
สาวไทยคิวแน่นเอี๊ยด เล็งเบียดเข้ารอบ 2 ศึกชิงแชมป์โลก
ความยอดเยื่ยมของวอลเลย์บอลเมืองไทย
ความยอดเยื่ยมของวอลเลย์บอลเมืองไทย
วันนี้คงต้องเขียนถึงวงการวอลเลย์บอลของไทยเราซะหน่อย หลังเพิ่งกวาด 3 รางวัล จากงานวันนักกีฬายอดเยี่ยมประจำปี 2552 ของ สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดไปเมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ณ สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต หรือก่อนเกิดโศกนาฎกรรมแดงป่วนเผาเมืองแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น
โดย สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย คว้ารางวัล สมาคมกีฬายอดเยี่ยม ตามด้วย ทีมวอลเลย์บอลหญิง ซิวทีมกีฬาหญิงยอดเยี่ยม และ “โค้ชอ๊อด” เกียรติพงษ์ รัชชตะเกรียงไกร คว้าผู้ฝึกสอนกีฬาสมัครเล่นยอดเยี่ยม
ทั้ง 3 รางวัลดังกล่าวมาจากการสร้างประวัติศาสตร์ของ นักตบลูกยางสาวทีมชาติไทย ล้วนๆ ที่ไปผงาดคว้าแชมป์เอเชียสำเร็จเป็นครั้งแรก หลังลงเล่นรอบชิงชนะเลิศ สามารถล้มยักษ์ทีมมังกรสาวจีน ในศึกชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 15 ณ กรุงฮานอย, เวียดนาม เมื่อเดือนก.ย.ปีที่แล้ว
ยัง...สาวนักตบไทยยังไม่ยอมหยุดแค่นั้น และก็ไม่ได้เหลิงกับรางวัลเกียรติยศต่างๆ ที่ได้มา เพราะตอนนี้ โค้ชอ๊อด วางแผนซ้อมหนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมเข้าร่วมศึกใหญ่ 6 รายการในปีนี้
ซึ่งตอนนี้บรรดานักกีฬาที่ไปเดินสายเล่นในลีกต่างแดน ต่างก็กลับมาเก็บตัวฝึกซ้อมที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กันแล้ว แถมส่วนใหญ่ร่างกายฟิตเปรี๊ยะเลยทีเดียว มีเพียง “สาวหล่อ” ปลื้มจิตร์ ถินขาว เท่านั้น ที่ขาพลิกช่วงฝึกซ้อม แต่มั่นใจหายทันแน่
สาวทีมชาติชุดใหญ่มีคิวแรกคือ ปริ๊นเซส คัพ ครั้งที่ 15 ที่ จ.นครราชสีมา วันที่ 11-18 มิ.ย.นี้ โดยจะลงเล่นในนามทีมเฟดเดอร์บอย และเชิญทีมสโมสรดังๆ มาร่วมแจมอีกประมาณ 10 ทีม ซึ่งมีทั้งจาก จีน, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, เปรู, เวียดนาม
ต่อจากนั้นก็ถึงเวลาไปป้องกันแชมป์ รายการสโมสรหญิงชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ที่สุราบายา, อินโดนีเซีย วันที่ 26 มิ.ย.-4 ก.ค. หลัง สโมสรเฟดเดอร์บอย เพิ่งซิวแชมป์ที่ จ.นครปฐม เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งหากเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ จะได้เป็นตัวแทนทวีปเอเชียไปลุยศึกสโมสรหญิง ชิงแชมป์โลก ที่กรุงโดฮา, กาตาร์ วันที่ 14-21 ธ.ค.นี้ด้วย
สำหรับวันที่ 6-22 ส.ค. สาวไทยจะลงแข่ง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รอบแรก 3 สนาม โดยสนามแรก (6-8 ส.ค.) ที่จีน, สนาม 2 (13-15 ส.ค.) ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามไทย-ญี่ปุ่นดินแดง และสนามสุดท้าย (20-22 ส.ค.) ที่ฮ่องกง
ต่อด้วยไปร่วมศึกเอเชี่ยน คัพ ที่จีน วันที่ 19-26 ก.ย. ซึ่งเป็นรายการคัดเลือกสู่ศึกเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ในปีหน้า โดยจะคัดเอาแค่ 2 ทีมนอกเหนือจาก จีน และ ญี่ปุ่น ที่ได้ไปแข่งโดยอัตโนมัติ
แล้วก็ถึงศึกใหญ่สุด นั่นคือ วอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์โลก 2010 ที่ญี่ปุ่น วันที่ 29 ต.ค.-14 พ.ย. ซึ่งมีทั้งหมด 24 ทีม โดยสาวไทยอยู่ กลุ่มซี ร่วมกับ สหรัฐ, คิวบา, เยอรมนี, คาซักสถาน, โครเอเชีย ซึ่งถือว่าโคตรโหดเลยทีเดียว และจะคัดเอา 4 ทีมเข้าสู่รอบ 2
“รายการนี้เปรียบเสมือนโอลิมปิกเลยทีเดียว เพราะจัดกัน 4 ปีครั้ง ไทยเราเคยไปเล่นมาแล้ว 2 หน (ปี 1998 ได้ที่ 15, ปี 2002 อันดับ 17) ยอมรับว่าเราอยู่กลุ่มหินน่าดู แต่ผมหวังมากที่จะผ่านเข้ารอบ 2 ให้ได้ เราจะไปเก็บตัวที่ญี่ปุ่น 10 วันก่อนแข่ง เพื่อปรับตัวเพราะช่วงนั้นอากาศกำลังหนาวเลย และอาจมีการปรับเปลี่ยนผู้เล่น 3-4 คน โดยจะเริ่มทดสอบทีมตั้งแต่ ปริ๊นเซส คัพ เดือนหน้าเลย ส่วนชิงแชมป์สโมสรเอเชีย จะลองเอาเด็กใหม่ๆ ลงไปเล่นหาประสบการณ์ด้วย เพื่อเน้นการผสมผสาน และสร้างผลงานต่อเนื่องให้ได้” เกียรติพงษ์ กล่าวพร้อมเสริมว่า ศึกเอเชี่ยนคัพ ช่วงเดือนก.ย. ก็จะพยายามสุดๆ เพื่อลุ้นตั๋วไป เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ปีหน้า
แถมในเวลาไล่เลี่ยกับศึกชิงแชมป์โลกนั้น นักตบสาวไทยยังต้องไปแข่งศึกเอเชียนเกมส์ ที่กวางโจว, จีน วันที่ 12- 27 พ.ย. เป็นรายการสุดท้ายของปีอีกด้วย
ส่วนเรื่องสภาพร่างกายนักกีฬาที่ต้องเจอโปรแกรมแข่งที่แน่นเอี๊ยดเหลือเกินนั้น ทาง เกียรติพงษ์ ก็ยืนยันว่า ตอนนี้ใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาราว 10 คน รวมทั้งยังมี นักโภชนาการ นักจิตวิทยา ระดมกันเข้ามาช่วยฟื้นฟู และสร้างเสริมทีมนักตบสาวให้มีประสิทธิภาพพร้อมกับพัฒนาเทคนิคการเล่นควบคู่ไปด้วย
โอ้ย! เหนื่อยแทนจริงๆ นี่แหละหนาที่เขาว่า สาวไทยยุคนี้สุดแกร่ง มันเป็นแบบนี้นี่เอง







