เจนิสตาร์ พี่เมอร์ลิน น้องโอลีฟ สามเราคือความรัก
คนเราจะรักน้องหมาได้มากแค่ไหนกันเชียว? จู่ๆ ผมก็เกิดคำถามนี้ขึ้นมาในใจ
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร / ภาพ : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
คนเราจะรักน้องหมาได้มากแค่ไหนกันเชียว?
จู่ๆ ผมก็เกิดคำถามนี้ขึ้นมาในใจ เวลาเห็นใครต่อใครต่างหลอกล้อเล่นหัวกับน้องหมาตัวโปรด แต่เมื่อได้มาทำความรู้จักกับผู้หญิงเก่ง “เจ-เจนิสตาร์ รักษ์สิริโสภา” ผู้จัดรายการ ทอฟ้าผ้าไทย ที่จัดขึ้น 3 ซีซั่นแล้ว (ซีซั่นที่ 3 จะออนแอร์เทปแรกในวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ค. เวลา 21.45 น.) เธอผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมายกับน้องหมาของเธอ และเธอก็ได้ค้นพบว่าต่อให้จะเกิดอะไรขึ้นนับแต่นี้ เธอจะยังรักและดูแลน้องหมาของเธอต่อไปไม่มีเปลี่ยนแปลง
“เจมีน้องหมาสองตัว คือพี่เมอร์ลิน กับน้องโอลีฟ เป็นพันธุ์อิตาเลียน เกรย์ฮาวด์ สองตัวนี้เป็นพันธุ์ดั้งเดิมเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยของคลีโอพัตรา แถมยังวิ่งเร็วที่สุดในโลก โดยส่วนตัวเจชอบหมาเก้งก้าง ชอบแบบที่แข็งแรง เล่นฟัดกับเราได้ ไม่ชอบหมาพันธุ์เล็กที่คนนิยมเลี้ยงทั่วไป วันหยุดหรือเวลาว่างเจเลยชอบพาทั้งสองไปทะเล ไปวิ่งเล่น ว่ายน้ำ ถ้าเลี้ยงน้องหมาตัวเล็กๆ เจคงทำแบบนี้ไม่ค่อยได้ (หัวเราะ)”
เจนิสตาร์เผยว่า พี่เมอร์ลิน เป็นตัวผู้ อายุ 3 ขวบ ส่วนน้องโอลีฟ ตัวเมีย อายุ 1 ขวบ เธอได้มาจากฟาร์มที่อเมริกา เป็นพันธุ์พิเศษที่ไม่สามารถหาได้ทั่วไป “ตอนนี้พี่เมอร์ลินมีสภาพคล้ายสัตว์พิการ เหตุมาจากตอนนั้นเจพาเขาไปบ้านเพื่อนที่อยู่โบนันซ่า เขาใหญ่ พอไปถึงเจก็ปล่อยให้เขาวิ่งเล่น แต่บ้านเพื่อนเจอยู่สูง ห้องอาหารที่ขึ้นไปนั่งเล่นก็สูงมาก ใหญ่โต หรูหรา พี่เมอร์ลินเขาก็วิ่งเล่นตามประสา ปรากฏว่าพลาดร่วงตกลงมา ตอนเกิดเหตุประมาณ 4 ทุ่ม เจรีบพาเขาไปหาหมอที่โคราช เพราะอยู่ใกล้ที่พัก แต่ด้วยความที่เจไม่เคยรู้ว่าต่างจังหวัดไม่เหมือนกรุงเทพฯ ที่จะมีหมอรักษาน้องหมาโดยตรง เจไป 3-4 โรงพยาบาล หมอก็บอกแต่ว่าให้ปล่อยเขาไปเถอะ ซึ่งมันหมายความว่าจะขอให้ฉีดยาและปล่อยเขาไปสบาย เพราะมันยากมากที่จะทำให้เขากลับมาเดินได้เหมือนเดิม ต้องเสียเงินเยอะ แต่เจก็ยืนยันว่ายังไงก็ต้องรักษา หมอเลยแนะนำว่าให้เจรีบพาไปรักษาที่โรงพยาบาลแถวเกษตร พอกลับมาถึงกรุงเทพฯ ก็รีบหาโรงพยาบาลที่รับรักษาพี่เมอร์ลิน กว่าจะได้ก็เกือบบ่ายของอีกวัน เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งแทน ซึ่งอุบัติเหตุของพี่เมอร์ลินจำเป็นต้องได้รับการรักษาภายใน 48 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่งั้นโอกาสรอดจะยาก เจและพี่เมอร์ลินมีข้อกดดันมาก แต่สุดท้ายก็รอด เจร้องไห้อยู่โรงพยาบาล 3 เดือน เฝ้าดูแลขอให้เขารอดชีวิต คือไม่ต้องเดินได้ แต่ขอแค่ให้รอดพอ”
เจนิสตาร์ เผยว่า ตั้งแต่เจ็บครั้งนั้น ช่วงล่างของพี่เมอร์ลินไม่สามารถใช้การได้อีกเลย จำเป็นต้องใช้รถเข็นในการช่วยให้เขาได้วิ่งเล่นเหมือนปกติ “สภาพคล้ายคนพิการ แต่ต่างตรงที่เขาจะไม่รู้ว่าตัวเองพิการ เขาปรับตัวและใช้ชีวิตร่วมกับรถเข็นมาได้จนถึงทุกวันนี้ และก็มีความสุขดี ซุกซน เล่นสนุกเหมือนเคย หมอบอกว่าคนเลี้ยงต่างหากที่จะทำให้เขารู้สึกพิการ ฉะนั้นเจก็จะทำทุกอย่างให้เขามีความสุข ไม่ให้เขารู้สึกว่าพิการ”
สำหรับน้องโอลีฟ เจนิสตาร์ กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า เจ้าตัวนี้ซุกซนมาก เป็นน้องหมาที่ชอบอยู่ในความสนใจ ชอบเรียกร้องความสนใจจากทุกคน แต่ก็เป็นน้องหมาที่ร่าเริง “การเลี้ยงดูจะต่างกัน เพราะน้องโอลีฟเป็นผู้หญิง เลยขี้น้อยใจเป็นพิเศษ อยากให้เราคอยเอาใจ ห้ามเสียงดังหรือดุใส่ เป็นน้องหมาที่ต้องการความรักมาก (หัวเราะ) ถ้าวันไหนเจเข้าบ้านมาแล้วไม่หอมไม่กอดเธอจะน้อยใจ ส่งเสียงประหลาดให้เราให้ความสนใจ ซึ่งตัวผู้จะไม่เป็นแบบนี้เลย”
“วีรกรรมของเธอก็ใช่ย่อย” เจนิสตาร์ เผย “รองเท้าแพงๆ ที่ซื้อมาใหม่ เธอก็เอาไปกัด ทุกอย่างที่ซื้อมา เธอเอาไปทำลายหมด ขอแค่ให้ได้กัด อย่างวันนี้พอเห็นทุกคนมาบ้าน มากันเยอะๆ เธอก็จะฉี่รอบบ้าน แสดงความเป็นเจ้าของบ้าน ปกติแล้วหมาตัวเมียจะไม่ทำ เพราะหมาตัวผู้เขาจะทำเพื่อมาร์กจุดแสดงขอบเขต”
สำหรับอาหารการกิน เจนิสตาร์มักจะให้น้องหมากินอาหารเม็ด ไม่ชอบให้กินอาหารคน “เดี๋ยวขนจะร่วง และร่างกายเขาจะเปลี่ยนเป็นหมาอ้วน” นอกจากนี้ เจนิสตาร์ยังให้น้องหมากินผลไม้เป็นประจำ “เขาชอบกินฟักทอง ชอบมะม่วง ชอบทุกอย่างที่เป็นผักและผลไม้ค่ะ”
ตลอดระยะเวลาที่เจนิสตาร์เลี้ยงน้องหมาสองตัวนี้มา เธอพาไปพบแพทย์ ฉีดยาตามปกติ อาบน้ำ ตัดเล็บ ดูแลขนตลอด “เจเรียกแทนตัวเองว่าแม่ และเรียกน้องทั้งสองว่าลูก เจใช้ความรู้สึกที่เหมือนกับคลอดเขาออกมาเอง และเจก็ทำให้เขารับรู้ถึงสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาค่ะ”
สิ่งที่เจนิสตาร์อยากบอก
พี่เมอร์ลิน : “แม่จะทำทุกอย่าง ทุกทางเพื่อให้พี่เมอร์ลินเดินได้ แม่จะรับผิดชอบ ดูแล และรักษาให้พี่เมอร์ลินกลับมาเป็นปกติให้ได้อีกครั้ง”
น้องโอลีฟ : “น่ารัก ขี้อ้อน แบบนี้ตลอดไปนะคะน้องโอลีฟลูกแม่”


