
ชนกกานต์ วีรคติธรรม กับการเป็นบิวตี้ บล็อกเกอร์
ผู้หญิงกับเรื่องความสวยความงามถือเป็นของคู่กันอย่างมิต้องสงสัย ผู้หญิงคนไหนๆ ก็อยากสวยอยากงาม
โดย...จตุรภัทร ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
ผู้หญิงกับเรื่องความสวยความงามถือเป็นของคู่กันอย่างมิต้องสงสัย ผู้หญิงคนไหนๆ ก็อยากสวยอยากงาม แต่การจะสวยและงามให้เพิ่มมากขึ้น ต้องอาศัยการเรียนรู้ ทั้งด้วยตัวเองและจากผู้อื่น ด้วยเหตุผลนี้ จึงมีอาชีพหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือ “บิวตี้ บล็อกเกอร์” ที่แปลตรงตัวว่าผู้เขียนบล็อกเกี่ยวกับความสวยความงามอย่างถึงพริกถึงขิง
“ตูนน์ชนกกานต์ วีรคติธรรม” คือผู้ทำหน้าที่นั้น ซึ่งทำมาแล้วกว่า 10 ปี จนได้รับการยอมรับว่าเป็นบิวตี้ บล็อกเกอร์ ที่มีชื่อเสียงในลำดับต้นๆ ของเมืองไทย หากใครสนใจเรื่องความสวยความงาม ความรู้ ฮาวทู สินค้าออกใหม่ หรือกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ นานา สามารถเข้าไปในบล็อกของเธอได้ที่ www.tuniez83.com เฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/tuniez83.th และอินสตาแกรมที่ tuniez83
วันนี้ ชนกกานต์จะมาเผยถึงเส้นทางสู่การเป็นบิวตี้ บล็อกเกอร์ เผื่อน้องๆ หนูๆ คนไหนสนใจอยากทำอาชีพนี้ จะได้รู้แนวทางได้อย่างตรงจุด
“สำหรับคนที่สนใจอยากทำอาชีพนี้ ต้องเป็นคนที่ชื่นชอบงานศิลปะ ชอบลองอะไรใหม่ๆ ชอบของสวยของงาม รวมทั้งไม่ปิดกั้นตัวเองกับโลกใบนี้ ซึ่งคนที่อยากทำงานด้านนี้ ขอให้มีความเป็นตัวของตัวเอง สนุกที่จะทำ เป็นนักเล่าเรื่องที่ดี กล้าลอง กล้าเรียนรู้ และไม่คิดถึงผลลัพธ์ที่เป็นตัวเงินมากกว่าความสนุก”
แน่นอนว่าจุดเริ่มต้นของการเป็นบิวตี้ บล็อกเกอร์ มักเริ่มต้นจากการไปพบเจอสินค้าใหม่ น่าสนใจ น่าเอามานำเสนอผ่านบล็อก แต่ชนกกานต์เผยว่า เราไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินทองเพื่อสิ่งนี้ก็ได้ “คนที่เริ่มต้น เริ่มจากการนำเสนองานดีไอวายจากสิ่งที่เรามีอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อของใหม่ๆ มานำเสนอก็ได้ ความน่าสนใจของบล็อกมันไม่จำเป็นต้องเป็นของใหม่เสมอไป ของเก่าที่เอามาเล่าใหม่อย่างมีเสน่ห์และน่าสนใจ ก็ทำให้บล็อกของเราอยากมีคนติดตามได้เหมือนกัน”
สำหรับการนิยามคำว่าบิวตี้ บล็อกเกอร์ของชนกกานต์ เธอเผยว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่เรื่องเครื่องสำอางหรือการแต่งหน้าเพียงอย่างเดียว “ตูนน์นิยามคำว่า บิวตี้ บล็อกเกอร์ เป็นผู้ที่นำเสนอไลฟ์สไตล์ของผู้คน การกิน การอยู่ การใช้ชีวิตในทุกๆ ด้าน ที่ครอบคลุมถึงชีวิตตัวเราเอง”
เมื่อคนที่เริ่มต้นเขียนบล็อกด้วยความสนุก ทำด้วยหัวใจ ไม่ทำแล้วสิ้นเปลืองเงินทอง ชนกกานต์ยืนยันว่า เมื่อทำไปเรื่อยๆ จะมีคนเห็นถึงสิ่งที่เราทำเอง แล้วสิ่งต่างๆ มันจะไหลตามมา ทั้งสินค้า การเวิร์กช็อป การออกงานอีเวนต์ รวมไปถึงการว่าจ้าง
“เมื่อแบรนด์ต่างๆ เห็นว่าบล็อกของเรามีอิทธิพลต่อลูกค้าของเขา เขาได้รับผลตอบรับที่ดีจากสิ่งที่เราทำ เขาจะติดต่อมาหาเรา ให้เราไปร่วมทดลองใช้สินค้า เวิร์กช็อป หรือให้สินค้าเรามาใช้งาน ไกลกว่านั้นคือว่าจ้างให้เราเขียนรีวิว ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่าการว่าจ้างนั้น หากเราชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น คือ ไม่เขียนอวย แต่ก็ไม่เขียนโจมตี รวมทั้งไม่รับเขียนรีวิวให้กับแบรนด์คู่แข่ง เราจะไปได้ดีกับเส้นทางนี้”
นอกจากนี้ บิวตี้ บล็อกเกอร์ที่ดี ต้องไม่รับหรือรีวิวสินค้าที่ไม่ผ่าน อย เพื่อความปลอดภัยของทุกๆ ฝ่าย “เราควรมีความรู้พอที่จะสามารถบอกคนอื่นได้ว่าสินค้านี้ดีหรือไม่ดียังไง หากมีคนถามเราว่าผิวเขาแห้งมาก อยากได้รองพื้นแบบนี้ เราก็ต้องมีความรู้พื้นฐานพอที่จะบอกเขาได้ว่าควรจะใช้รองพื้นแบบไหน แบรนด์ใด ราคาสมเหตุสมผลหรือไม่ และหน้าที่เราคือให้ข้อมูลความรู้ เพื่อคนที่มาอ่านบล็อกของเราจะได้ตัดสินใจด้วยตัวของเขาเอง ไม่ใช่เชื่อในสิ่งที่เราบอกทั้งหมด”
ชนกกานต์ยังเผยอีกว่า เวลาเราใช้สินค้านี้ดีมาก แต่อาจจะไม่ดีกับคนอื่น เพราะฉะนั้นเราต้องบอกเหตุผลว่าที่เราใช้ดี เพราะสภาพผิวเราเป็นแบบนี้ แต่มันอาจจะไม่ดีกับคนสภาพผิวอื่นๆ “เพราะฉะนั้น ผิวใครเป็นแบบไหน ต้องเลือกใช้ในสิ่งที่เหมาะกับผิวของตัวเอง และเมื่อเกิดข้อผิดพลาดในการรีวิวหรือการแนะนำ เราต้องกล้ายอมรับในข้อผิดพลาดของตัวเอง พร้อมนำเสนอสิ่งที่ถูกต้องในลำดับต่อมา”
สิ่งที่ชนกกานต์บอกมา จึงจับใจความได้ว่า “ความจริงใจและความน่าเชื่อถือ” ถือเป็นหัวใจสำคัญของอาชีพนี้
“บิวตี้ บล็อกเกอร์ ต้องเป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่าความเป็นคนสวยหรือแต่งตัวดี ถ้าจริงใจ น่าเชื่อถือ และสวย มีความรู้ความสามารถ ก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่ รวมทั้งอาชีพนี้ไม่จำกัดเพศด้วย เป็นผู้ชายก็ทำอาชีพนี้ได้ ขอเพียงเขียนในสิ่งที่คนอ่านอ่านแล้วได้ประโยชน์จริงๆ คนก็จะตามมาอ่านงานเขียนของเรา”
นอกจากนี้ บิวตี้ บล็อกเกอร์ ยุคใหม่ต้องใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์
“เมื่อมีอินสตาแกรมที่ลิงค์ไปยังเฟซบุ๊กได้ ยิ่งทำให้เราทำงานง่ายขึ้น จะนำเสนอภาพหรือคลิปวิดีโอก็ทำได้เลย ขอเพียงอย่าพูดหรืออย่าเขียนอะไรเยิ่นเย้อ ทุกวันนี้คนไทยอ่านหนังสือยาวๆ ได้ไม่นาน ชอบอ่านอะไรสั้นๆ ตรงประเด็น หรือถ้าดูคลิปวิดีโอ ความสนใจของเขามากสุดคือ 1 นาทีเท่านั้น เพราะฉะนั้น เวลาเราจะแนะนำสินค้าอะไรก็ตาม บอกเลย พูดเลย เช่น ลงรูป 1 รูป บอกไปเลยว่าสินค้านี้เป็นอะไร ซีซั่นไหน ราคาเท่าไหร่ ใช้ยังไง ดียังไง แค่นี้พอ ถ้าคนสนใจ เขาจะเข้ามาถาม เราก็ค่อยตอบ ยิ่งเราให้ความรวดเร็ว อ่านง่าย เข้าใจได้ง่าย จะเวิร์กมาก ซึ่งถ้าอยากเขียนอะไรยาวๆ ให้ไปเขียนลงในบล็อก”







