posttoday
เยียวยาตัวเอง

เยียวยาตัวเอง

17 สิงหาคม 2557

ภาพพื้นที่ทั่วอาณาบริเวณของอ่าวพร้าวถูกย้อมไปด้วยสีดำของน้ำมันดิบประมาณ 5 หมื่นลิตร ที่รั่วไหลจากเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติกรีกระหว่างถ่ายน้ำมันดิบมายังโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล ห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2556 ยังไม่คลายไปจากความทรงจำของหลายคน ถือเป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม

ภาพพื้นที่ทั่วอาณาบริเวณของอ่าวพร้าวถูกย้อมไปด้วยสีดำของน้ำมันดิบประมาณ 5 หมื่นลิตร ที่รั่วไหลจากเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติกรีกระหว่างถ่ายน้ำมันดิบมายังโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล ห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2556 ยังไม่คลายไปจากความทรงจำของหลายคน ถือเป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม

เหตุการณ์นั้นจะผ่านไปแล้วกว่า 1 ปี ปัจจุบันคราบน้ำมันถูกเก็บไปจนพื้นที่เกิดเหตุทั้งหมดแทบไม่เหลือร่องรอยให้เห็น แต่โอกาสที่พื้นที่เกิดเหตุจะกลับคืนสู่สภาพก่อนเกิดเหตุ ในทุกมิติยังคงอยู่ภายใต้เงื่อนไขของเวลาและเครื่องหมายคำถามที่ไม่มีใครตอบได้ชัดเจน

ย้อนกลับไปในช่วงที่เกิดเหตุ หลังคราบน้ำมันถูกกำจัดไปเกือบหมด ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว แต่น้ำมันดิบซึ่งประกอบด้วยธาตุไฮโดรเจนและคาร์บอน รวมตัวกันเป็นไฮโดรคาร์บอนอะตอม รวมถึงธาตุหรือสารอื่นๆ ประกอบอยู่ด้วย เช่น ไนโตรเจน ออกซิเจน กำมะถัน วานาเดียม เหล็ก นิกเกิล ฯลฯ และยังไม่นับรวมถึงสารซิลิคอนจำนวนมหาศาลที่ใช้ฉีดสลายคราบน้ำมัน ต่างมีผลในทางทำลายล้างให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ทั้งสัตว์น้ำ สัตว์หน้าดิน รวมถึงจุลชีพที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ตายไปเพราะพิษสภาพที่ปกคลุมตลอดแนวอ่าวพร้าว พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็น “กราวด์ซีโร” เป็นผืนหาดทรายและโขดหินที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตเหลืออยู่

แต่วงจรระบบนิเวศของท้องทะเล คลื่นและกระแสน้ำที่ไม่หยุดนิ่ง สรรพชีวิตซึ่งไหลเวียนมากระทบฝั่งก็ยังรอโอกาสที่จะนับหนึ่งกลับมายังชีพบนหาดแห่งนี้ รอเวลาที่พิษสภาพเจือจางไปกับละลอกคลื่น พัดออกไปสู่ความเวิ้งว้างราวกับกำลังเยียวยาสมานแผลตัวเอง

ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า แม้ภารกิจการกำจัดคราบน้ำมันออกจากอ่าวพร้าวจะลุล่วงไปแล้ว หรือพบว่าพื้นที่ที่เคยมีคราบน้ำมันเริ่มเยียวยาตัวเอง แต่ปัญหาท้องทะเลในภูมิภาคนี้ ซึ่งมีปัญหาเรื่องโรงงานอุตสาหกรรมและการประมงรุมเร้าอยู่รวมถึงปัญหาจากน้ำมันในอนาคตรั่วเอง ซึ่งไม่ได้มีหลักประกันใดๆ ว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต ย่อมกลายเป็นค็อกเทลปัญหาที่ทำให้ทะเลในภูมิภาคนี้สุ่มเสี่ยงและอ่อนไหวในระยะยาวได้

ข้อมูลที่น่าสนใจจากกรีนพีซ ระบุว่า ประเทศไทยเคยมีทรัพยากรทางทะเลมากย้อนไปเมื่อ 50 ปีที่แล้วเราสามารถจับสัตว์น้ำในอ่าวไทยได้ชั่วโมงละ 298 กิโลกรัม ต่อมาเพียง 10 ปีที่ผ่านมา กลับลดลงอย่างน่าใจหายเหลือชั่วโมงละ 3 กิโลกรัมเท่านั้น 40% ของปลาที่จับได้ มีขนาดเล็กและเป็นเพียงลูกปลาเศรษฐกิจที่ยังโตไม่เต็มวัย และสถานการณ์การทำการประมงที่เริ่มดีขึ้น ไม่ใช่เพราะปลาในอ่าวไทยเพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะใช้วิธีการประมงที่กวาดล้างสัตว์ทุกชนิด ไม่ใช่เฉพาะในกลุ่มสัตว์น้ำที่เป็นเป้าหมาย และส่วนใหญ่ของผลพวงมาจากการประมงแบบกวาดล้างไปจนถึงหน้าดินและพื้นที่ใกล้ชายฝั่ง หรือกระทั่งแหล่งเพาะพันธุ์ สิ่งที่ถูกทำลายคือลูกปลาที่ยังโตไม่เต็มวัย ไม่เหมาะกับการนำมาบริโภค จึงถูกนำไปเป็นอาหารสัตว์เท่านั้น นับเป็นการทำลายล้างระบบนิเวศและความยั่งยืนอย่างรุนแรง

ในขณะที่มาตรการฟื้นฟูทะเลยังมองไม่เห็นเป็นนโยบายที่จับต้องได้ สิ่งที่สามารถดำเนินการได้คือการลดกิจกรรมด้านการประมงลง ให้โอกาสทะเลเยียวยาตัวเอง เป็นนโยบายที่เห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรมมาแล้ว

สุรจิต ชิรเวทย์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม แกนนำเครือข่ายประชาชนคนรักแม่กลอง เล่าว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้สอบถามจากชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่สมุทรสงคราม ซึ่งออกเรือประมงขนาด 7 เมตร ต่างระบุตรงกันว่า สามารถจับปลาทูได้จำนวนเพิ่มขึ้นมาก การจับโดยการวางอวนลอย ได้ปลาทูเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบ 3 เท่า เคยออกเรือวันละเพียงเที่ยวเดียวจับปลาทูได้สูงสุดแค่วันละ 100-300 กิโลกรัม ได้ปริมาณปลาทูไม่คุ้มกับค่าน้ำมันหากออกเรืออีกรอบสามารถออกเรือได้มากกว่าหนึ่งเที่ยวจับได้น้ำหนักรวมถึงวันละนับ 1,000 กิโลกรัม

นั่นเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลมาจากที่กรมประมงริเริ่มโครงการปิดอ่าวไทยชั้นใน หรืออ่าวรูปตัว ก ในพื้นที่ 8 จังหวัด เช่น จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,940 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมแหล่งทรัพยากรประมงอันอุดมสมบูรณ์ ด้วยมีแม่น้ำ 5 สาย แม่น้ำบางปะกง เจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง และเพชรบุรี ในช่วงวันที่ 1 มิ.ย.-31 ก.ค. ติดต่อกันมาเป็นเวลา 2 ปี เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลในอ่าวไทย

ทะเลไม่ได้เรียกร้องอะไรมากไปกว่าโอกาสและระยะเวลาในการฟื้นตัว เลิกกิจกรรมที่ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ มนุษย์ ผู้กุมนโยบาย ต้องทบทวนเรื่องนี้ ว่าจะเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า หรือความยั่งยืนในอนาคต

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย