posttoday

ศุทธิชัย บุนนาค : พัชระ สารพิมพา จากสื่อรัฐ สู่สื่อเอกชน

26 กรกฎาคม 2557

กว่า 20 ปี ที่ร่วมงานกันมา นับตั้งแต่องค์กรยังถูกเรียกว่า องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.)

โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร ภาพ : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

กว่า 20 ปี ที่ร่วมงานกันมา นับตั้งแต่องค์กรยังถูกเรียกว่า องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) ปัจจุบันเป็นบริษัท อสมท ซึ่งเป็นสื่อของรัฐ ทั้ง ศุทธิชัย บุนนาค และ พัชระ สารพิมพา กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ที่ สปริงนิวส์ ในยุคที่ทีวีดิจิทัลเบ่งบาน

ด้วยความผูกพันอันยาวนาน นับตั้งแต่ศุทธิชัยเลือกพัชระเข้าทำงานที่ อสมท เมื่อปี 2535 หลังเกษียณเมื่อปี 2554 ศุทธิชัยเข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท สปริงนิวส์ ปลุกปั้นสปริงนิวส์ตั้งแต่ยังเป็นทีวีดาวเทียม เมื่อสปริงนิวส์เข้าชิงทีวีดิจิทัลช่อง 19 เป็นทีวีช่องข่าวอย่างเต็มตัว จึงถึงเวลาที่จะดึง พัชระ สารพิมพา ที่เรียกได้ว่าเป็นน้องรัก เข้ามาปั้นสปริงนิวส์ด้วยกัน ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักข่าวสปริงนิวส์

‘พัชระ’ มีวิสัยทัศน์บริหารสื่อ

ศุทธิชัย บอกว่า มองเห็นศักยภาพของพัชระ ตั้งแต่สัมภาษณ์เพื่อเข้าทำงานที่สำนักข่าวไทย อสมท ตั้งแต่ปี 2535 ตลอดเวลาที่ร่วมงานกันมา ไม่ว่าจะมอบหมายให้ทำงานอะไร พัชระทำได้และทำได้ดี

“ตอนนั้นผมได้รับมอบหมายให้ดูวิทยุ อสมท ก็เลือกหมู (พัชระ) ให้มาดูคลื่นข่าว ตอนนั้นเขาโกรธผมมาก จากที่เคยทำข่าวอยู่ข้างนอก ต้องเข้ามาอยู่ข้างใน และจัดรายการวิทยุ ต้องเล่าเรื่องให้สนุก โดยไม่มีภาพ แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก”

ช่วงเวลานั้น เป็นการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ขององค์กร จากองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย มาสู่บริษัท อสมท ภายใต้แนวคิดสังคมอุดมปัญญา ของ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ และ ศุทธิชัย ได้รับมอบหมายให้ดูแลธุรกิจวิทยุ ซึ่ง อสมท ต้องนำคลื่นมาดูแลเองทั้งหมด จากที่ปล่อยให้เช่า

วิทยุ อสมท ถูกแบ่งเป็นเซ็กเมนต์ต่างๆ และพัชระเข้ามารับผิดชอบคลื่นข่าว 100.5 และคลื่นความคิด 96.5 โดยเฉพาะรายการข่าวเด่น ประเด็นร้อน ที่มีแฟนประจำรายการจำนวนมาก

“พัชระสามารถเล่าเรื่องได้สนุก แม้จะไม่เห็นภาพ และด้วยความรู้ลึกในเบื้องหลังของข่าว เชื่อว่าความสามารถนี้จะเข้ามาช่วยเสริมแนวทางของสปริงนิวส์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการสร้างปรากฏการณ์ข่าวจริงให้เกิดขึ้น” ศุทธิชัย กล่าว

จากความสำเร็จของพัชระที่ผ่านมา เห็นว่าการจะพัฒนาองค์กรข่าว โดยเฉพาะข่าวโทรทัศน์ได้อย่างสมบูรณ์ บุคลากรสำคัญมาก และต้องเป็นสื่อมืออาชีพ ที่มีจรรยาบรรณ มีความเฉียบคมในเรื่องประเด็นข่าว เพื่อให้ความจริงปรากฏสู่สังคม ที่สำคัญ พัชระเป็นคนมีเสน่ห์ ลูกน้องนิยม นับถือ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารองค์กร

พี่ตั๊ก (ศุทธิชัย) มีความเป็นครูสูงมาก

“พี่ตั๊กชวนมาอยู่ที่นี่เป็นปี ตั้งแต่สปริงนิวส์ยังเป็นทีวีดาวเทียม ผมก็คิดหนักมาก เพราะอยู่ อสมท ก็เป็นระดับผู้อำนวยการฝ่าย ไม่ต้องดิ้นรน ไม่เดือดร้อน ก้าวต่อไปก็เป็นผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ แต่ที่ตัดสินใจ เพราะตัวพี่ตั๊กนี่แหละ” พัชระกล่าวถึงการตัดสินใจมารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักข่าวสปริงนิวส์

เหตุที่ตัดสินใจรับตำแหน่งครั้งนี้ พี่ตั๊กมีส่วนสำคัญมาก เพราะถือว่าเขาเป็นครูของเรา เป็นผู้ให้ความเมตตา อบรม สั่งสอน ในวิถีทางสื่อแบบมืออาชีพ จนสามารถตกผลึกเป็นตัวเราทุกวันนี้ ประกอบกับแนวทางของสปริงนิวส์ ซึ่งเป็นช่องข่าว 100% เป็นงานถนัด และเป็นสิ่งที่อยากทำ ประกอบกับบริษัทให้เสรีภาพ 100% จึงมีความตั้งใจที่จะทำให้สปริงนิวส์เป็นช่องข่าวที่สมบูรณ์ของประเทศไทย

พัชระ เล่าต่อว่า ตั้งแต่อยู่ อสมท แล้ว พี่ตั๊กจะมอบหมายงานใหม่ๆ ให้ทำเสมอ ตั้งแต่ย้ายจากสำนักข่าวไทยมาทำวิทยุ เราก็มองว่าแกล้งกันหรือเปล่า แต่จริงๆ สิ่งที่พี่ตั๊กให้คือโอกาส และไม่เคยทำร้ายใคร เรียกว่าเป็นสื่อมืออาชีพ มีความเป็นครูสูงมาก มีองค์ความรู้ ทำวิทยุได้ ทีวีได้ รวมถึงคาดการณ์อนาคตของสื่อได้ค่อนข้างชัดเจน อย่างเรื่องมัลติมีเดียก็มองเห็นมาเป็น 10 ปี และเป็นทิศทางที่ทุกสื่อจะมุ่งไป

“พี่ตั๊กไม่เคยหักหลังในวิชาชีพ ไม่ว่าจะไปอยู่ตรงไหน จะเดินไปโดยยึดมั่นในพื้นฐานของจรรยาวิชาชีพอย่างเคร่งครัด”

จากนี้ไป ภารกิจของคนทั้งสอง คือ การสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ของวงการสื่อสารมวลชนไทย ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดขององค์กรสื่อ สปริงนิวส์ให้ความสำคัญกับการลงทุนกับคนเป็นหลัก เพราะเครื่องมืออุปกรณ์ซื้อได้ แต่คนต้องสร้างให้เติบโตไปพร้อมๆ กับองค์กร

ข่าวล่าสุด

คตร. จี้โรงกลั่นคืนกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมัน ชงครม. 6 เม.ย.นี้