posttoday
พลังที่ต้องมองเห็น

พลังที่ต้องมองเห็น

23 สิงหาคม 2557

เรื่องยุ่งยากประจำยุคสมัยคือ ทำอย่างไรถึงจะเกิดความเป็นเอกภาพไปพร้อมกับความหลากหลายได้

โดย...ภัทระ คำพิทักษ์

เรื่องยุ่งยากประจำยุคสมัยคือ ทำอย่างไรถึงจะเกิดความเป็นเอกภาพไปพร้อมกับความหลากหลายได้

เมื่อความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนชาวไทยมาพร้อมกับความแตกแยกทางความคิดครั้งมโหฬาร ก็มีคนพยายามอรรถาธิบายด้วยทฤษฎีอะไรต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะอธิบายด้วยเหตุผลอย่างไรก็ตาม ส่วนตัวผมนั้นค่อนข้างจะมีศรัทธาจริตหนักไปทางผลการศึกษาการจัดการความรุนแรงที่เขาทำกันมาทั่วโลก พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ต้องขอขอบคุณสถาบันพระปกเกล้า ที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ไว้อย่างดี ใครสนใจลองไปค้นคว้าดูนะครับ

อย่างไรก็ตาม หลังการรัฐประหาร คสช.ทำให้ใครต่อใครจำนวนมากมึนงงมิใช่น้อย เพราะจู่ๆ ท่านก็จัดงานสามัคคีชุมนุมที่ท้องสนามหลวง ปล่อยลูกโป่ง ร้องเพลง แล้วบอกว่า ปรองดองเข้าใจกันดีแล้ว

พูดง่ายๆ แบบนี้เดี๋ยวคุณสมชายจะเคืองเอา อันทีจริงท่านได้ให้ตัวเลขอยู่เหมือนกัน ว่าก่อนหน้าจะมีงานที่สนามหลวงนั้นได้จัดเวทีเสวนาพูดคุยทำความเข้าใจในระดับพื้นที่มาแล้วกี่น้อยกี่พันครั้ง จำไม่ได้เสียแล้วแต่ก็นับเป็นพันครั้งเลยทีเดียว

ถ้าทุกอย่างมันเรียบร้อยได้แบบนั้นมันก็ดีสิ

ถ้าทุกอย่างมันง่ายแบบนั้น การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอื่นๆ ไม่ว่าภาคใต้หรือที่ไหนๆ มันก็น่าจะง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากใช่ไหม ?

ว่าก็ว่าเถอะ สถานการณ์ที่สงบราบคาบไปได้ส่วนหนึ่งนั้น เป็นเพราะแนวร่วมที่ทำให้เกิดการรัฐประหารคราวนี้ขึ้นได้ เขาให้โอกาสคุณสมชายต่างหาก และอีกประการที่สำคัญคือ นักการเมืองโดยสายเลือดทั้งหลายก็รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง กดป้าย WAIT รอสักพักไฟเขียวก็มา แค่ไปพักผ่อนใช้เงินใช้ทองแล้วค่อยกลับสู่เกมกันใหม่ เมื่อหัวไม่ขยับ ไหนเลยหางจะกระดิก

คิดแค่สองปัจจัยนี้ก็อาจจะเป็นส่วนที่เกินครึ่งของปฏิกิริยาที่ควรจะมีต่อคณะ คสช.แล้ว

หลังการรัฐประหารใหม่ๆ ผู้นำทางความคิดของคนรุ่นใหม่คนหนึ่งถามผมถึงการคาดการณ์ของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการออกไปทำท่ายืนอ่านหนังสือ 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ ในที่สาธารณะ ผมบอกว่า ไม่บานปลายหรอก น้องเขาอาจจะงงๆ กับความเชื่อมั่นของผม แต่พอพรรคพวกบอกมาว่า อีกสองวันข้างหน้าจะพากันเดินจากสงขลามากรุงเทพฯ เพื่อรณรงค์เรื่องปฏิรูปพลังงาน จะเป็นไม้ขีดชิ้นแรกที่ทดสอบ คสช. ผมนึกในใจว่า อันนี้ล่ะใช่เลย

ไม่ต้องไปพูดถึงความลึกลับซับซ้อน ซ่อนเงื่อนพันปมในรายละเอียดเรื่องพลังงาน แต่ผมเชื่อว่า คนที่เคลื่อนไหวเรื่องนี้ เป็นพลเมืองที่ก้าวหน้า บวกกับปัจจัยอื่น เช่น จังหวะเวลา ประเด็นเคลื่อนไหว ฯลฯ มันใช่เลย

ในขณะที่กองทัพเป็นผู้เสียสละถลันเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศโดยยอมแบกรับทุกอย่างเอาไว้บนบ่าของตัวเอง กองทัพก็ต้องเข้าใจว่า หลายปีมานั้นภาคพลเมืองตื่นตัวมาก ถึงมากที่สุด

คนจบโรงเรียนนายร้อยจะได้ปริญญาวิศวกรรมศาสตร์มาด้วย ก็น่าจะเข้าใจกฎพลังงานดี

พลังภาคประชาชนน่าจะเติบโตสูงสุดในยุคการนำของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เครื่องชี้วัดสำคัญของผมประการหนึ่งคือ คนจำนวนมากร่วมกันเสียสละเงินทองหลายร้อยล้าน รวมทั้งชีวิตเลือดเนื้อให้กับการต่อสู้คราวนั้น

เมื่อพลังงานก่อรูปขึ้นแล้ว จู่ๆ มันจะหายไปเสียเฉยๆ เพราะมีคนมาสั่งว่า อยู่เฉยๆ เดี๋ยว คสช.จัดให้กระนั้นหรือ ?

กฎด้านอนุรักษ์พลังงาน มีอยู่ว่า พลังงานสามารถเพิ่มหรือลดได้โดยการถ่ายโอนเข้าหรือออกจากระบบเท่านั้น

ข้อเด่นของกองทัพคือ การเป็นเอกภาพและมีวินัย แต่การเอาโครงสร้างกองทัพสวมทับเข้าไปในโครงสร้างการบริหารบ้านเมืองดุ้นๆ เลยนั้น ไม่น่าจะใช่คำตอบในยุคปัจจุบันที่ทุกองค์กรล้วนพยายามสร้างเอกภาพบนความหลากหลาย แม้แต่องค์กรเอกชนก็พยายามกระตุ้นให้พนักงานมีความตื่นตัว เป็นพนักงานที่ก้าวหน้า ช่วยกันสร้างสรรค์และถ้าสามัคคีมีเอกภาพยิ่งวิเศษใหญ่

ถ้า คสช.ไม่เข้าใจกฎของพลังงาน ไม่เข้าใจเรื่องพลังของภาคพลเมืองที่ตื่นตัวมาหลายปีแล้ว ก็น่าเป็นห่วงครับ

การพยายามทำตัวเป็นกลาง เพื่อจัดปรองดองมันก็ดีอยู่ แต่ถ้าเป็นกลางโดยผลักมิตรทั้งหลายเป็นยืนอยู่ข้างศัตรู กฎมันมีอยู่ว่า ศัตรูของศัตรูคือ มิตร

มีคนเล่าให้ฟังว่า มิตรประเทศบางประเทศวิตกกังวลมากกับความเติบโตของพลเมืองไทย ถ้าคนบ้านอื่นเมืองอื่นอ่านออก มองเห็น แต่คนในอ่านไม่ออก ดูไม่เป็น ก็คงต้องห่วงว่า ของจะหาย ไม่ใช่ว่าจะเสียของซะแล้ว

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย