posttoday
โฮจิมินห์ ซิตี...เที่ยวผ่านสงคราม

โฮจิมินห์ ซิตี...เที่ยวผ่านสงคราม

16 สิงหาคม 2557

“เวียดนามสงคราม และสงคราม” ลุงหวิน ไกด์ท้องถิ่นผู้ช่ำชอง เล่าสรุปถึงประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของเวียดนามให้ลูกทัวร์คณะของผมฟังขณะนั่งรถกลับจากการเที่ยวชมอุโมงค์กู๋จี

โดย...ภาพ เสก สามย่าน

“เวียดนามสงคราม และสงคราม” ลุงหวิน ไกด์ท้องถิ่นผู้ช่ำชอง เล่าสรุปถึงประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของเวียดนามให้ลูกทัวร์คณะของผมฟังขณะนั่งรถกลับจากการเที่ยวชมอุโมงค์กู๋จี ยิ่งช่วยตอกย้ำให้นักท่องเที่ยวจากประเทศกึ่งกลางภูมิภาคอาเซียนเช่นผมเข้าใจภูมิหลังของเวียดนามยิ่งขึ้นว่า ประเทศนี้มาจาก “สงคราม”

ในยุคล่าอาณานิคม ฝรั่งเศสเริ่มเข้ามายึดครองเวียดนามราว พ.ศ. 2400 จนกระทั่งช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขบวนการต่อต้านฝรั่งเศสโดยฝ่ายชาตินิยมพรรคคอมมิวนิสต์ นำโดย “โฮจิมินห์” หรือลุงโฮนั่นเอง แต่หลังจากนั้นไม่นานฝรั่งเศสก็หวนกลับเข้ามาขับไล่รัฐบาลโฮจิมินห์ และไม่ยอมรับเอกราชของเวียดนาม นำไปสู่สงครามสู้รบยืดเยื้อยาวนาน จนผลที่สุดฝรั่งเศสพ่ายแพ้ที่สมรภูมิค่าย “เดียนเบียนฟู” ในปี 249

“เวียดนามโชคร้าย” ลุงหวินว่าอย่างนั้น เพราะแม้เวียดนามจะได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส แต่ก็ยังไม่หมดเคราะห์กรรม เมื่อสหรัฐอเมริกาตบเท้าเข้ามาแทนที่เพื่อสกัดกั้นคอมมิวนิสต์ให้อยู่แค่เวียดนามเหนือ โดยสนับสนุนให้เกิดการแบ่งเวียดนามภาคใต้ออกมาเป็นอีกประเทศหนึ่ง มีเมืองหลวงชื่อไซ่ง่อน เกิดสงครามเวียดนามระหว่างเหนือกับใต้ หรือสงครามที่เวียดนามสู้เพื่อขับไล่อเมริกาออกไปนั่นเอง จนในที่สุดกองกำลังเวียดนามเหนือสามารถรุกเข้ายึดไซ่ง่อนและเวียดนามใต้ได้ทั้งหมดในปี 2518 และรวมเวียดนามทั้งสองเข้าเป็นหนึ่งเดียวนับแต่นั้นมา

โฮจิมินห์ ซิตี...เที่ยวผ่านสงคราม

 

เล่าเรื่องสงครามมาเสียยืดยาว คงพอจะนึกภาพออกได้บ้าง แต่หากจะสัมผัสกลิ่นของสมรภูมินั้นจริงๆ ก็ควรจะไปเที่ยว “อุโมงค์กู๋จี”

เมืองกู๋จีเป็นเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของโฮจิมินห์ ซิตี ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร หรือราว 2 ชั่วโมง ในสมัยสงครามเมืองนี้เป็นสนามรบที่โด่งดังที่สุดของเวียดนาม กล่าวขานกันว่าเป็นนรกสำหรับทหารอเมริกาที่ถูกส่งมารบที่นี่ เพราะเวียดนามใช้วิธีรบแบบสงครามกองโจร โดยมีอุโมงค์ขนาดยาวที่สลับซับซ้อนและเชื่อมต่อถึงกันในแต่ละหมู่บ้าน เป็นยุทธวิธีสำคัญหนึ่งที่ช่วยให้เอาชนะอเมริกันในสมรภูมิ

ความกล้าหาญเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ทำให้มีชัยชนะ แต่ปัจจัยภายนอกอีกอย่างคือ แรงสนับสนุนจากชาวโลกที่ไม่ต้องการให้อเมริกาทำสงครามในเวียดนาม แม้แต่คนอเมริกาเองก็ออกมาเดินขบวนประท้วงรัฐบาลในสมัยนั้น

โฮจิมินห์ ซิตี...เที่ยวผ่านสงคราม

 

“จบสงคราม แม้เราชนะ แต่ก็แทบอดตาย” ลุงหวินรำลึกความแร้นแค้น ถูกต้องที่ว่าเวียดนามชนะการรบ แต่ผลของมันก็สาหัส เพราะสภาพสังคมเศรษฐกิจหลังการสู้รบกว่าสิบปีแทบไม่เหลือชิ้นดี ถ้ายังจำกันได้ ไทยเราก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ช่วยเปิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจให้แก่เวียดนาม สมัยนายกฯ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เคยไปเยือนเวียดนาม กลับมานักข่าวถามว่าเวียดนามเป็นอย่างไร ท่านตอบติดตลกว่า “ทะเลจักรยาน” เพราะคนเวียดนามใช้จักรยานกันมากจริงๆ

หลังจากจุดเริ่มวันนั้น รัฐบาลเวียดนามก็เปิดเสรีทางการค้ามากขึ้น จนถึงวันนี้ หาก พล.อ.ชาติชาย กลับไปเยือนเวียดนามอีกครั้งคงต้องร้องว่า “ทะเลมอเตอร์ไซค์”

ผมออกเดินทางในเช้าวันหนึ่งในตัวเมืองโฮจิมินห์ รถมอเตอร์ไซค์แน่นขนัด เมื่อเงยหน้าขึ้นดูเห็นตึกสูงจำนวนมาก สองข้างทางคึกคักด้วยการค้าขาย มองเผินๆ แทบไม่ต่างจากกรุงเทพฯ เวียดนามพัฒนาขึ้นมาก เพราะมีทรัพยากรมากหลาย ลุงหวินอดย้อนไม่ได้ว่า “ไซ่ง่อน แปลว่า ใช้ไม่หมด คือทรัพยากรเรามีมาก ใช้ยังไงก็ไม่หมด คนสมัยโบราณเขาคิดอย่างนั้น แต่เพราะมีทรัพยากรมาก เราจึงถูกรุกราน ใครเป็นประเทศเล็กก็ถูกรุกรานอยู่เรื่อยไป” จบบทสนทนา

โฮจิมินห์ ซิตี...เที่ยวผ่านสงคราม

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ