
หนังสือนอกกรอบ ครูบ้านนอกชื่อ ‘วิเชียร ไชยบัง’
วันหนึ่งเด็กน้อยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมต้องเกิดมาอยู่บ้านนอกห่างไกลและกันดาร
โดย...พงศ์ พริบไหว
วันหนึ่งเด็กน้อยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมต้องเกิดมาอยู่บ้านนอกห่างไกลและกันดาร ในหมู่บ้านที่ทุกครอบครัวต้องดิ้นรนเพื่อหาเช้ากินค่ำ หมู่บ้านที่ไม่มีหนังสือให้อ่านแม้แต่เพียงเล่มเดียว แต่ถึงวันหนึ่งในวัยที่ผมสีดอกเลา เด็กน้อยที่เคยตั้งคำถามอยู่ในทุ่งหญ้าแห่งความจนคนนั้น กลับพบคำตอบของชีวิตและใช้มันเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ออกมาอยู่นอกกรอบทำงานเพื่อสังคม โดยเลือกเป็นครูนอกวิถีที่แบ่งเวลาเขียนหนังสือ เลี้ยงดูความฝันของเด็กบ้านนอกอีกหลายชีวิต วันนี้ผมอยากตั้งคำถามคืนกลับ อะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเด็กน้อยที่ชื่อ วิเชียร ไชยบัง คนนั้น ซึ่งเจ้าตัวเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงนิ่งถึงความเชื่อมโยงระหว่างงานเขียนและโรงเรียนในฝันที่เขาลงมือสร้างว่า
“ผมเชื่อว่ามนุษย์เรียนรู้จากหนังสือ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตัวเองจากการอ่านหนังสือ อย่างผมที่เรียนในระบบการศึกษามาสิบปี ไม่รู้สึกว่าตัวเองมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย แต่พอผมอ่านหนังสือไม่กี่เล่ม มันสามารถทำให้ผมเห็นถึงอนาคตของตัวเองที่ไร้ความหมาย ผมจึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นข้าราชการครู ทั้งๆ ที่กำลังจะขึ้นเป็นผู้อำนวยการ เพื่อใช้เวลาทั้งหมดกับการทำโรงเรียนตัวอย่างที่ชื่อโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา”
หลังจากที่ออกจากราชการ เขาเองก็ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิเจมส์คลาร์ก ประเทศอังกฤษ เพื่อจัดตั้งโรงเรียนต้นแบบลำปลายมาศพัฒนาขึ้นในหมู่บ้านกวางงอย ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เพื่อเป็นตัวอย่างในทุกเรื่องของโรงเรียนชนบทที่ดีในอุดมคติ อาทิ การปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งรูปแบบวิธีการสอนและการจัดการบริหารแบบใหม่ให้เอื้อต่อเด็กนักเรียนชนบท เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
“ถ้ารู้จักโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ก็จะรู้ว่าโรงเรียนนี้พยายามที่จะทำลายกรอบความคิดเก่าๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา เช่น ระบบแพ้คัดออก ซึ่งเป็นกระบวนการย่ำยีคุณค่าความเป็นมนุษย์ในตัวเด็ก โดยการเปรียบเทียบหรือตีค่า ทำให้เด็กที่ไม่เก่งด้านวิชาการถูกทิ้งระหว่างทาง ทั้งๆ ที่พวกเขามีความสามารถทางด้านอื่น ผมจึงต้องการสร้างระบบการศึกษาใหม่ที่ดีขึ้นจากที่เป็น จนวันหนึ่งสิ่งที่ผมทำได้มีโรงเรียนกว่า 300 แห่งที่เดินย่ำตาม ซึ่งก็เห็นว่ามันเกิดการเปลี่ยนแปลงในจุดที่ดี แต่พอวันที่เราไม่ได้รับการสนับสนุนงบจากมูลนิธิเจมส์คลาร์กอีกแล้ว ผมก็ไม่เคยสิ้นหวัง
“พยายามคิดหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้โรงเรียนอยู่ต่อได้ และสามารถขยายผลต่อเนื่อง ให้มีมวลมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงระบบได้จริงๆ ผมก็คิดถึงเรื่องของการเขียนหนังสือ เพราะผมไม่รู้จะไปทำธุรกิจอะไร อีกอย่างผมเชื่ออย่างสุดจิตสุดใจว่า หนังสือสามารถเปลี่ยนความคิดคนได้ ผมก็เลยตั้งบริษัทเล็กๆ ขึ้นมาชื่อว่า บริษัท เรียนนอกกะลา ซึ่งรองรับสำนักพิมพ์เรียนนอกกะลา ที่จะพิมพ์หนังสือเผยแพร่ทั้งเชิงวรรณกรรมและวิชาการ เพื่อเอารายได้จากตรงนั้นสนับสนุนให้โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาอยู่ต่อได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นในการเขียนหนังสือเพื่อที่จะให้โรงเรียนอยู่รอด
“อย่างตอนเขียนหนังสือมันก็มีปัญหาอยู่มาก คือ งานประจำก็มีเยอะ ปัญหาโรงเรียนก็มีให้แก้ตลอด คือผมต้องเปลี่ยนวินัยใหม่หมด ต้องตื่นนอนตีสามทุกวันเพื่อมาเขียนหนังสือ หกโมงก็ออกไปทำงาน แล้วก็เข้านอนไม่เกินสามทุ่ม ผมก็ทำแบบนี้มาเรื่อยๆ เพื่อที่จะให้มีหนังสือได้ตีพิมพ์ออกไป คือชีวิตช่วงนั้นผมจะเกี่ยวข้องกับสองเรื่องเท่านั้น คือ โรงเรียนและการเขียนหนังสือ ก็ทำมันแบบนั้นมาเกือบ 10 ปี พอเราทำหนังสือออกมา บางเล่มมันขายได้เยอะมาก อย่างหนังสือ “โรงเรียนนอกกะลา” ขายได้หกหมื่นเล่ม มันก็สามารถทำให้โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาเป็นที่รู้จักและก็อยู่มาได้จนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 11 ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่ามันเกิดจากการเขียนหนังสือของเรา”
นอกจากจะสร้างโรงเรียนนอกระบบในอุดมคติจนเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ผู้ชายคนนี้ยังพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้มันอยู่รอดได้ด้วยตัวเอง ด้วยการเขียนหนังสือซึ่งหากนับกัน จำนวนหนังสือที่เขียนก็มีมากมายหลายสิบเล่ม ซึ่งเมื่อถามถึงแรงบันดาลใจว่ามาจากไหน ครูวิเชียรตอบสั้นๆ ง่ายๆ ว่า เขียนขึ้นมาจากการสะท้อนชีวิต เพราะเขาเองเป็นคนที่มองทุกชีวิตว่ามีเรื่องราวงดงามเสมอ จึงนำสิ่งนั้นมาเขียนถ่ายทอดออกมาอย่างเฉียบคมและอบอวลไปด้วยแรงบันดาลใจ ดังเช่นที่เขากล่าวทิ้งท้ายว่า
“ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้เขียนเรื่องราวของคนอื่น และผมก็อยากให้ผู้คนที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองได้อ่านมันเพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในชีวิตเหมือนเช่นที่ผมเคยผ่านมา เพราะหนังสือผมจึงมีความหวังเสมอ ถ้าผมไม่มีความหวังผมก็คงหยุดไปแล้ว ถึงวันนี้ผมพอใจในสิ่งที่ผมทำมาก ไม่คิดเลยว่าจะทำมาได้ถึงทุกวันนี้ วันที่ได้เห็นเด็กๆ ได้เรียนหนังสือต่อ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายจากสิ่งที่ทำ”
ในปี 2549 ครูวิเชียรเริ่มเขียนเรื่องสั้นและนำมาตีพิมพ์หนังสือรวมเรื่องสั้นชุด “จากเช้าวันหนึ่งถึงก่อนโลกาวินาศ” 5 ปีต่อมาเขาตีพิมพ์หนังสือเชิงวิชาการอย่างโรงเรียนนอกกะลา คนบนต้นไม้ ปาฏิหาริย์ การศึกษา ณ โรงเรียนนอกกะลา จิตศึกษา วุฒิภาวะของความเป็นครู กระทั่งปี 2550 เก็บเศษเวลาจากงานประจำอันวุ่นวายมาเขียนวรรณกรรมเยาวชนเรื่องแรก “สายลมกับทุ่งหญ้า” ได้รางวัลเซเว่นบุ๊ค อวอร์ด ต่อมายังคงตีพิมพ์หนังสืออีกหลายสิบเล่มในนามสำนักพิมพ์เรียนนอกกะลาจวบจนปัจจุบัน







