมีพื้นที่ให้นักพากย์หน้าใหม่เข้ามาได้อีกมาก น่าดีใจที่คนรุ่นใหม่อยากเป็นนักพากย์กัน”

อาชีพขาย ‘เสียง’ ใช้ให้เป็น ‘รุ่ง’ & ‘รวย’

 

นอกจากนี้ ยังแนะนำว่า นักพากย์ที่ดีไม่ต้องดัดเสียง เสียงมายังไงใช้ไปอย่างนั้นก่อน ที่สำคัญคืออารมณ์ที่ใส่ลงไปในน้ำเสียง คนควบคุมจะเลือกเองว่าเสียงนี้เหมาะกับพากย์ตัวละครอะไร เมื่อมีโอกาสแล้ว ค่อยๆ พัฒนา การที่จะใช้เสียงได้หลากหลายนั้นอาศัยประสบการณ์หลายปีและต้องฝึกฝน ด้วยเหตุนี้จึงมีนักพากย์หน้าใหม่เกิดขึ้นในวงการน้อยมาก

“นักแสดงเขาสามารถซอยบทให้เข้ากับเขาได้ แต่นักพากย์เราทำไม่ได้บทมายังไง นักแสดงพูดมายังไงเราต้องพูดตามนั้น จะรวบคำเขาไม่ได้ นักแสดงพูดเร็วเราก็ต้องเร็ว ต้องพูดตามปากให้ทัน ตาดู หูฟัง ปากพูด เมื่อพูดแล้วตัวละครพูดเรื่องอะไรต้องเข้าใจ และต้องมีอารมณ์และความรู้สึก นักพากย์ต้องให้เข้าถึงความรู้สึกของตัวละคร เล่นเป็นโจรไม่ต้องตะโกน แต่เค้นอารมณ์ออกไป เสียงต้องเข้ม จะมาหน่อมแน้มไม่ได้ นักพากย์ไม่ต้องเสียงดี เสียงแบบไหนก็ได้ ดาราเขาเล่นยังมีทุกบทบาท นักพากย์ก็ต้องมีเสียงทุกบทบาทเหมือนกัน อย่าดัดเสียง จงเป็นเสียงของตัวเอง คนที่คุมทีมจะจับเองว่าเสียงแบบไหน ไปอยู่ตรงไหน แต่พากย์ไปตามความรู้สึกของเรา พากย์แล้วรู้สึกสนุกกับมัน อดทนกับมัน ดูงานตัวเองตลอด ผิดพลาดตรงไหน แก้ไขยังไง อดทนกับงานแล้วมันจะดีเอง”

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69