
ป้องกันไข้หวัดใหญ่อย่างไรให้ได้ผล
ฉบับนี้แนะนำให้รู้จักกับ นพ.พอพล โรจนพันธุ์ อาจารย์สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์
โดย...นพ.พอพล โรจนพันธุ์
ฉบับนี้แนะนำให้รู้จักกับ นพ.พอพล โรจนพันธุ์ อาจารย์สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และกรรมการสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับโรคไข้หวัด ที่แม้จะเป็นโรคธรรมดาแต่ปรากฏว่าในช่วงที่เกิดการระบาดนั้น อันตรายกับเด็กเล็กจนอาจถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียว
คุณหมอพอพล บอกว่า โรคไข้หวัดส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อไวรัสตัวนี้สามารถแพร่กระจายผ่านได้ทั้งการไอและจาม รวมถึงสัมผัสสิ่งคัดหลั่งจากจมูก ปาก และดวงตา ส่วนความเข้าใจว่าการป่วยเป็นไข้หวัดสามารถเกิดขึ้นได้จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงทั้งร้อนและเย็นนั้นเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
ทั้งนี้ โดยทั่วไปไข้หวัดมักเกิดขึ้น 2-3 วันหลังจากการรับเชื้อ โดยจะมีน้ำมูกไหล แน่นจมูก หายใจไม่สะดวก จาม ระคายคอ อ่อนเพลีย มีไข้ต่ำๆ หรือไอแห้งๆ โดยผู้ป่วยอาจมีอาการดังกล่าวได้ถึง 12 สัปดาห์ โดยหากมีอาการไข้สูง หายใจลำบาก รวมถึงมีผื่นหรืออ่อนเพลียมากควรพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเป็นอาการนำของไข้หวัดใหญ่ไปสู่ไวรัสชนิดอื่นได้
ขณะที่ไข้หวัดใหญ่นั้นเกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยมี 3 สายพันธุ์ใหญ่ ได้แก่ เอ บี และซี โดยเชื้อที่น่าห่วงขณะนี้คือสายพันธุ์ เอ เอช 1 เอ็น 1 หรือไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-22 มี.ค. 2557 มีผู้ป่วยแล้วกว่า 2.4 หมื่นราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 2-4 ราย ซึ่งแม้ช่วงเวลาที่ระบาดมากที่สุดคือช่วงฤดูหนาว แต่ขณะนี้กลับพบว่ามีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่อย่างต่อเนื่องแม้จะพ้นฤดูหนาวไปแล้วก็ตาม โดยผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น รับยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยโรคปอดและหัวใจเรื้อรัง หรือผู้สูงอายุ โดยเฉพาะที่อายุมากกว่า 65 ปี มีโอกาสเกิดโรครุนแรงกว่าผู้ป่วยรายอื่น
ส่วนการป้องกันนั้น คุณหมอพอพล บอกว่า การติดต่อของเชื้อไข้หวัดใหญ่สามารถพบได้ตั้งแต่ 1 วันก่อนจะเริ่มมีอาการ จนถึง 5 วันหลังจากเริ่มป่วย ซึ่งผู้ที่ป่วยแนะนำให้หยุดพักงาน หมั่นล้างมือ และสวมหน้ากากป้องกันการแพร่เชื้อทันที ส่วนประชาชนทั่วไปให้ป้องกันโดยล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ รับประทานอาหารปรุงสุกและใช้ช้อนกลางกินอาหาร
สำหรับการรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่นั้น คุณหมอบอกว่า วัคซีนจะถูกผลิตใหม่ทุกปีเนื่องจากไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลา โดยผู้ที่มีภูมิต้านทานบกพร่อง มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอดเรื้อรัง หรือโรคหัวใจ ควรรับวัคซีนในทุกปี ส่วนบุคคลทั่วไปที่ต้องการรับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อลดการป่วยและความรุนแรงของโรคในกรณีที่จะเดินทางไปในบริเวณที่มีการแพร่กระจายของโรคอยู่ก็สามารถขอรับบริการได้ที่สถานพยาบาลภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศก่อนการเดินทางอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ทันก่อนเดินทาง ผลข้างเคียงของวัคซีนมักจะไม่รุนแรง







