posttoday
เบาหวานสองวัน

เบาหวานสองวัน

04 กันยายน 2557

โดย...ปูโลกเบี้ยว ภาพ สุนันท์ ล้อสมทรัพย์ 

โดย...ปูโลกเบี้ยว ภาพ สุนันท์ ล้อสมทรัพย์ 

เวลาอยากกินกุ้งตัวใหญ่ๆ แน่นๆ ไว้ใจได้สดและอร่อย ปูมักจะต้องไปพึ่งพาน้องหนุ่ยที่ร้าน “เรือนไทย” เสมอ เลยศูนย์ศิลปชีพบางไทรไปหน่อยนึง อยู่ในวัดเชิงเลน สมัยก่อนเป็นบ้านไม้เล็กๆ มีชานยื่นออกไปริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพียงไม่กี่โต๊ะ ชาวบ้านยังแบกปลาแบกกุ้งที่อยู่ในข้องน้อยๆ มาเรียงคิวขายกันแบบบ้านๆ ในครัวอยู่เลยอ่ะ ทำให้อาหารที่เสิร์ฟเป็นของสดจริงๆ ไม่ใช่พวกแช่แข็งให้เสียอารมณ์ ..oo0(> _ ู<)

หลายปีต่อมาด้วยความขยันทำมาหากินของน้องๆ ผัวเมียช่วยกันทำไม่เคยได้หยุดกันล่ะ ร้านได้ขยับขยายใหญ่ขึ้น ผู้คนบอกต่อทำให้ลูกค้าไม่เคยขาดสาย น้องไฝทำงานอย่างอึดเชียวแหละ ขนาดท้องมีลูกก็ไม่เคยหยุด ลูกคนแรกตอนอุ้มท้องได้สักเจ็ดเดือน เกิดปวดท้องเหมือนจะท้องเสียเลยลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำตอนตีสอง ขณะที่เดินจะไปเข้าห้องน้ำเกิดตกเลือด มีเลือดออกจากช่องคลอดมากมาย จนสามีน้องหนุ่ยต้องรีบเอาเมียส่งโรงพยาบาล ส่วนทางบ้านคุณยายก็รีบทำความสะอาดเลือดที่กระจายนองอยู่บนพื้นครัวยาวไปยันห้องน้ำ บังเอิญหางตารู้สึกเหมือนมีตัวอะไรดิ้นดุ๊กๆ อยู่ใกล้ๆ กับลังโค้ก เลยส่องไฟฉายดู

โอ้แม่เจ้า! (@_@;;) มันคือเด็กน้อยที่หลุดจากท้องแม่ ยังมีสัญญาณชีพ หัวใจยังเต้นตุ๊บๆ อ้าว! แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย? พ่อกับแม่เจ้าเด็กน้อยไปโรงพยาบาลสักครึ่งชั่วโมงแล้วอ่ะ คุณยายตัดสินใจวิ่งไปปลุกพระที่กุฏิ (คือร้านและบ้านอยู่ในเขตวัดอ่ะดิ) แล้วห่อเจ้าเด็กน้อยตามไปโรงพยาบาลทันที เข้าตู้อบอยู่พักหนึ่งสุดท้ายก็รอด ดูดิเด็กมันจะเกิดอ่ะนะ

ทุกวันนี้น้องบอยตัวสูงใหญ่กว่าพ่อแม่อีก....ท้องแรกก็น่าจะบังเอิญที่เกิดเหตุการณ์เยี่ยงนั้นน่ะ (*=*) แต่พอท้องลูกคนที่สองนี่ซิ เฮ้ย! มันไม่ใช่และ เพราะท้องที่สองก็เพราะน้องไฝทำงานไม่เคยหยุดอีกนั้นแหละ ลูกหลุดอีกจนได้ ก็ตอนท้องหกเดือนกำลังจะเข้าเจ็ดเดือน เดินอยู่ลูกหลุดหัวโผล่คาตีนสะพานเลยอ่ะดิ เข้าตู้อบอีกแล้ว สุดท้ายก็รอด แต่สายตาไม่ค่อยดีนักและตัวเล็กหน่อย เพราะเข้าตู้อบนานกว่าพี่ชาย

อู๊ย! เจ้าน้องบาสนี่ฉลาดปากดี ทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่เอ็นดู อย่างปูงิ ยิ้มแกล้มปริเชียว เพราะเจ้าน้องบาสชมว่า “น้าผอม” โอ๊ย! ช่างพูดช่างเจรจา อิอิ (*_,<)

เจ้าน้องบาสสนิทกับแม่มาก เพราะอาจเป็นน้องเล็กมั้ง? เวลาแม่ไปทำบุญ ทำสังฆทานก็จะตามไปทำด้วย กลับจากโรงเรียนก็จะกอดหอมแม่ให้แม่ชื่นใจ แต่น่าเสียดายเหลือเกิน เพราะน้องไฝได้ลาจากโลกนี้ไปเสียแล้ว ด้วยโรคเบาหวานเพียงวัย 41 ปีเท่านั้น

เจ้าน้องบาสด้วยความที่สนิทกับแม่มากก่อนแม่เสียหนึ่งวัน น้องบาสตื่นขึ้นมาร้องไห้แล้วบอกพ่อว่า แม่เค้ากำลังจะตาย ศพอยู่ที่โรงพยาบาล พอวันต่อมา แม่น้องบาสก็เสียชีวิตจริงๆ (~ o ~) นี่แหละจิตสัมผัสตัวจริง ความผูกพันระหว่างแม่กับลูกล่ะ ทั้งๆ ที่น้องไฝนั้นดูเหมือนจะแข็งแรง เพราะน้องแกจะทำงานตลอดเวลาไม่ค่อยได้หยุดพักหรอก พอรู้สึกว่าไม่สบายก็ซื้อยากินเองบ้าง ไปหาหมอบ้างตามอาการที่ไม่ไหว นั้นแหละ

สองวันก่อนจากไป รู้สึกเพลียและแน่นอก กว่าจะเคลียร์งานเสร็จ คือดูแลร้านทำบัญชีรับจ่าย ซื้อข้าวของ ก็ปาเข้าไปตีหนึ่ง พอถึงโรงพยาบาลก็มีแต่หมอเวร หมอบอกเป็นกรดไหลย้อน จ่ายยาแล้วให้กลับบ้าน ไอ้ปูก็งงๆ ว่า อ้าว! ไฝมันเครียดอะไรเหรอ ร้านก็ขายดี ลูกเต้าก็ไม่ได้เกเรอะไร ทำไมเครียด น้องหนุ่ยบอก “เปล่าพี่ ไม่ได้เครียด แต่หมอไม่ได้ตรวจละเอียดมั้ง เพราะเป็นหมอเวรตอนตีหนึ่ง” วันรุ่งขึ้นเพลียมาก แทบลุกไม่ขึ้น แต่ก็ยังออกมาปั่นน้ำจิ้มทะเลอยู่เลย สุดท้ายไม่ไหวจริงๆ เลยไปโรงพยาบาล ตรวจเลือดและอื่นๆ อย่างละเอียด หมอวินิจฉัยว่ามันคือ “เบาหวาน” แต่ปรากฏว่าโรงพยาบาลแรกที่ไปไม่มีเตียงให้นอนรักษา เลยย้ายไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง เป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด แต่คงไม่ทันแล้วไง สุดท้ายน็อกเสียชีวิต (::๐_๐:)

น้องหนุ่ย บอกว่า พี่ปูครับ ผมอยากเตือนหลายๆ คนว่าอย่าประมาทกับชีวิต มัวแต่ทำงานเจ็บป่วยละเลย สุดท้ายที่ทำมาก็ไม่ได้อะไรเลย ต่อไปนี้ผมไม่สบาย ไม่ว่าจะนิดหน่อยผมจะรีบไปหาหมอเลยครับ ไม่ปล่อยให้เป็นมากๆ แบบเมียผม ผมไม่เคยรู้เลยว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน เพราะเขาไม่ค่อยพูดไม่ค่อยบ่น เอาแต่ทำงานและทำงาน ทำงานเสร็จก็ดูแลลูกๆ และทำงานต่อ เป็นอย่างงี้มาตลอด (>x<) .

ดีแล้วน้อง หลายๆ คนที่มัวแต่ทำมาหาเงินจนลืมดูแลสุขภาพ รวยมีเงินมากมายก็ไม่ได้ใช้หาความสุขใส่ตัว แต่กลับต้องเอามารักษาสุขภาพ ไปไหนก็ไม่ได้ อีตอนมีปัญญาไปก็ไม่ได้ไป เพราะมัวแต่ทำงาน พอไม่ได้ทำงานก็ป่วยไปไหนไม่ได้ซะงั้น สรุปทำงานหาเงินมาเพื่ออะไรฟระ ชิมิ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน