
เมธี จารุมณีโรจน์ นักการตลาดอาร์ตเต็มหัวใจ
เรื่อง : ปอย ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
จับงานด้านการตลาดระดับภูมิภาค โดยเข้าร่วมทำงานกับบริษัทข้ามชาติที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลกทางด้านนวัตกรรมและสินค้าอุปโภคบริโภค เมธี จารุมณีรุ่งโรจน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาดและองค์กร บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) บอกว่า ด้วยปรัชญาของ พี แอนด์ จี
“...เพื่อคุณภาพ เพื่อชีวิตคน (ไทย)” การได้เห็นได้คลุกคลีสินค้าเทคโนโลยีใหม่ๆ จึงเป็นความท้าทายและเป็นความสนุกอย่างหนึ่งในการทำงานในตำแหน่งนักการตลาดรุ่นใหม่“
บริษัท พี แอนด์ จี อายุ 172 ปีแล้วนะครับ ในอดีตเรามีสิ่งประดิษฐ์อินโนเวชันใหม่ๆ บนพื้นฐานทุกผลิตภัณฑ์เพื่อคุณภาพ แต่ก็มีของที่ขายไม่ออกก็มีนะ ไม่ใช่ทำอะไรมาก็ขายดีไปเสียทั้งหมด (หัวเราะ) เหตุผลเพราะผลิตภัณฑ์ตัวนั้น ผลิตขึ้นมาเพื่อสนองตอบคนคิดค้นเท่านั้น แต่ไม่ใช่คำตอบสนองผู้บริโภค เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้ถามว่านายใหญ่ของเราคือใคร? คำตอบก็คือผู้บริโภค คือ ศูนย์กลางและหัวใจหลักของการทำงานวันนี้นะครับ ผลิตภัณฑ์ 19 แบรนด์ ในเมืองไทยที่เป็นบิวตี้แคร์ส่วนใหญ่จึงคิดค้นบนปรัชญานี้” เมธี เริ่มต้นสนทนาหลายคนเข้าใจ (ผิด) ไปว่า เขาเป็นหนุ่มสิงคโปเรียน เมธี หัวเราะก่อนแจงว่า เป็นหนุ่มไทยเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ แต่คงเพราะเริ่มทำงานกับพี แอนด์ จี ครั้งแรกในปี 2002 โดยประจำอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ รับผิดชอบการบริหารผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชั้นสูง เอสเคทู โดยดูแลแผนการตลาดและการประชาสัมพันธ์ต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย และอินเดีย
“
ผมจบปริญญาตรีบริหารธุรกิจบัณฑิต เอกการตลาด มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แล้วไปต่อปริญญาโทวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต ด้านการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โครงการ MIM ในวงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ผมเริ่มทำงานสร้างสรรค์เป็นก๊อบปี้ไรเตอร์ให้กับเอเยนซีโฆษณาช่วงหนึ่งครับ ก่อนผันตัวไปทำงานด้านวิชาการ โดยเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สอนด้านการตลาดระหว่างประเทศ พฤติกรรมผู้บริโภค และงานวิจัยทางการตลาด...ตอนนี้ใช้เวลากับการทำงาน 5 วันที่ออฟฟิศ แล้วอีก 2 วัน ที่เหลือในทุกๆ สัปดาห์ จะถูกเจียดเพื่อใช้ในการแบ่งปันความรู้ต่างๆ ที่ได้จากการทำงานด้านการบริหารแบรนด์ ผมเป็นอาจารย์พิเศษในหลายสถาบันครับ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และรามคำแหง ก่อนมาทำงานกับ พี แอนด์ จี
” เมธี บอกเล่าแนะนำตัวเรียกว่าคร่ำหวอดอยู่ในวงการตลาดมาหลายสิบปี จึงไม่แปลกที่ทั้งการทำงาน ทั้งการพักผ่อน เมธี บอกว่า ช่วงไทม์เอาต์สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ การอ่านหนังสือ ก่อนนอนทุกวันต้องอ่านแมกกาซีนอย่างน้อยๆ 1 เล่ม เป็นกิจวัตรเพื่ออัพเดตเช็กข้อมูลทางด้านการตลาด แวดวงแฟชั่นความงาม ซึ่งก็ต้องถือว่า พี แอนด์ จี อยู่หัวขบวนสินค้าหมวดนี้
“
คนในแวดวงสินค้าบิวตี้ ผมคิดว่าทุกคนต้องอ่าน ‘โว้ค’ นะครับ ผมอ่านนิตยสารเล่มนี้แบบติดตามมาตลอดตั้งแต่ปี 1990 พลาดไม่ได้เลยครับกับบทบรรณาธิการของ แอนนา วินทัวร์ นอกจากได้รู้เทรนด์แบบก้าวกระโดด ผมยังได้อ่านบทความสนุกๆ ได้ความรู้ใหม่ๆ เช่น สาเหตุการปิดตัวของห้องเสื้อชั้นสูง ‘คริสเตียน ลาครัวซ์’ ในโว้ค ซึ่งแสดงมุมมองทางแฟชั่นว่าการปิดตัวครั้งนี้ทำได้สง่างาม แม้จะไม่สามารถยืนได้ในเส้นทางธุรกิจ แต่กับผลงานปักผ้าที่วิจิตรสุดๆ ไม่มีขีดจำกัดในการคิดสร้างสรรค์ อ่านแล้วก็ได้แง่คิดครับว่าคนเป็นศิลปินจริงๆ นั้น ไม่มีอะไรมาปิดกั้นความคิดความเชื่อมั่นในหัวใจของเขาได้...พอตื่นเช้าขึ้นมา ผมต้องอ่านหนังสือพิมพ์ 12 เล่ม (บอกพร้อมเสียงหัวเราะ) น่ากลัวมาก เพราะลูกน้องจะนำมาวางให้อ่านตั้งใหญ่ๆ เลย แล้วหน้าที่ของผมคือต้องอ่านหน้าการเมือง การทำงานแวดวงการตลาดต้องอ่านหนังสือพิมพ์ทุกฉบับครับ ยิ่งเป็นบริษัทข้ามชาติ เขายิ่งต้องดับเบิลเช็ก ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราในเรื่องข้อมูลรอบด้าน
” เมธี บอกบุคลิกเขาบอกว่าเป็นคนชอบคิด ชอบลงมือทำ และเฟอร์เฟกต์ชันนิสต์แบบสุดๆ ซึ่งเรื่องสุดท้ายนี้บางครั้งก็ต้องเป็นเรื่องปรับตัว เพราะการเป็น
“มิสเตอร์ละเอียด” จนเกินไป บางครั้งก็อาจคิดอะไรไม่ค่อยออกเมื่อต้องคิดกลยุทธ์การตลาด แล้วถ้าให้บอกตัวตนให้ชัดยิ่งขึ้น เมธีบอกของคู่กาย 5 อย่างเหล่านี้ยิ่งฉายตัวตนของเขาได้ชัดยิ่งขึ้น
5 สไตล์บอสการตลาด
000 นาฬิกาดีเซล : ผมเลือกสไตล์เรียบๆ ง่ายๆ แล้วฟังก์ชันนาฬิกาดิจิตอลจะปรับเวลาอัตโนมัติ 2 ประเทศ ผมเดินทางบ่อย ก็สะดวกดีครับ
000 บีบี : โทรศัพท์คู่ตัวนักเดินทาง ผมเล่นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ซึ่งก็มีคนตามเราเยอะ เพราะผมจะโพสต์เรื่องเทรนด์การตลาดอยู่ตลอดเวลา
000 ไอพอด : ผมชอบฟังเพลงคลาสสิก แจ๊ซ
“And I Am Telling You I’m Not Going” จากหนังเรื่อง ดรีมเกิร์ลส์ คือเพลงโปรด ผมฝึกร้องเพลงตั้งแต่ 6 ขวบ เป็นเหตุผลที่ผมหลงใหลละครเพลง เคยไปประกวดร้องเพลงมาหลายเวทีแล้วครับ (หัวเราะ) ครอบครัวก็สนับสนุนนะ แต่ก็มีคำถามผมกลับมาด้วยว่า ให้ลูกไล่เรียงรายชื่อศิลปินดังๆ ซึ่งผมสามารถบอกได้ชื่อเดียว คือ พี่เบิร์ด ธงไชย แค่นั้น (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นเส้นทางนี้หวังยั่งยืนเป็นอาชีพคงลำบาก แต่ท่านก็ให้แนวทางเราว่า ทำมันเป็น “ส่วนหนึ่ง” ในชีวิตก็ได้นะ ทำเป็นงานอดิเรกที่รัก ทุกวันนี้ผมโค้ชออกแบบเสียงร้องให้หลายคนแล้ว
000 ใบปิดละครเวทีมิวซียมแมกกาซีน : ผมเพิ่งไปเที่ยวลาสเวกัส เป็นทริปพักร้อนประจำปีครับ ไปคราวนี้ได้ดูโชว์
“วีวา เอลวิส” ดูละครเวที ปีหนึ่งผมต้องดูบรอดเวย์ 56 เรื่อง ละครเวทีในลอนดอน นิวยอร์ก ผมเก็บดูหมดแล้ว เรื่อง (โปรด) ล่าสุดที่ดูในปี 20082009 “Billy Elliot” เป็นเรื่องเดินตามฝันของเด็กคนหนึ่ง “Spring Awakening” เนื้อหาเกี่ยวกับสังคมเยอรมนีสมัยก่อนที่ปกปิดเรื่องเซ็กซ์จนเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อเด็กผู้หญิงต้องเสียชีวิตเพราะการทำแท้ง ดูแล้วก็กลับมาคิดถึงสังคมไทยนะครับ ส่วนอีกเรื่อง “Legally Blonde” เล่นที่โรงละครเล็กๆ ในนิวยอร์ก “พาเลซ เธียเตอร์” เรื่องนี้เคยเป็นภาพยนตร์ดังมาก เป็นเรื่องตลกครับ ที่เชียร์ลีดเดอร์ผู้หญิงคนหนึ่งอยากติดตามแฟนไปเป็นนักเรียนกฎหมายในฮาร์วาร์ด ผมก็อยากดูว่าเขาจะทำโรงละครให้กลายเป็นมหาวิทยาลัยได้ออกมาในภาพแบบไหนส่วนโบรชัวร์ The Museum of Modern Art ในนิวยอร์ก เมธีบอกงานศิลปะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ขาดกันไม่ได้หนึ่งปัจจัย
“ผมชอบดูนิทรรศการศิลปะ เพราะเป็นอินสไปเรชันคิดงานในการนำเสนออีเวนต์ เจออะไรแปลกใหม่ก็จะตัดหัวตัดหางมาใช้ในงาน คือ เบรกงานไปเที่ยวต่างประเทศ ก็ไม่ใช่พักเอางานออกจากหัวไปเลยนะครับ ผมชอบวินโดว์ดิสเพลย์ ‘เคต สเปด’ นำริบบิ้นเรียงเป็นต้นไม้ ต้นคริสต์มาสปีที่ผ่านมาจึงลองนำริบบิ้นมาใช้ประดับแมกกาซีน ก็คือ สิ่งที่อยู่คู่ตัวตลอดเวลา นิตยสารผู้ชายอ่าน GQ ถ้าเป็นนิตยสารแฟชั่นเลือก Vanity Fair, Vogue เพื่อตามเทรนด์บิวตี้ต่างๆ ฐานะเป็นหัวเรือใหญ่พี แอนด์ จี
”000
กระเป๋าสตางค์ แบรนด์ Goyard : ลวดลายบนกระเป๋า คือ การเพนต์ด้วยมือทั้งใบเลยนะครับ เป็นแบรนด์ออริจินัลของฝรั่งเศส ผมชื่นชอบสินค้าเพราะความเก่าแก่ มีเรื่องราว เป็นกระเป๋าที่ขุนนางฝรั่งเสศใช้กัน






