posttoday
ขอโทษ...เขาไม่รอ

ขอโทษ...เขาไม่รอ

30 สิงหาคม 2557

มีสัญญาณบอกเหตุหลายประการบ่งชี้ว่า มีการเคลื่อนตัวของอำนาจในสังคมไทยอย่างอึกทึกครึกโครม

โดย...ภัทระ คำพิทักษ์

มีสัญญาณบอกเหตุหลายประการบ่งชี้ว่า มีการเคลื่อนตัวของอำนาจในสังคมไทยอย่างอึกทึกครึกโครมแต่น่าเสียดายว่า คนจำนวนไม่น้อยมองไม่เห็น

การเคลื่อนตัวของอำนาจตรวจสอบจากสื่อมวลชน ไปอยู่ที่โทรศัพท์มือถือของชาวบ้านนั้นประการหนึ่งล่ะ

การเคลื่อนตัวของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมเข้าไปทำงานในองค์กรใหญ่ๆ ซึ่งเป็นทุนไทยที่ข้ามชาติได้ หากแต่พยายามหักร้างถางพง สร้างที่ทางที่สามารถหยัดยืนขึ้นในโลกของตัวเอง นั่นอย่างหนึ่งล่ะ

ค่อยๆ มองเถอะจะพบเห็นร่องรอยและเรื่องราวเหล่านี้ได้โดยไม่ยากเลย

การรวมตัวกันของชุมชนต่างๆ การตื่นตัวในภาคประชาสังคม ในที่ต่างๆ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเบ่งบานมาอย่างต่อเนื่อง

องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจำนวนไม่น้อย ลุกขึ้นมาจัดการตัวเองโดยไม่หวังจะพึ่งพิงโครงสร้างรัฐแบบเดิมๆ อีกต่อไป

ไม่นับว่ามีเอกชนไปบุกเบิกค้าขายในต่างแดนด้วยตนเอง ปูทางให้รัฐเดินตามก็มีจำนวนไม่น้อย

ใครที่เคยมีประสบการณ์เปลี่ยนแปลงสังคมด้วยคนเล็กๆ รวมทั้งทำเรื่องใหญ่ๆ ระดับโครงสร้างมา ย่อมเห็นคุณค่าของการเปลี่ยนแปลงทั้งสองประการว่า ผีเสื้อกระพือปีกทำให้เกิดลมพายุได้จริง และลมพายุก็มีพลานุภาพไปเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ได้จริง

อย่าไปคิดและหวังว่าการเปลี่ยนแปลงมันจะมาจากคนที่อยู่ในโครงสร้างบนๆ หรือจากยอดของสังคมเท่านั้นนะครับ

โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว

เมืองไทยกำลังต้องการการเปลี่ยนแปลง

จะเรียกมันว่าการปฏิรูป หรืออะไรก็ช่างเถอะ แต่อะไรๆ จะเป็นไปในแบบเดิมอีกไม่ได้แล้ว

สิ่งที่น่าสนใจตอนนี้คือ คนไทยจะพอใจอยู่แค่พากันอยู่นิ่งๆ ตาม คสช.บอกแล้วปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้การเปลี่ยนแปลงแค่นั้นหรือไม่

คนไทยจำนวนไม่น้อยอาจจะพอใจแบบนี้ เพราะไม่เช่นนั้นคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ก็คงไม่พูดถึงความดีงามของรัฐบาล จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มาจนถึงทุกวันนี้

ไม่ว่าจะพอใจหรือไม่ ผมว่าการเคลื่อนตัวของอำนาจในสังคมไทยมันก็เคลื่อนไปของมันแบบไม่รอใครเหมือนกัน

ในขณะที่คนจำนวนหนึ่งยังพึ่งพิงกับระบบอุปถัมภ์ ดิ้นรนหาทางเพื่อจะเติบโตจากเศรษฐกิจแบบผูกขาด แต่การเกษตรแบบฉลาด เศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์ ฯลฯ มันก็จะเดินหน้าของมันไป

คนที่อยู่ในระบบหรือโครงสร้างใหญ่ๆ ที่คิดว่า ตัวเองมีอำนาจ อาจจะไม่มีอำนาจอยู่จริงก็ได้ อำนาจอาจจะอยู่ที่การคิดในถูกต้อง ทำให้ถูกต้อง

อำนาจอาจจะอยู่ที่ความสามารถในการสร้างศรัทธาหรือสื่อสารกับคนอื่น อาจจะอยู่ที่ความเข้าใจสังคม ความแตกฉานในความรู้ รู้โลก รู้คน หรือแม้แต่การรู้จักตนเอง

เอาง่ายๆ ว่า หลวงพ่อที่บ้านต่างจังหวัดท่านสร้างโรงพยาบาลตึกสูงเป็นสิบชั้นมูลค่าเป็นร้อยล้านบาทได้ ชาวบ้านคนยากคนจนจำนวนมากได้ประโยชน์ โดยที่คนเป็นนายกรัฐมนตรีหรือผู้แทนราษฎรหน้าหน้าไหน รัฐมนตรีสาธารณสุขหรือผู้อำนวยสำนักงบประมาณคนใด ก็ไร้น้ำยา

อย่าไปคิดและหวังว่า การเปลี่ยนแปลงมันจะมาจากคนที่อยู่ในโครงสร้างบนๆ หรือจากยอดของสังคมเท่านั้นนะครับ

โลกมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

บอกแล้วว่า ผีเสื้อกระพือปีกทำให้เกิดลมพายุได้จริง แต่ลมพายุก็มีพลานุภาพไปเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ได้จริงเหมือนกัน

แม้อำนาจของการขยับปีกของผีเสื้อจะทรงพลัง แต่เล่นเกมแห่งอำนาจในระบบก็ทรงพลังไม่หยิ่งหย่อนกว่ากัน

จอมพล ป.พิบูลสงคราม แม้จะได้ชื่อว่าเป็นนายกฯ ที่อยู่ในอำนาจยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ท่านจอมพลก็หัวทิ่มไม่เป็นท่าเมื่อบริหารอำนาจระหว่างขุนพลซ้ายขวา จอมพลสฤษดิ์ และจอมพลเผ่า ศรียานนท์ ไม่ลงตัว

น่าสนใจว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยไหม?

แน่นอนว่า สภาวะที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงนั้น ผู้นำมีความสำคัญยิ่ง

การปฏิรูปประเทศโดยอาศัยคนหยิบมือหนึ่งที่กำลังจะเบียดเสียดแย่งกันเข้าไปอยู่ในสภาปฏิรูปเท่านั้นหรือ?

ต่อให้บวกด้วยอีกจำนวนหนึ่งใน คสช. รัฐบาลหรือในรัฐสภาด้วย เอ๊า...

อานุภาพของการปฏิรูปมันจะเกิดต่อเมื่อมีพลังร่วมจากสังคม จากการขยับปีกของเหล่าผีเสื้อในทุกหนแห่งต่างหากเล่า

อยู่ในโครงสร้างหรือไม่ ไม่สำคัญเท่าคุณมีอำนาจจริงๆ หรือไม่

อาจารย์เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เคยกล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า ถ้าไม่มองแต่ผู้ชนะจะพบว่า บางครั้งผู้นำที่แพ้ก็สร้างชัยชนะได้และหลายคนเหล่านั้นมีความเป็นผู้นำที่ดียิ่ง หนึ่งในนั้นคือ สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 7 ซึ่งทรงยอมรับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แล้วทรงประคับประคองรัฐบาล โดยทรงสละราชสมบัติ

ถ้าพิเคราะห์คำของอาจารย์เอนกลงไปอีกนิดก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แถลงการณ์สละราชสมบัติซึ่งทรงพระอักษรไว้ด้วยลายพระหัตถ์นั้น เป็นประกาศแห่งชัยชนะที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ที่ไม่มีผู้ใดสามารถฉ้อฉลไปจากพระองค์ท่านได้เลย

โลกมันเปลี่ยนไปแล้วและเมืองไทยกำลังต้องการการเปลี่ยนแปลง

ถ้าเหล่าคุณอำนาจขยับถึงใครจะตอบสนองได้หรือไม่เขาก็จะไม่รอใคร

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว