
สวัสดี ตรัง
ข้อสำคัญของความหลากหลายทางวัฒนธรรมทำให้มีอาหารการกินที่หลากหลายตามมาเป็นเสน่ห์ที่หาจากเมืองอื่นไม่ค่อยได้
ข้อสำคัญของความหลากหลายทางวัฒนธรรมทำให้มีอาหารการกินที่หลากหลายตามมาเป็นเสน่ห์ที่หาจากเมืองอื่นไม่ค่อยได้
เรื่อง / ภาพ สุธน สุขพิศิษฐ์
ไหนๆ ไปตรังมาหลายวันก็เก็บมาเขียนให้หมด เมื่อครั้งหลังสุดมาหยุดพักที่หาดยาวนั้นพออยู่ได้ ก็แลกกับความสวยเงียบสงบของหาด ตื่นเช้ามาดื่มกาแฟที่ร้านของเจ้าของรีสอร์ตก็ได้ความว่า อุทยานแห่งชาติเจ้าไหมซึ่งควบคุมพื้นที่ตลอดแนวตั้งแต่หาดยาวไปถึงปากเมงเอาจริงเอาจังกับการควบคุมพื้นที่มาก ใครทำธุรกิจอะไรอยู่แล้วก็ทำไป แต่อย่าขยับขยายเพิ่มเติม แบบได้คืบจะเอาศอกนั้นไม่ได้ แล้วห้ามเปลี่ยนมือเด็ดขาดถ้าเลิกก็เลิกไปเลย ก็มิน่าเห็นมีการก่อสร้างรีสอร์ตใหม่ตรงหาดยาวนี้เองไม่สร้างต่อเพราะถูกระงับและเรื่องอยู่ที่ศาล เนื่องจากคนมาลงทุนนั้นมาซื้อสิทธิที่ดินเป็นบ้านจากชาวบ้านแล้วสร้างรีสอร์ต เท่านั้นก็เรียบร้อย นี่ถ้าเข้มแข็งอย่างนี้ตลอดไปก็ดีครับ
ผมไม่มีแผนจะไปนอนค้างข้างแรมที่ไหนต่อ แต่พอไปที่ท่าเรือเจ้าไหม เรือรับจ้างชวนไปพักเกาะลิบง ซึ่งไม่ไกลจากฝั่งไปแค่ 40 นาทีเท่านั้น แล้วยังจัดแจงโทรศัพท์ถามรีสอร์ตที่มี 2 แห่งอยู่ติดกันชื่อ เลอดูก๊อง กับ ลิบงบีชรีสอร์ท ว่าที่ไหนว่าง ที่ลิบงบีชรีสอร์ทว่าง ราคาก็ใช้ได้ ตกลงไปเกาะลิบง นั่งเรือเพลินๆ เดี๋ยวเดียวก็ถึง ลิบงบีชรีสอร์ทนั้นเป็นที่ต้องสงสัยว่าออกแบบบ้านและออกแบบสีได้อย่างไร สีฟ้าแสบตาทั้งหลังคาและตัวบ้านพัก
ตรงริมทะเลหน้ารีสอร์ตตอนน้ำขึ้นนั้นก็สวยดีอยู่หรอก แต่พอน้ำลงดูไม่จืดเพราะเศษปะการังสีดำเกลื่อนติดกันเป็นพืดกว้างใหญ่ไพศาลกลายเป็นหาดสีดำ
แต่ถ้าน้ำขึ้นและเป็นเวลาดวงอาทิตย์ตกนั้นสวยครับ ค่ำนั้นก็กินอาหารที่รีสอร์ตก็พอกล้อมแกล้มไปได้ ตื่นเช้ามาอากาศดีมาก และเสียงนกเจื้อยแจ้วดังระงมเพลินหู เกาะลิบงนี่ธรรมชาติยังดีครับต้นไม้ยังหนาแน่น นก กระรอก จึงมากมาย ผมเดินไปที่หมู่บ้านซึ่งห่างไปแค่ 700 เมตรเอง เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ทั้งหมู่บ้านเป็นมุสลิมครับ สภาพบ้านเรือนก็ไม่ต่างจากหมู่บ้านชาวประมงทั่วไป แต่ชอบตรงต้นไม้เยอะและมีความสงบ เราดื่มกาแฟและไก่ทอดกับข้าวเหนียว ที่จะต้องมีหอมเจียวโรยหน้ามาด้วย ที่จริงลืมไปว่าเข้าบ้านมุสลิมน่าจะดื่มชาร้อนมากกว่าความที่ติดแต่กาแฟก็เลยไม่ได้คิด ทั้งร้านค้าและชาวบ้านอัธยาศัยดี สายๆ จะมีข้าวแกง ข้าวหมกไก่ขายแถมขายอยู่ตรงเพิงริมทะเลอีกต่างหาก ผมชอบหมู่บ้านมุสลิม มีความสงบและปลอดอบายมุข เหล้า เบียร์ไม่มีขาย
เกือบเที่ยงก็กลับขึ้นฝั่งที่ท่าเรือเจ้าไหม ที่ท่าเรือนี้มีเรือเร็วจอดอยู่ 2-3 ลำ และมีอาคารที่เป็นร้านอาหารและรีสอร์ตที่ยื่นอยู่ในน้ำดูเท่ดี เสียตรงที่หลังคาเป็นทรงไทย ดูมันไม่เข้ากับความเป็นทะเล
ก็กลับมาทางกันตัง ข้ามแพขนานยนต์เหมือนตอนขามา ที่มาที่นี่ในตอนเที่ยงก็เพราะจะมาสำเร็จโทษราดหน้าซุปเปอร์ร้านโกเกี้ยให้ได้ ร้านเปิดและยังมีลูกค้าไม่มาก สั่งราดหน้าซุปเปอร์หรือราดหน้าทะเล ฮ่อยจ๊อ แกงเขียวหวานผัดแห้ง ซึ่งที่จริงเขามีรายการอาหารที่น่ากินหลายอย่างซึ่งต้องกินกับข้าว แต่ขัดๆ อย่างไรไม่รู้ว่ามาร้านนี้ต้องกินราดหน้าให้ได้ และจะกินข้าวกับกับข้าวอีกคงไม่ไหว ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ผมว่าราดหน้าทะเลนั้นพอใช้ได้ แต่ไม่ค่อยชอบตรงที่มีหลายรสของปลาหมึก ปลา กุ้ง มาปนเปกันมากไป แต่ถ้าเขาผัดเส้นให้มีกลิ่นไหม้กระทะหน่อยก็จะดีกว่านี้ สำหรับแกงเขียวหวานผัดแห้ง ฮ่อยจ๊อ อร่อย
เสร็จแล้วก็เคลื่อนย้ายทัพเข้าตรัง เช็กอินโรงแรมเล็กๆ ข้างสถานีรถไฟ สะอาดสะอ้าน ราคาก็ไม่แพง ทีมผมแยกไปซื้อของฝากเช่นขนมเค็กเมืองตรัง ผมปักหลักนั่งที่เก้าอี้นั่งเล่นหน้าโรงแรม ถึงเย็นก็ไปกินร้านข้าวต้ม ซึ่งเล็งไว้ 2 ร้าน มีร้านกิมข้าวต้ม หรือข้าวต้มปริญญากับขวัญเรือน สรุปไปกินที่ขวัญเรือน กับข้าวเขาเยอะมาก ฝีมือโดยรวมอร่อยใช้ได้
เช้าวันรุ่งขึ้นต้องกลับแล้ว แต่จะไม่ครบเครื่องถ้าไม่ได้กินติ่มซำอีก เรียกว่าทำตามประเพณีการกินของคนเมืองตรัง ครั้งนี้ลองเปลี่ยนร้านเป็นร้านพงษ์โอชา ร้านนี้มีทั้งร้านเก่าและร้านใหม่ ผมเลือกร้านใหม่ ทีมผมมีกัน 4 คน เสียงยังแตก 2 คนชอบพงษ์โอชา แต่ผมชอบร้านเรือนไทยที่มากินในเช้าวันแรกที่มาเมืองตรังมากกว่า แต่ยังไม่แค่นั้นครับสามล้อโกชัยเจ้าเก่า เมื่อจะต้องพาไปสนามบินยังพาไปแวะซื้อหมูย่างก่อน ที่ร้านตรังหมูย่าง ผมซื้อทั้งหมูย่างและขาหมูย่าง ซึ่งขาหมูย่างนั้นกะว่าเอามาต้มกับเกี้ยมฉ่ายเป็นแกงจืด เสียดายว่าได้มาแต่ขาหน้า ขาหลังหมด
นี่เป็นการเที่ยวตรังม้วนเดียวแต่หลายวัน ถึงจะเป็นล็อกแลกทัวร์ แต่ก็ได้ความคิดอะไรหลายอย่าง ที่จริงเมืองตรังเขาพยายามโปรโมตเยอะ อย่างเวลาเทศกาลวาเลนไทมน์ก็จัดวิวาห์ใต้สมุทรบ้าง เทศกาลหมูย่าง อาหารทะเลบ้าง ผมว่าไม่ต้องโปรโมตดีกว่าให้เป็นไปตามธรรมชาติ ช้าๆ ดีกว่า เมืองตรังมีจุดเด่นที่ดีกว่าคนอื่นอยู่แล้วตั้งหลายอย่าง
อย่างแรกความเก่าแก่ของเมืองหลักฐานที่ดูได้จากการตั้งทำเล ศูนย์กลางของเมืองที่คนตั้งถิ่นฐานรู้ว่าเป็นเขตมรสุมฉะนั้นตำแหน่งของเมืองต้องสูง หรือภาษาแลนด์สเคปเรียกว่าจัดคอนทัวร์ มีทัศนวิสัยดี น้ำไหลระบายสะดวก นั่นเป็นวิธีคิดของคนสมัยก่อน ส่วนเรื่องสถาปัตยกรรมก็มีทั้งเก่าแก่และร่วมสมัยตามสภาวะความเปลี่ยนแปลงมีให้ดูครบ เรื่องของธรรมชาติทางทะเลนั้นก็เยี่ยมยอด แถมยังดิบอยู่มาก ที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องเพราะเมืองใกล้เคียง เช่น กระบี่ พังงา ภูเก็ต ดึงเอาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอยู่ที่นั่นไปหมดแล้ว
สำหรับตรังถ้ามีความเข้มแข็งในเรื่องของการควบคุมสิ่งแวดล้อมหรือเป็นมวยก็จะเป็นกุศล ตรังซึ่งธรรมชาติเขาให้ของขวัญชั้นเลิศมานับเป็นร้อยเป็นพันปี ก็จะได้อยู่ดีไปถึงรุ่นลูก รุ่นเหลน ขอให้คุมเอาจริงจังหน่อยเท่านั้นก็พอ
และที่สำคัญอีกอย่างคือความหลากหลายในเชื้อชาติ มีทั้งจีน มีมุสลิม มีคนพื้นถิ่น มีชาวน้ำ ชาวทะเล เป็นการอยู่ร่วมกัน ทำอาชีพร่วมกันอย่างปรองดองน่ารักทั้งสิ้น ข้อสำคัญของความหลากหลายทางวัฒนธรรมทำให้มีอาหารการกินที่หลากหลายตามมา เป็นเมืองของกินครับเป็นเสน่ห์ที่หาจากเมืองอื่นไม่ค่อยได้ เดินที่เมืองนี้น้ำลายสอเปื้อนเสื้อเหมือนเล่นน้ำสงกรานต์
ทั้งหมดนี้ผมยกว่าตรังเป็นเมืองน่าอยู่เอาเลย ไม่ใช่แค่เที่ยว 4-5 วันเท่านั้นครับ และนี่ก็คงสวัสดีตรังเท่านี้ครับ







