posttoday
แอพแท็กซี่ ทางเลือกง่ายๆ ไม่ต้องกราบบบบบบ! ให้ไปส่ง

แอพแท็กซี่ ทางเลือกง่ายๆ ไม่ต้องกราบบบบบบ! ให้ไปส่ง

24 มิถุนายน 2557

ช่วงนี้เข้าฤดูฝนแล้ว ยิ่งคนกรุงเป็นอันรู้กันว่าเวลาฝนโปรยจะต้องเจอปัญหารถติดแบบคูณสอง

โดย...พงศ์ พริบไหว

ช่วงนี้เข้าฤดูฝนแล้ว ยิ่งคนกรุงเป็นอันรู้กันว่าเวลาฝนโปรยจะต้องเจอปัญหารถติดแบบคูณสอง แค่นั้นยังไม่พอทั้งยังต้องเผชิญกับปัญหาเดิมๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หงุดหงิดกวนใจ ทำให้อารมณ์เสีย ก็คือ การเรียกแท็กซี่แล้วไม่ยอมไป แก๊สหมด! ส่งรถไม่ทัน! ไปได้แต่ไปไม่ถึง! แต่ที่ดูเจ็บปวดที่สุดคือพี่ๆ แท็กซี่บอกกับเราตรงๆ แมนๆ เลยว่า ไม่ไป รถมันติด เอ้า...แล้วผมจะได้กลับบ้านมั้ยล่ะวันนี้!

เอ่อ...เหตุผลบ้าๆ แบบนั้นยิ่งทำให้ท้องถนนฤดูฝนดูน่าเบื่อหากต้องออกไปไหนมาไหน และก็เป็นเสมือนปัญหาที่ค้างคาอยู่ในใจใครหลายคน ซึ่งจริงๆ แล้วปัญหารถติดว่ากันตามตรงคงเป็นอะไรที่แก้ไม่ได้ง่ายๆ แต่เรื่องปัญหาอย่างหลังหากไม่อยากอารมณ์เสีย จนต้องกราบขอขึ้นแท็กซี่ให้วุ่นวายใจ ปัจจุบันมีนวัตกรรมอย่างแอพพลิเคชั่นบนมือถือที่ใช้สำหรับเรียกแท็กซี่อยู่หลายตัวออกมาแก้ปัญหา เราสามารถกดเรียกได้ทันที ทั้งไม่มีปฏิเสธผู้โดยสารให้รำคาญใจ จะติดฝนอยู่ที่ไหนเพียงแค่กดก็จะมีแท็กซี่ไปหาคุณถึงที่และไปส่งถึงปลายทางอย่างปลอดภัย

หากจะว่ากันตามตรง บริการลักษณะเช่นนี้ในบ้านเราก็มิใช่เรื่องใหม่นัก เนื่องเพราะที่ผ่านมาก็มีทั้งศูนย์วิทยุแท็กซี่ หรือสหกรณ์แท็กซี่ และหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการแท็กซี่ตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว เพียงแต่คงง่ายกว่าหากไม่ต้องใช้คนกลางเพื่อสื่อสาร ทั้งล่าช้าและอาจเกิดข้อผิดพลาดในเรื่องการรับข้อมูลกันได้ นั่นจึงทำให้แอพพลิเคชั่นเรียกรถที่ไม่มีปัญหาเช่นนั้นได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังสามารถตัดสินใจเลือกได้ด้วยตัวเองว่า ต้องการคนขับคนไหน ตรงนี้เองที่เป็นจุดแข็งของบริการ ในอนาคตจากแนวโน้มการขยายตัวของบริการแท็กซี่ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จะสามารถเปลี่ยนการให้บริการของแท็กซี่เอาแต่ใจในเมืองไทยไปเลยก็เป็นได้

แอพแท็กซี่ ทางเลือกง่ายๆ ไม่ต้องกราบบบบบบ! ให้ไปส่ง

 

แอพพลิเคชั่นบริการแท็กซี่ตอนนี้ มีให้เลือกอยู่พอสมควร ขออธิบายเป็นรายแอพไป เพื่อง่ายต่อการตัดสินใจทดลองใช้ ไม่แน่วันพรุ่งนี้คุณอาจติดฝนอยู่ที่ไหนสักแห่งก็เป็นได้

มาเริ่มกันจาก “อีซี่ แท็กซี่” (Easy Taxi) ซึ่งเปิดให้บริการในบ้านเรามาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยอ้างว่ามีผู้ใช้บริการกว่า 5 ล้านคนทั่วโลก และพร้อมให้บริการใน 86 เมือง 26 ประเทศ โดยทำการคัดเลือกคนขับแท็กซี่แต่ละคนที่มีประวัติดีและคุณสมบัติที่ได้มาตรฐานเท่านั้น ถึงจะได้เข้าร่วมเป็นคนขับของ “อีซี่ แท็กซี่” ในแอพนี้จะแสดงประวัติของคนขับรวมไปถึงข้อมูลแท็กซี่ให้เห็น ทำให้หมดห่วงเรื่องความปลอดภัย สำหรับบ้านเราการเรียกแต่ละครั้งมีค่าธรรมเนียมในการใช้บริการ 20 บาท เท่ากับบริการวิทยุแท็กซี่เลย

ต่อกันที่แอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่ตัวต่อมา อย่าง “อูเบอร์” (Uber) ที่เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน แถมช่วงนี้ยังมีโปรโมชั่นให้ทดลองบริการกันฟรี 300 บาท โดยไอ้เจ้า “อูเบอร์” เป็นบริการเรียกแท็กซี่มาตรฐานสูง หรูหรามาอีกขั้น ไล่ตั้งแต่การแต่งตัวสุดเนี้ยบของโชเฟอร์ ไปจนถึงรถที่ให้บริการ มีอยู่ 2 แบบ คือ เมอร์เซเดสเบนซ์ อีคลาส และโตโยต้า คัมรี่

“อูเบอร์” ตั้งราคาค่าโดยสารไว้เริ่มต้นที่ 45 บาท และสนนราคาที่ 9.20 บาท/กิโลเมตร ขั้นต่ำต่อเที่ยวอยู่ที่ 75 บาท โดยมีความพิเศษอยู่ที่สามารถเห็นรถที่เรียกใช้บริการเดินทางมาหาคุณบนแผนที่แบบเรียลไทม์ และมีการโทรเตือนเมื่อคนขับรถมาถึง แต่การจะใช้บริการอาจจะดูยาก เนื่องเพราะด้วยที่ต้องอาศัยบัตรเครดิตลงทะเบียนก่อน เพื่อหักเงินจากบัญชีบัตรทันทีหลังใช้บริการ แต่ก็มีข้อดี คือ หากวันไหนคุณลืมเอากระเป๋าสตางค์ออกมาจากบ้าน ก็สามารถกลับถึงบ้านได้ หากเป็นสมาชิกอูเบอร์เอาไว้ก่อน โดยไม่ต้องจ่ายตังค์สักบาท

แอพแท็กซี่ ทางเลือกง่ายๆ ไม่ต้องกราบบบบบบ! ให้ไปส่ง

 

อีกตัวหนึ่งเรียกได้ว่าเป็นแอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่อันดับหนึ่งในบ้านเราเลย นั่นคือ แกร็บแท็กซี่ (GrabTaxi) ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อการช่วยเหลือสังคมเป็นหลัก โดยมีแนวคิดนำปัญหาที่มีในการให้บริการแท็กซี่มาแก้ให้ดีขึ้น โดยแกร็บแท็กซี่ถูกออกแบบมาให้เข้ากับสภาพสังคมของคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ ทั้งยังใช้งานง่าย รวดเร็ว สะดวกสบาย ปลอดภัย เมื่อกดเรียกระบบจะคัดรถที่อยู่ใกล้มา 5 คัน โดยคำนวณจากระยะทางที่แท็กซี่อยู่ใกล้ที่สุด ทั้งยังเป็นแอพแรกของโลกที่มีฟังก์ชั่น “Track My Ride” ที่สามารถแชร์ข้อมูลต่างๆ ของแท็กซี่ที่ให้บริการผ่านสังคมออนไลน์ได้ในขณะเดินทาง โดยคิดค่าบริการเพิ่มจากค่าโดยสาร 25 บาท สำหรับเงินที่เพิ่มมาจะให้กับคนขับแท็กซี่ทั้งหมดโดยไม่คิดค่าให้บริการ

 

จุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้อำนวยการ แกร็บแท็กซี่ (ไทยแลนด์) ได้พูดถึงแนวคิดในการทำแอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่เพื่อสังคมให้ฟังว่า ประมาณปี 2010 เพื่อนของเราสองคน ซึ่งเรียนด้วยกันที่โรงเรียนธุรกิจมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard Business School) คือ แอนโธนี่กับฮุยหลิงแทน เป็นคนคิดแอพนี้ขึ้นมา โดยได้แรงบันดาลใจจากปัญหาเรื่องแท็กชี่ในประเทศมาเลเซียบ้านเกิด ที่มีปัญหาในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะความปลอดภัย ทั้งคู่จึงเกิดไอเดียอยากปรับเปลี่ยนการให้บริการแท็กซี่ให้ดีขึ้น ประกอบกับทางฮาร์วาร์ดเองก็สนับสนุนในเรื่องการพัฒนาสังคม ก็เลยกลายเป็นโครงการที่ส่งเข้าประกวดและได้รางวัลที่ 2

“จากนั้นพวกเขาก็เอาเงินรางวัลที่ได้ไปทำธุรกิจบริการเรียกแท็กซี่ผ่านมือถือที่บ้านเกิด ปรากฏว่าได้ผลตอบรับดีมาก เราเองก็เห็นแนวคิดของทั้งคู่อยู่ตลอดเวลา ก็มีเข้าไปช่วยให้คำปรึกษาบ้าง จึงรู้ว่าสิ่งที่ทั้งคู่คิดสามารถแก้ปัญหาในเรื่องแท็กซี่ได้จริง แล้วด้วยความเป็นเพื่อนกัน พูดคุยกัน เมื่อเห็นว่าปัญหาเรื่องของการให้บริการแท็กซี่มันมีอยู่หลายประเทศในเอเชีย เราจึงคุยกันว่างั้นมาช่วยกันทำให้ดีขึ้น ให้มันสามารถลิงก์กันได้ทั้งทวีป เราอยากเปลี่ยนการเดินทางเพื่อสังคมที่ดีขึ้นอะไรแบบนั้น”

แอพแท็กซี่ ทางเลือกง่ายๆ ไม่ต้องกราบบบบบบ! ให้ไปส่ง

 

นั่นจึงเป็นที่มาของการเกิดแกร็บแท็กซี่ในบ้านเรา ซึ่งก็มีขึ้นเพื่อแก้ปัญหามากมายหลายอย่าง เมื่อเธอนำมาเปิดให้บริการที่เมืองไทยก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นทุกเดือน

“สังคมไทยปัญหาที่เราเห็นบ่อยๆ คือ เรื่องของความปลอดภัย แท็กซี่กลัวผู้โดยสาร ผู้โดยสารกลัวแท็กซี่ ช่วงฝนตกรถติดก็หารถยากมาก ต้องไปยืนโบกรถอยู่นานกว่าจะได้ไป บางทีเรียกผ่านวิทยุ คนขับเป็นใครเราก็ไม่รู้อีก มันก็เลยเกิดเป็นความไม่สบายใจ ฝั่งแท็กซี่เองก็มีปัญหารายได้ไม่พอเพียง มีต้นทุนสูง เจอผู้โดยสารไม่ดีบ้าง ทีนี้ด้วยความลำบากใจแบบนี้ทั้งสองฝ่าย เราก็มามองว่าเราจะต้องแก้ปัญหากันยังไง

 

เราก็เอาปัญหาที่เจอมาตั้งเป็นโจทย์ แล้วเราก็แก้กันไปเป็นข้อๆ อย่างในเรื่องความปลอดภัย เราก็ทำให้ผู้โดยสารสามารถแชร์ข้อมูลได้เลยว่าอยู่ที่ไหนยังไงกับใคร รถทะเบียนอะไร พอมีตรงนี้มันก็เพิ่มความปลอดภัยได้ ทั้งสามารถใช้ในเรื่องของการส่งของได้ด้วย อย่างบางคนรถติดฝนตกไม่อยากออกไปไหนก็สามารถฝากกับทางเราไปส่งได้ เพราะเช็กกันได้ตลอดเวลา เคยมีคนเรียกแท็กซี่จัมพ์แบตรถก็มี เรียกไปส่งลูกที่โรงเรียนก็ประจำ เราจะมีบริการแก้ปัญหาครอบคลุมนะ ไม่ใช่แต่เรื่องของปัญหาที่แท็กซี่ไม่ยอมรับผู้โดยสาร แล้วเรามองในภาพรวมด้วยนะ ไม่ใช่การให้บริการต้องดีอย่างเดียว การที่เราจะแก้ปัญหาสังคมจริงๆ เราต้องทำให้ทุกส่วนประกอบดีขึ้นเท่านั้น หมายความว่าคนขับแท็กซี่ในระบบของเราเขาต้องมีรายได้มากขึ้นกว่าเดิม 30 เปอร์เซ็น พอเขามีรายได้มากขึ้น บริการที่ให้กับผู้โดยสารก็ต้องดีขึ้นตามมาด้วย อย่างแท็กซี่ที่เขาไม่มีสมาร์ทโฟน เราก็มีวิธีช่วยเขาอะไรแบบนั้น มันต้องเป็นอะไรที่ดีขึ้นในระยะยาวด้วย”

แอพแท็กซี่ ทางเลือกง่ายๆ ไม่ต้องกราบบบบบบ! ให้ไปส่ง

 

ในส่วนของ นิพนธ์ นิธิการพิศิษฐ์ ที่เข้าร่วมกับแกร็บแท็กซี่และใช้วิธีการทำงานของแอพพลิเคชั่นหารายได้ในการขับแท็กซี่ ได้แสดงความเห็นว่า ที่เข้าร่วมบริการของแกร็บแท็กซี่ เพราะมีเพื่อนแนะนำมาว่าดี ก็เลยลองดู เมื่อก่อนผมจะวิ่งงานให้กับธนาคารเสียเป็นส่วนใหญ่ มันจะเสียเวลารอมาก แต่พอมาวิ่งแบบนี้ เหมือนมีเวลามากขึ้น ไม่ต้องรอให้มีคนเรียก

“เราสามารถจัดการงานของเราได้ง่ายขึ้น สามารถกำหนดได้ว่าจะไปปลายทางที่ไหน และเห็นงานต่อเนื่อง สามารถรับงานได้เลย ทำให้ไม่ต้องมีปัญหากับผู้โดยสารข้างทางที่โบกเรียกเรา แล้วเราปฏิเสธไม่ไป ทำให้เราเหนื่อยน้อยลง ไม่ต้องวิ่งหางานไปเรื่อย หรือต้องไปรอต่อคิว ถ้าเหนื่อยก็จอดพักและก็ดูหน้าจอ งานมาเราก็ค่อยวิ่งไปรับ ทำให้ประหยัดค่าเชื้อเพลิงขึ้นเยอะ อย่างเมื่อก่อนตอนทำกับแกร็บแท็กซี่แรกๆ งานน้อยกว่าทุกวันนี้ ผมก็อยู่ได้แล้วนะ ยิ่งทุกวันนี้แกร็บแท็กซี่เติบโตขึ้น มันก็ยิ่งดีขึ้น มีรายได้แน่นอน เฉลี่ยๆ มาตรฐานก็วันละ 1,700 บาท โชคดีหน่อยก็ 2,000 กว่าบาท”

ชัยพร พื้นทะสิน หนุ่มโชเฟอร์แท็กซี่อายุ 28 ปี พูดถึงแอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่บนมือถือในมุมมองของคนที่ยังไม่เคยได้เข้าระบบให้ฟังว่า “เคยได้ยินมาบ้าง แต่ก็ยังไม่เคยได้ทดลอง ถ้าในอนาคตมีโอกาสก็อยากลองใช้ดูนะ เพราะมันน่าจะทำให้เรามีรายได้มากขึ้น แถมเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในยุคปัจจุบัน เพราะสะดวกสบายโดยเราก็ไม่ต้องไปวิ่งตามหาลูกค้าให้เหนื่อย แถมเปลืองแก๊สฟรี อย่างเวลาที่เราจะไปรับคนที่อยู่ในหมู่บ้านลึกๆ ห่างไกลความเจริญ เวลาเรียกเราเข้าไปก็จะได้ไม่มีปัญหา ลูกค้าสามารถตรวจสอบเราได้ว่าเป็นใคร มันยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ หรือพวกคนที่มีทรัพย์สินติดตัวเยอะ”

แอพแท็กซี่ ทางเลือกง่ายๆ ไม่ต้องกราบบบบบบ! ให้ไปส่ง

 

หากดูจากที่กล่าว การมีขึ้นของแอพพลิเคชั่นเรียกแท็กซี่บนมือถือ ถือว่าได้ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย คนเรียกก็สบายใจ คนขับก็มีความสุข อีกทั้งแอพต่างๆ ยังเปิดโอกาสให้สามารถเข้าไปให้คะแนนการบริการกับโชเฟอร์ได้อีก หากเจอคนขับที่พูดจาไม่เพราะ บริการไม่ดี ขึ้นรถพูดแต่เรื่องการเมือง (หลายคนก็ไม่อยากฟัง) ก็สามารถแสดงความคิดเห็นผ่านแอพ เตือนสติโชเฟอร์ได้ ก็สามารถพัฒนาการให้บริการได้เป็นอย่างดี เพราะทุกแอพล้วนมีกฎเหล็กในเรื่องการคัดเลือกแท็กซี่และการปลดออกจากระบบ ตามมาตรฐานการให้บริการ

รู้กันแบบนี้แล้ว ก็ยิ้มรับหน้าฝนกันได้เลยนะครับ สำหรับคนที่ให้บริการแท็กซี่ เพราะหากศึกษาและลองใช้ดูไม่คิดมากเรื่องเสียเงินเพิ่มนิดหน่อย เพื่อแลกกับความสบายใจ ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ก็ถือว่าเป็นทางเลือกง่ายๆ

คำกล่าวที่ว่า หากใครเรียกแท็กซี่รอบเดียวได้ในเวลาเร่งด่วน เหมือนถูกหวยเบอร์ใหญ่ คงใช้ไม่ได้กับแท็กซี่มือถือแล้วกระมัง

 

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย