
เจ้าพ่อไอทีคนใหม่
แม้อาชีพนักกีฬาจะเป็นที่น่าอิจฉาสำหรับสามัญชน แต่ก็มีซุป’ตาร์หลากหลายแขนงถังแตกหลังเกษียณอาชีพ
โดย... มิวโกโตะ
แม้อาชีพนักกีฬาจะเป็นที่น่าอิจฉาสำหรับสามัญชน แต่ก็มีซุป’ตาร์หลากหลายแขนงถังแตกหลังเกษียณอาชีพ ทั้งที่ขณะเล่นอยู่รายได้ในบัญชีทะลุหลายพันล้าน ส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้นเกิดจากการปรับเปลี่ยนชีวิตไม่ทัน จากไปไหนมาไหนมีคนมารุมล้อมขอลายเซ็น เริ่มไม่มีใครใส่ใจ (กรณีไม่ดังมากและไม่ดูแลตัวเอง) แถมเม็ดเงินก็หดหายเนื่องจากไม่ได้เล่นแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนั้น เหล่านักกีฬาชั้นนำบางคนจึงเจียดรายได้ช่วงยังกอบโกยไหวไปลงทุนทำธุรกิจ บ้างก็รวย บ้างขาดทุน แต่ทุกคนน่าชื่นชมตรงที่รู้จักวางแผนอนาคตชีวิต ซึ่งล่าสุด คาร์เมโล แอนโทนี ซูเปอร์สตาร์แห่งนิวยอร์ก นิกส์ ได้เริ่มต้นธุรกิจก่อนจะอำลาศึกบาสเกตบอลเอ็นบีเอในไม่ช้า
รายงานระบุว่า ฟอร์เวิร์ดวัย 29 ปี ได้นำรายได้ส่วนหนึ่งจากจำนวน 124 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,720 ล้านบาท) จากการขยายสัญญากับนิกส์ต่อ 5 ปี ได้นำรายได้ 124 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปร่วมลงทุนกับ สจวร์ต โกลด์ฟาร์บ อดีตซีอีโอ “เบอร์เทลส์มันน์” บริษัทขายตรงเกี่ยวกับดนตรี วิดีโอ และหนังสือรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก เพื่อร่วมก่อตั้ง “M7 Tech Partners” (หุ้นส่วน เอ็ม เซเว่น เทค) ขึ้นมา
“ตั้งแต่จำความได้ ผมสนใจด้านเทคโนโลยีมาโดยตลอด เรากำลังมองหาความท้าทายกับผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกล สร้างผลิตภัณฑ์ซึ่งตอบสนองผู้บริโภค ผมอยากมีบริษัทเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบเครือข่าย ในอนาคตสิ่งเหล่านี้จะมีความต้องการอย่างแพร่หลาย” เมโล กล่าวถึงธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ตัวเองลงทุนอย่างปลาบปลื้ม
ขณะที่ โกลด์ฟาร์บ ขอรูดซิปปากไม่เอ่ยถึงเม็ดเงินที่ร่วมลงขัน บอกใบ้เพียงว่า องค์กร M7 (เอ็ม ย่อมาจาก เมโล 7 มาจากเบอร์เสื้อ) ได้กลายเป็นหุ้นส่วนแบบ 50-50 กับ “ฮุลลาบาลู” (Hullabalu) ผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นแท็บเล็ตสำหรับเด็ก ส่วนนโยบายบริการต่อไปจะมุ่งเน้นร่วมธุรกิจกับหน่วยงานที่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องกันเท่านั้น ดังนั้นรวยแน่นอน
ดูจากส่วนผสมของทั้งคู่แล้ว น่าจะไปได้สวยตามที่โม้ไว้ ที่เหลือปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าจะเวิร์กเพียงใด
ภาพ : รอยเตอร์ส/www.retirement.com







