posttoday
วันนี้ชีวิตเรา 'เบา' หรือ 'หนัก'

วันนี้ชีวิตเรา 'เบา' หรือ 'หนัก'

07 กันยายน 2557

ในช่วงสองเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตความเป็นอยู่ของฉันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

โดย...ปูปรุง https://www.facebook.com/pages/ปูปรุง

ในช่วงสองเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตความเป็นอยู่ของฉันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก สาเหตุก็คือเพราะมีการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านครั้งใหญ่ บ้านซึ่งปลูกสร้างมาเป็นเวลานานกว่า 50 ปี กระทั่งมีความเสื่อมโทรมลงไปตามกาลเวลา ซึ่งจะว่าไปแล้วคนที่เคยผ่านประสบการณ์คล้ายๆ กัน คงพอเข้าใจได้ดีนะคะว่า สิ่งที่ถือเป็นความยุ่งยากและเหน็ดเหนื่อยมากที่สุดลำดับต้นๆ ของการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านหลังเก่า เห็นจะหนีไม่พ้นการที่เราต้องคัดแยกและเลือกสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ว่าอันไหนควรเก็บ อันไหนควรทิ้งได้แล้ว ฉันเองก็พบปัญหานี้เช่นกันค่ะ

ตามปกติลำพังข้าวของเครื่องใช้ของเราเองก็ตัดสินใจยากอยู่ไม่น้อย แต่มันจะยากยิ่งกว่านั้นอีก ถ้าของสิ่งนั้นไม่ใช่ของของเรา แต่บังเอิญเราจำเป็นต้องตัดสินใจแทน เพราะความเป็นผู้นำของที่บ้านในขณะนั้นบีบบังคับ และแล้วฉันก็พบปัญหานี้กับโต๊ะเก่าๆ ตัวหนึ่งของแม่จนได้ ซึ่งถ้าหากพิจารณาจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุ รูปทรงการออกแบบ หรือแม้แต่ราคาค่างวดที่เคยซื้อมันมาแล้วละก็ เชื่อว่าหลายคนที่ได้เห็นคงลงมติตรงกันว่าควรเอาไปบริจาคต่อได้แล้ว แต่เรื่องมันตัดสินใจยากขึ้นตรงที่แม่เล่าให้ฟังว่า โต๊ะตัวนี้คือผลจากน้ำพักน้ำแรงที่แม่ได้มาจากการหารายได้พิเศษ แล้วค่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อยเพื่อซื้อมันมาเป็นโต๊ะนั่งทานข้าวตัวแรกของบ้าน เมื่อครั้งที่ครอบครัวของเรายังเพิ่งก่อร่างสร้างตัวอยู่

ดังนั้น เมื่อรู้ที่มาของโต๊ะตัวนี้เข้า ฉันจึงต้องชั่งน้ำหนักใหม่ว่าควรจะใช้คุณค่าอะไรมาเป็นตัวชี้วัดในครั้งนี้ดีที่จะรักษาน้ำใจของทุกคนเอาไว้ โดยเฉพาะกับแม่ เพราะว่าบางครั้ง “คุณค่า” ของสิ่งๆ หนึ่งมันไม่ได้อยู่ที่ “ราคา” เสมอไป แต่มันกลับอยู่ที่ “ความหมาย” ที่มันมีต่อชีวิตเรามากกว่า คุณค่าและความหมายจึงถือเป็นเรื่องของปัจเจกและไม่มีใครสามารถคิดแทนใครได้เลย โต๊ะไม้ธรรมดาๆ ราคาสองร้อยกว่าบาทในตอนนั้น มันจึงไม่อาจประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ถ้าเราหวนนึกถึงความหมายและการผ่านช่วงเวลาของการได้มาของมัน

เมื่อสิ่งของใดที่มีความหมาย หรือมีคุณค่าต่อชีวิตเราเกิดขึ้น ความผูกพัน ความรู้สึกเป็นเจ้าของก็ย่อมทำให้เรายากที่จะสลัดหรือปล่อยวางมันทิ้งไปได้ง่ายๆ ผลที่ตามมาคือ มันจะสร้างความยึดติด สร้างการเก็บสะสม เหมือนเช่นโต๊ะตัวนี้ ที่วันนี้ฉันก็คิดว่าควรจะต้องเก็บมันไว้ที่ใดที่หนึ่งของบ้านนั่นล่ะค่ะ แม้ว่าปัจจุบันครอบครัวเราจะมีโต๊ะทานข้าวตัวใหม่ ที่ขนาดใหญ่ขึ้นและสวยงามกว่าโต๊ะไม้ตัวดังกล่าวนั้นมาตั้งนานแล้วก็ตาม จะว่าไปแล้วการใช้ชีวิตของเราก็สามารถมองผ่านโดยอาศัยความเชื่อมโยงต่อเรื่องนี้ได้เหมือนกันนะคะ เพราะความหนักเบาของชีวิตแต่ละคน ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราเลือกที่จะเก็บไว้ในจิตใจตัวเองเช่นกัน ซึ่งความสามารถในการให้คุณค่าและความหมายที่ถูกต้องต่อสิ่งต่างๆ อย่างผู้มีปัญญาเท่านั้น ที่จะทำให้เราแต่ละคนพบจุดที่สมดุลได้อย่างพอเหมาะพอดี และมีความสุข

ตัวช่วยหนึ่งสำหรับชีวิตฉันก็คือคำกล่าวหนึ่งของพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล ที่ตัวเองยึดถือไว้เป็นอนุสติเตือนใจมาตลอด ข้อความธรรมที่ลึก มีความหมายซึ้งนี้ก็คือ “เวลาที่เราต้องถือหรือแบกของแล้วรู้สึกว่ามันหนัก เราไม่จำเป็นต้องไปวิ่งหา ‘ความเบา’ ว่ามันอยู่ที่ไหน เราก็แค่วางของหนักนั้นลง แล้ว ‘ความเบา’ มันก็มาเอง” หมั่นสำรวจใจ และอย่าลืมถามตัวเองบ้างนะคะในวันที่รู้สึกเหนื่อยว่าชีวิตทุกวันนี้ของคุณหนักเบา เท่าที่เราอยากให้มันเป็นรึเปล่า? บางทีคุณอาจจะนำเคล็ดลับจากข้อความทางธรรมข้างต้นนี้ของพระอาจารย์ไปประยุกต์ใช้กับเรื่องของตัวเองบ้างก็ได้ไม่ว่ากัน

เพื่อจะได้ถามตัวเองว่าสิ่งนี้มีคุณค่ามากพอที่เราควรจะ “แบก” ไว้หรือไม่ และแม้ว่าวันนี้เราจะยัง “วาง” อะไรๆ ได้ไม่หมด อย่างเช่นเหล่าสมณเพศผู้เพียรเผากิเลสก็ตาม แต่อย่างน้อยการได้หยุดคิดและพิจารณาทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เข้ามาข้องเกี่ยวในชีวิตเราบ้าง รับบ้างบางสิ่ง ตัดทิ้งบ้างบางอย่าง ในที่สุดความรกรุงรังของชีวิตเราก็คงจะลดน้อยลงบ้างไม่มากก็น้อย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ