posttoday
สัตวแพทย์อาสาแห่งเอเชีย ณฤทธิ์ศร ผลเพิ่ม

สัตวแพทย์อาสาแห่งเอเชีย ณฤทธิ์ศร ผลเพิ่ม

31 สิงหาคม 2557

การรักษาสัตว์ ถือเป็นการรักษาทางจิตใจให้เจ้าของมีความสุขขึ้น ตรงนี้ถือว่ามีส่วนค่อนข้างมาก

โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพ : เสกสรร โรจนเมธากุล

“การรักษาสัตว์ ถือเป็นการรักษาทางจิตใจให้เจ้าของมีความสุขขึ้น ตรงนี้ถือว่ามีส่วนค่อนข้างมาก เพราะเราต้องยอมรับว่าทุกครั้งที่สัตว์ป่วย คนดูแลจริงๆ คือเจ้าของ ไม่ใช้สัตวแพทย์ หมอเป็นเพียงผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ทางเลือก เราต้องทำให้เขาคิดที่จะดูแลสัตว์ คือสิ่งที่เขาต้องทำเป็นสิ่งที่สำคัญ หากทำให้เจ้าของไม่รู้สึกถึงปัญหาจริงๆ ได้ สุดท้ายแล้วอาการของสัตว์ก็ไม่หาย และมันก็จะตีย้อนกลับไปยังเจ้าของเองด้วย เจ้าของทุกข์ สัตว์ก็ทุกข์ด้วย ทุกอย่างต้องเริ่มต้นไปพร้อมๆ กัน”

เมื่อยามที่โลกเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผู้คนทั่วโลกจะพุ่งเป้าให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติตามหลักสากล แต่ใช่เพียงแค่มนุษย์เท่านั้นที่เดือดร้อน สัตว์ต่างๆ เองก็ได้รับความลำบากและต้องการได้รับความช่วยเหลือไม่ต่างกัน นี่จึงเป็นหน้าที่ของสัตวแพทย์อาสาแห่งองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection)

อย่าง หมอน็อต หรือ นสพ.ณฤทธิ์ศร ผลเพิ่ม ที่จะลงพื้นที่เยียวยาสัตว์เหล่านี้ให้อยู่กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์แข็งแรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

สัตวแพทย์อาสาแห่งเอเชีย ณฤทธิ์ศร ผลเพิ่ม

 

เมื่อครั้งเลือกเป็นสัตวแพทย์

หมอน็อต เล่าความหลังก่อนเข้ามาทำงานเป็นสัตวแพทย์ว่า เมื่อประมาณ 30 ปีก่อนสมัยที่บ้านเมืองยังไม่ได้เป็นป่าคอนกรีตเช่นในปัจจุปัน เวลาไปมาไหน เรามักจะเจอสัตว์ต่างๆ อยู่รายรอบตัว และตัวเขาเองก็เคยเลี้ยงสัตว์หลายชนิด เช่น ไก่ แมว และสัตว์อื่นๆ จึงค่อนข้างผูกพันกับสัตว์ต่างๆ รอบตัวมาก จนถึงช่วงเวลาที่ต้องเลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย จึงจุดที่เปลี่ยนชีวิตมาถึงทุกวันนี้

“ก่อนเข้าเรียนมหาลัยที่เราจะต้องตัดสินใจเลือกคณะว่าเราจะเรียนอะไร ก็มีทางเลือกอยู่ 23 อย่าง อย่างแรก คือหมอฟัน เพราะครอบครัวทางฝั่งคุณแม่ก็จะเป็นหมอกันหลายคน รวมถึงหมอฟันด้วย ก็เป็นอาชีพที่น่าสนใจดี แต่เรากลับรู้สึกว่า สมาชิกในครอบครัวเป็นคุณหมอรักษาคนเยอะแล้ว ประกอบกับเราชอบเลี้ยงสัตว์ จึงตัดสินใจเดินในเส้นทางสัตวแพทย์

ปีแรกเข้ามาในคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ความรู้สึกก็ไม่ได้รักในวิชาคณะอะไรมาก แต่พอได้สัมผัสกับงาน ได้มาอยู่ตรงจุดนี้ ทำให้เราได้รู้ว่า เราไม่ได้แค่ช่วยรักษาสัตว์เท่านั้น แต่ยังถือว่าช่วยเจ้าของ ทั้งในแง่สภาพจิตใจและเศรษฐกิจในครอบครัว ดังนั้นเวลาเราช่วยรักษาสัตว์ คนก็จะมีความสุขด้วย

คนที่เคยทำเกษตรกรรม หรืออยู่ในต่างจังหวัดจะรู้ดีกว่าเกษตรกร เกือบทุกคนจะให้ความเคารพหมอมาก ทั้งๆ ที่เราเองก็ไม่ต้องลงมือทำอะไรมาก มารู้ภายหลังว่าสิ่งที่เราทำนั่นคือชีวิตเขา มันไม่ใช่แค่ชีวิตสัตว์ แต่ได้ช่วยถึงครอบครัวนั้นๆ ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เลยรู้สึกว่าการทำอาชีพนี้มีข้อดีหลายๆ อย่างที่น่าภูมิใจ”

สัตวแพทย์อาสาแห่งเอเชีย ณฤทธิ์ศร ผลเพิ่ม

 

ก้าวแรกที่เข้ามาเป็นสัตวแพทย์อาสา

หมอน็อต เล่าต่อว่า ก่อนเรียบจบก็เข้าฝึกทำงานในโรงพยาบาลสัตว์เอกชน แต่หมอน็อตกลับมีความรู้สึกไม่อยากทำงานแบบนี้ เพราะการรักษาทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองไปเสียหมด “จำได้ว่ามีอยู่เคสหนึ่งเจ้าของสัตว์ไม่มีเงินมารักษา เขาถูกรถชนมาเป็นแผลเปิดใหญ่ต้องทำการผ่าตัดรักษาเท่านั้นถึงจะรอด แต่การรักษาในโรงพยาบาลทุกสิ่งอย่างล้วนมีค่าใช้จ่ายและต้นทุน แม้ทางโรงพยาบาลอยากจะช่วยแต่เมื่อไม่มีเงินรักษา สิ่งที่เราพอทำให้ได้ดีที่สุดในเวลานั้นก็คือ ทำความสะอาดแผล ผันผ้าและส่งกลับไป

“ส่งกลับไปทั้งที่รู้ว่าอย่างไรมันต้องตายแน่ๆ พอเจอเคสแบบนี้บ่อยๆ ทำให้เรากลับมานั่งคิด เราไม่ได้คิดว่ามันคือผลกำไร แต่ที่คิดเพราะมันคือความเกี่ยวเนื่องถึงชีวิตหนึ่งที่ต้องปล่อยให้ตายทั้งที่เราสามารถช่วยเขาได้ ประกอบกับช่วงหลังเรียนจบที่องค์กรพิทักษ์สัตว์เปิดรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝึกงานของแผนกจัดการด้านภัยพิบัติ ถือว่าเป็นงานที่ท้าท้าย หมออื่นๆ ก็ไม่ค่อยได้มีโอกาสทำหรือทำได้ไม่เต็มที่ และนโยบายก็ตรงกับความต้องการของเราที่ไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจ ไม่ได้ทำเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด แต่เป็นการทำเพื่อสัตว์จริงๆ จึงตัดสินใจเดินเข้ามาสมัครงานที่นี่”

5 ปีที่ผ่านมากับการช่วยเหลือสัตว์ทั่วเอเชีย

“ปีแรก จับต้นชนปลาย ช่วงแรกๆ แผนกจัดการด้านภัยพิบัติเพิ่งจัดตั้งก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ช่วยกันประคับประคองกันมา ทำงานกันแค่ 3 คน ดูแลทั้งภูมิภาค ออกเดินทางกันบ่อยมาก ต้องสลับๆ กันออกเดินทาง เพราะการจัดการภัยพิบัติไม่ใช่แค่เข้าไปช่วย เวลาไปเจอหน้างานแล้วพบว่าชุมชนนั้นๆ มีช่องว่างในบางอย่าง แล้วหากเจอเหตุการณ์ร้ายๆ อีก ช่องว่างที่เกิดขึ้นก็จะทำให้เขาแย่ลงไปอีก เราก็ต้องหาหนทางช่วยเหลือ ทั้งการหาความรู้เข้าไปให้ ส่งเสริมกิจกรรมบางอย่าง เหมือนกับเราต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทางชุมชนนั้นๆ

“เวลาลงพื้นที่ เราจะเริ่มจากการลงสำรวจพื้นที่ ประเมินสถานการณ์หาสิ่งที่ทางชุมชนขาด จากนั้นจึงติดต่อเพื่อนำความช่วยเหลือลงไปให้ แต่ในจังหวะที่ลงพื้นที่เราก็จะมีชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นไปด้วย โดยประเมินว่า อะไรคือความเจ็บป่วยที่น่าจะเจอ เช่น ถ้าเจอพายุ ก็อาจจะเจอบาดแผลที่เกิดจากลมพัดเศษไม้โดนตัวจนเกิดแผล เป็นต้น”

หมอน็อต บอกอีกว่า เคสที่ทำงานยากที่สุดคือ น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2554 ที่จริงแล้วการช่วยเหลือจะไม่ลำบากเลยถ้ามีการประสานงานที่ดี แต่ด้วยความที่คนไทยเรามีจิตใจดีก็ลงพื่นที่ช่วยเหลือกันจนเต็มไปหมด แต่เป็นการช่วยแบบกระจุกตัว ทำให้อีกหลายพื้นที่ขาดความช่วยเหลือ แต่ครั้งนั้นก็พอที่จะลงพื้นที่ช่วยเหลือได้พอสมควร

อย่างที่ จ.พิจิตร มีสหกรณ์แห่งหนึ่งถูกน้ำท่วม ก็นำอาหารไปให้ พอน้ำลงมาถึง กทม. ก็ตามลงมา เจอคนอพยพแล้วนำสัตว์เลี้ยงติดมาด้วย เราก็ต้องเข้าไปดู เพราะสัตว์อยู่ในสภาพที่แย่มาก เหมือนเจ้าของไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสัตว์ เวลาเกิดเรื่องก็เอาสัตว์ไปด้วย แต่ไม่รู้วิธีการจัดการต่างๆ เตรียมแต่ข้าวของเครื่องใช้ตัวเอง แต่สัตว์เลี้ยงไม่มีเลย

หรืออย่างเมื่อคราวที่ลงพื้นที่ภูเขาไฟระเบิดที่อินโดนีเซีย ทุกคนวิ่งหนีออกจากพื้นที่หมด มีแต่เราที่ขับรถเข้าไปในใจกลางเถ้าถ่านจากภูเขาไฟเพื่อช่วยเหลือสัตว์ และสิ่งที่เราพบก็คือสัตว์ที่ถูกทิ้ง สัตว์ที่บาดเจ็บและเจ้าของที่ไม่มีความรู้เรื่องการรักษาสัตว์เลย

ดังนั้น ปัญหาของสัตว์ในภูมิภาค ส่วนใหญ่ต้นเหตุมาจากตัวของเจ้าของหรือมนุษย์เองที่ไม่ได้ให้สนใจเกี่ยวกับสัตว์มากนัก เวลาที่เราลงพื้นที่ช่วยเหลือ สัตว์แต่ละชนิดแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน ไม่ใช่แค่หมอเข้าไปดูสัตว์ป่วยแล้วรักษา แต่ต้องรักษาทั้งสัตว์และทั้งเจ้าของไปพร้อมๆ กัน นี่ถือว่าเป็นความยากของการทำอาชีพนี้.

ดูแลสัตว์เมื่อเกิดภัยพิบัติ

เมื่อเกิดภัยพิบัติ สิ่งแรกที่ควรเตรียมคือ เรื่องอาหาร กรง และปลอกคอ เพราะหลายที่ของศูนย์พักพิงปฏิเสธสัตว์ที่ไม่มีกรง ดังนั้นจึงควรเตรียมกรงติดไปด้วย

หากเป็นเกษตรกร ให้เตรียมย้ายสัตว์ออกนอกพื้นที่ เตรียมน้ำ เตรียมอาหาร เตรียมยาวัคซีน อุปกรณ์สร้างที่บังแดดบังฝน พร้อมสำหรับการอพยพต่อเนื่องหลายวัน

ติดต่อขอความช่วยเหลือให้แก่สัตว์เมื่อเกิดภัยพิบัติได้ทางเว็บไซต์ www.worldanimalprotection.or.th หรือโทรศัพท์ 02-665-2523

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย