
รถสาธารณะ
โดย...ปู โลกเบี้ยว
โดย...ปู โลกเบี้ยว
เวลาเราจะไปไหนมาไหน ถ้ามีรถขับเป็นส่วนตัวก็ดีอยู่หรอกนะ สะดวกดี จะไปตอนไหน จะกลับตอนไหน ข้าวของขนได้เต็มที่ ไม่ต้องหอบของพะรุงพะรังไปรอรถ แต่แหม... ยิ่งสมัยนี้ถนนหนทางมันมากมายผุดขึ้นมาเต็มไปหมด ทั้งทางหลักและทางลัด ขนาดเพื่อนมาจากอเมริกาปีละครั้งยังบอกไม่ไหวจะขับ เพราะกลับมาเมืองไทยทีไรเป็นได้งงกับเส้นทางทุกที เพราะมักจะมีถนนสายใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อนบอกอาศัยรถสาธารณะอย่างแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์ รถไฟฟ้า หรือรถตู้นั้นแหละดีที่สุด สะดวกสบายไม่ต้องเที่ยววนหาที่จอดรถ
ยิ่งตอนนี้คุณพี่ตำรวจจราจรเค้าเริ่มบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืนวินัยจราจรตามนโยบาย 5 จริง อยู่ด้วย 1.ยกจริง คือ รถกีดขวางการจราจร เค้าเอารถมายกไปเลยเห็นๆ อ่ะ 2.ล็อกจริง ใครจอดสุ่มสี่สุ่มห้า โดนแน่ล็อกล้อ 3.จับจริง คือใครทำผิดกฎจราจรเขาจับจริงไม่ใช่แค่ปรับนะจ๊ะ 4.ขังจริง และ 5.สุภาพจริง (; _ ;) ถ้าไม่โดยสารแท็กซี่ก็อาศัยมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รวดเร็วทันใจ ซอกไหน ซอยไหน ตรอกรูอะไรที่เป็นทางลัดก็เข้าได้หมด โดยเฉพาะเวลาเร่งด่วนมันเร็วดีแต่อาจจะเสี่ยงนิดหน่อย เพราะมันก็แค่สองล้อและอาจหัวน็อกพื้นได้ เพราะไม่อยากใส่หมวกกันน็อก เนื่องจากเหม็นและแฉะไปด้วยเหงื่อของใครต่อของใครก็ไม่รู้อ่ะดิ (T T )’
เพื่อนมันก็พูดได้ซิ ก็มันเล่นมาปีละครั้งนี่ แต่เราดิต้องทำงานทุกวันเดินทางทุกวัน ไม่เป็นเวลาอีก บ้านเราใช่ว่าคิดจะเรียกใช้บริการรถสาธารณะได้ทุกเมื่อเสียเมื่อไรกันล่ะ มอเตอร์ไซค์ก็ต้องรอคิวนะยะ หรือต้องไปรอขึ้นที่วินของเค้า คิดจะเรียกตรงไหนเดี๋ยวนี้เขาไม่จอดให้นะ อย่ามาจรเค้าไม่จอดย่ะ เคยมาแล้ว ไอ้เราก็โบกซะเมื่อยเชียว สุดท้ายก็ต้องเดินไปรอคิวที่วินเค้า (* _)o00 ยิ่งเวลาเร่งด่วนละก็ รีบมั้ย? ถ้ารีบก็เชิญซ้อนสองเพราะไม่มีรถ หรือจะรอ...นานนะ...ไปทางเดียวกันก็ต้องยอมล่ะ
รถเมล์กับรถไฟฟ้าถ้าเวลาเร่งด่วนละก็ เบียดกันจนจะกลายเป็นปั๋วเมียกันอยู่แระ (>_<) แท็กซี่ก็เหอะ เห็นไฟหน้ารถแดงว้าบๆ ว่า “ว่าง” นะ พอเรียกดันมาถามเราว่าจะไปไหน ถ้าพี่แกไม่ปลื้มเส้นทางก็บอกไม่ไปซะงั้นแหละ...ก็อยากจะบอกพี่แกว่า “ทีหลังถ้าไม่อยากไปส่ง ก็ไม่ต้องแวะเข้ามาจอดให้อยากแล้วจากไปนะจ้ะ” เซ็ง!อ่ะดิ (^ _ ^)/ ...แท็กซี่น่ารักๆ ที่เค้ายอมไปทุกที่ก็มี วันก่อนอาศัยไปธุระเพราะไม่อยากเอารถของตัวเองไป ในสถานที่แคบแล้วเสี่ยงกับพวกเซียนบอล จะมาหาของในรถเราน่ะซิ (*~w~) เลยเรียกใช้บริการคุณพี่แท็กซี่ พี่แกคุยตลอดทาง บอกหนีเมียออกมาขับรถเพราะอยากหาเงิน ถ้าเอารถจอดไว้เฉยๆ ก็ไม่ได้ตังค์ ถ้าไม่ขยันก็ไม่ได้เงิน ปกติก็ช่วยเมียขายส้มตำ พอตกดึกก็วิ่งรถรับผู้โดยสารแล้วกลับไปช่วยเมียเก็บร้าน อู้ยยย! ขยันเหลือเกิ้น...” คุณปูรู้มั้ย ผมก็ดูคนเป็นนะ ไม่ต้องเป็นหมอดูหรอก” ยังไงเหรอพี่ (๑_๑) ก็ถ้าเป็นคนรวยมีสตางค์นะ เวลาไปส่งเค้าจะขอลงปากซอย หรือยอมเดินไปอีกหน่อยน่ะซิ กลัวคนเค้าจะรู้ว่ามาแท็กซี่ แต่ถ้าเป็นคนไม่ค่อยมีสตางค์นะ จะบอกให้เข้าไปส่งข้างในซอย ส่งให้ถึงที่ ให้คนเค้าเห็นว่าฉันมาแท็กซี่น่ะซิคุณณณ อ๋อ! เออ...เนอะ เข้าใจตรงกันนะ อิอิ (`v `) บางทีไปเจอซอยแคบๆ กว่าจะถอยรถออกมาได้แทบตาย
แท็กซี่บางคันก็รักรถมาก รถงิสะอาดเชียว เคยเห็นมีป้ายติดไว้เลยนะว่า “ถ้าอ๊วกจ่ายเพิ่ม 200 ค่าล้างรถ” เฮ้ย!ชอบ ชอบ ต้องช่วยกันรับผิดชอบไง แต่รถบางคันก็นะ รกสุดๆ ของที่บ้านล้นออกมาถึงในรถรึป่าวก็ไม่รู้ ทั้งตุ๊กกะตุ๋น ตุ๊กกะตา พระเครื่องสารพัดวัดดัง กองรวมกันอยู่หน้ารถจนแทบจะมองไม่เห็นถนนกันล่ะ \(^o^)/ เดี๋ยวนี้แท็กซี่ก็เท่าเทียมนะจ๊ะ มีคนขับรถทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตอนแรกปูก็คิดว่า โหย! พอไม่มีงานทำก็มาขับแท็กซี่กัน แล้วงี้ไม่แย่งผู้โดยสารกันรึ? ที่ไหนได้ล่ะ คุณพี่แท็กซี่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ขาดแคลนเสียด้วยซ้ำไป เพราะถึงแม้ว่าผู้คนจะอยากมีรถขับโก้ๆ เป็นของตัวเอง แต่ยังไงซะก็ยังคงมีอีกหลายคนที่ต้องการโดยสารรถสาธารณะอยู่ดีน่ะซิ







