posttoday
เทียบฟอร์มยานยนต์ภูมิภาคไทยไม่ปรับตัวร่วงแน่

เทียบฟอร์มยานยนต์ภูมิภาคไทยไม่ปรับตัวร่วงแน่

21 สิงหาคม 2557

การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมกลุ่มต่างๆ จำเป็นต้องเร่งปรับตัว รวมถึงภาคยานยนต์ เพราะหากไม่ขยับตัวทำอะไร

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมกลุ่มต่างๆ จำเป็นต้องเร่งปรับตัว รวมถึงภาคยานยนต์ เพราะหากไม่ขยับตัวทำอะไร ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจถูกประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียแซงหน้าได้

ทัศนา พิริยพฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า สถาบันยานยนต์ได้ศึกษานโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียน รวมถึงผลกระทบที่อาจมีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย โดยมุ่งเฉพาะประเทศที่มีการผลิต ได้แก่ อินโดนีเชีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย

การศึกษาครั้งนี้เพื่อรองรับการเปิดเสรีในอนาคต ที่เมื่อมีตลาดขนาดใหญ่ขึ้น ย่อมทำให้ความต้องการยานยนต์มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสิ่งที่จะตามมาก็คือ การแข่งขัน ซึ่งจะมีรูปแบบแตกต่างจากเดิม คือ จะแข่งกันด้านคุณภาพสินค้ามากกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากการกีดกันมาตรการทางภาษีมีแนวโน้มลดลงจนเป็นศูนย์ ดังนั้นประเทศที่มีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีและการผลิต จะถือว่ามีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น

สำหรับผลการศึกษาจุดอ่อนจุดแข็งของอุตสาหกรรมยานยนต์ของแต่ละประเทศ พบว่า มาเลเซียมีจุดแข็งอยู่ที่การมีอุตสาหกรรมยานยนต์ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของอาเซียน มีแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศชัดเจน และรัฐบาลให้การสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อมทำให้จูงใจนักลงทุนต่างชาติ แต่มีจุดอ่อนคือ อุตสาหกรรมนี้อยู่ในภาวะอิ่มตัว อัตราการผลิตคงที่ มีข้อจำกัดในการส่งออก และการขยายฐานการผลิตของรถยนต์แห่งชาติมาเลเซียไปประเทศอื่นเป็นไปได้ยาก เพราะความนิยมในแบรนด์ค่อนข้างจำกัด

ขณะที่อินโดนีเซียเป็นตลาดที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะตลาดรถยนต์เติบโตรวดเร็วที่สุดในอาเซียน อีกทั้งรัฐบาลยังมีนโยบายชัดเจนในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีการกำหนดโปรดักต์แชมเปี้ยนคล้ายไทย นั่นก็คือรถประหยัดพลังงานขนาดมาตรฐานสากล (อีโคคาร์)แต่เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสนับสนุนยังไม่แข็งแกร่งเท่าไทย

เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ที่การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ยังไม่ประสบความสำเร็จนัก เนื่องจากภูมิประเทศเป็นหมู่เกาะ ทำให้พื้นที่ไม่เหมาะที่จะสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ และการคมนาคมขนส่งในประเทศยังไม่สะดวก ที่สำคัญยังมีมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (เอ็นทีบี) ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจเข้าไปลงทุน

ขณะที่ไทยแม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่มีการกำหนดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ระยะยาวที่ชัดเจน แต่ด้วยความที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมมานาน จึงทำให้มีเทคโนโลยี รวมทั้งมีอุตสาหกรรมสนับสนุนครบวงจร ซึ่งปัจจัยบวกดังกล่าวทำให้ไทยยังถูกจัดอยู่ในตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ในอาเซียน

อย่างไรก็ตาม คู่แข่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซียและมาเลเซียก็มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่ตอนนี้เริ่มขยับขึ้นมาอยู่ในภาวะหายใจรดต้นคอไทยแล้ว ดังนั้นไทยจึงต้องมีการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ องอาจ พงศ์กิจวรสิน ประธานกลุ่มอุตสาห กรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวเสริมว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในอาเซียนเป็นทั้งพันธมิตรและคู่แข่ง เพราะทุกประเทศต่างก็มีการกำหนดโปรดักต์แชมเปี้ยนที่คล้ายๆ กันหมด จึงทำให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต้องหันกลับมาเตรียมตัวตั้งรับให้ดี จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ ประเทศเหล่านี้อาจจะยังไม่พร้อมหรือแข็งแกร่งเท่าไทย แต่ตอนนี้อินโดนีเซียกำลังมาเคาะประตูถึงหน้าบ้านแล้ว จึงจำเป็นต้องจับตาดูการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของอินโดนีเซียให้ดี

“เมื่อเปิดเสรีอาเซียน เรื่องดีที่จะเกิดขึ้นแน่นอน มีตลาดที่กว้างและใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่จะทำให้ไทยสามารถส่งออกรถยนต์ไปขายยังประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนามได้”

เมื่อเห็นทั้งโอกาสและความท้าทายแบบนี้แล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย จำเป็นต้องลุกขึ้นมาวางแผนแม่บทระยะยาว 1020 ปีข้างหน้าว่า ทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะเดินหน้าต่อไปทางไหน และจะรักษาความเป็นฐานการผลิตในภูมิภาคอาเซียนนี้ไว้ได้อย่างไร เพราะหากไม่เร่งปรับตัว เมื่อพูดถึงเบอร์ 1 ยานยนต์อาเซียนในอนาคต คงจะไม่มีใครคิดถึงประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย