posttoday
จิติณัฐ อัษฎามงคล ศิลปะการต่อสู้ไทยไม่แพ้ใครในโลก

จิติณัฐ อัษฎามงคล ศิลปะการต่อสู้ไทยไม่แพ้ใครในโลก

17 มิถุนายน 2557

คงมีคนไม่มากนักที่มีความชอบอะไรที่ชัดเจน จากฝันเล็กๆ ของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง

โดย...อนุสรา ทองอุไร / ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช

คงมีคนไม่มากนักที่มีความชอบอะไรที่ชัดเจน จากฝันเล็กๆ ของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง บ่มเพาะจนกระทั่งเป็นชายหนุ่มความฝันก็ยังไม่จางหายเมื่อถึงวัยทำงานและมีโอกาสลงตัว เขาก็มุ่งมั่นเอาความชอบนั้นมาสร้างเป็นเนื้องานปลุกปั้นจนเกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ให้คนอื่นได้ร่วมแบ่งปันความชอบความฝันของเขา จนเป็นรายการหนึ่งที่ว่าด้วยศิลปะการต่อสู้ของไทยและของต่างประเทศผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ปลายจิติณัฐ อัษฎามงคล ชายหนุ่มวัย 33 ปี ทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัท เจ เอ แอส บริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ที่อยู่ในยุทธจักรนี้มาอย่างยาวนานเกือบ 30 ปี วันนี้เขาปั้นฝันให้เป็นรายการขึ้นมา

ทำสิ่งที่ชอบ เลือกสิ่งที่ใช่

ปลายจิติณัฐ อัษฎามงคล ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัล บริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย ที่เข้ามาทำงานบนเส้นทางนี้เกือบ 6 ปี โดยรายการล่าสุดที่เขาปลุกปั้นมาตั้งแต่คิดรูปแบบรายการ เป็นครีเอทีฟ โปรดิวเซอร์ จนออกมาเป็นรายการที่เขาแสนจะภาคภูมิใจ คือรายการมาร์เชียล วอริเออร์ รายการสู่เส้นทางแอ็กชั่นสตาร์ระดับโลก ทางช่อง 7 และทรูวิชั่นส์ ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของรายการเรียลิตี้แอ็กชั่นครั้งแรกในเอเชีย เพื่อสานฝันให้เหล่าผู้ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้ได้มีเวทีแจ้งเกิดและกล้าที่จะออกจากเงาเพื่อค้นหาตัวเอง

“คนไทยเก่งเรื่องศิลปะการต่อสู้นะ เราไม่แพ้ชาติใดในโลก เบื้องหลังสตันต์แมนเก่งๆ ในต่างประเทศหลายคนเป็นคนไทย แต่คนไทยเรามีฝีมือยังไงก็ยังอยู่ได้แค่เบื้องหลัง จะมีกี่คนที่เป็นได้อย่าง จา พนม เราอยากสร้างคนของเราให้เป็นได้อย่างเฉินหลง อย่าง บรู๊ซ ลี นั่นเป็นความฝันของผมเลยที่อยากสร้างคนแบบนี้ขึ้นมาในวงการระดับประเทศไปสู่ระดับโลก ซึ่งมั่นใจว่าศักยภาพของคนไทยเราทำได้ เราไม่แพ้ชาติใดในโลกในเรื่องนี้” เขากล่าวอย่างมั่นใจ

เขาเล่าว่าคนที่เข้ามาแข่งมีพื้นฐานด้านศิลปะการต่อสู้มาอย่างน้อยอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่แล้ว แต่ได้คัดเลือกมาออกรายการ ทางรายการก็จะใส่เพิ่มให้เขาอีกอย่างครบวงจรจากมืออาชีพทางด้านต่างๆ ด้านมาร์เชียลอาร์ต ครบเครื่องทุกแขนงของการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย เทควันโด กังฟู สตันต์ ซามูไร การใช้อาวุธทั้งมีคมและไม่มีคม รวมถึงศิลปะในการแสดง เพื่อพิสูจน์ฝีมือที่นอกจากความแข็งแกร่งบวกกับทักษะการต่อสู้รอบด้าน ให้เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของนักสู้ รวมทั้งฝึกให้มีปฏิภาณไหวพริบ ในการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี จนพร้อมจะฉายแววความเป็นสตาร์กับโอกาสที่จะให้เขาก้าวไปสู่เวทีบันเทิงระดับโลก จากคนเบื้องหลังให้กลายมาเป็นคนเบื้องหน้าได้อย่างเต็มภาคภูมิ

จิติณัฐ อัษฎามงคล ศิลปะการต่อสู้ไทยไม่แพ้ใครในโลก

 

จิติณัฐ เล่าต่อว่า ตอนรับสมัครก็มีผู้สนใจมาสมัครกว่า 1,000 คน ทั้งหญิงและชาย ก็คัดเหลือหญิง 6 ชาย 6 เข้ามาแข่งขัน สุดท้ายจะเหลือผู้ชนะอย่างละคน แล้วเราจะมีเวทีลงให้เขาในเรื่องงานแสดงพิธีกร และผลักดันเขาไปสู่เวทีในต่างประเทศที่เป็นพันธมิตรกับเรา ซึ่งเราก็ได้ร่วมกับโปรดิวเซอร์ในระดับโลกหลายคนที่จะดึงเขาไปสู่ระดับนั้นได้ในอนาคต

นอกจากนี้ เขายังฝันให้รายการของเขาเป็นที่ยอมรับและนำไปสู่ต่างประเทศได้ “คนไทยมักไปซื้อรายการแล้วมาผลิตในบ้านเรา แต่เราหวังว่ารายการเราจะถูกต่างประเทศซื้อไปผลิตแบบเขาบ้าง ซึ่งรายการของเจเอสแอลก็เคยถูกต่างประเทศซื้อไป ซึ่งสำหรับรายการนี้เราหวังจะต่อยอดทางด้านนี้มากๆ และเราจะทำให้รายการนี้ติดเป็นปีที่ 2345 ต่อไป เหมือนรายการแข่งเพลง แข่งดารา อะไรแบบนั้นบ้าง”

เขาบอกว่าเขาชื่นชอบและมองเห็นคุณค่าของศิลปะการต่อสู้ แต่ยังไม่เคยมีเวทีใดเปิดให้แสดงออกอย่างเต็มที่ ซึ่งถือว่านี่เป็นครั้งแรกของเอเชียก็ว่าได้ที่มีรายการเรียลิตี้ที่เปิดโอกาสให้คนที่รักการต่อสู้มาตามหาความฝัน เขาเชื่อว่านอกจากพรสวรรค์ความรักในศิลปะการต่อสู้แล้ว การเรียนรู้ฝึกฝนเพิ่มเติมทั้งศาสตร์การต่อสู้แขนงต่างๆ ตลอดจนทักษะที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณนักสู้จะฉายแววการเป็นคนเบื้องหน้าที่มีเสน่ห์ดูดีได้

การศึกษาประสบการณ์ทำงาน

ด้านการศึกษานั้นเขาไปจบเรียนไฮสกูลที่ประเทศอังกฤษ แล้วต่อปริญญาตรีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทางด้าน Social Science จากนั้นมาทำงานที่บริษัท เจเอสแอล อยู่เกือบ 4 ปี จึงไปเรียนปริญญาโทต่อทางด้าน Enterpreneurship Management ที่มหาวิทยาลัยมหิดล และกลับมาทำงานเต็มตัวที่นี่อีกครั้ง ระหว่างนี้เขายังไปอบรมคอร์สสั้นๆ อีกหลายอย่างทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมความรู้ด้านบริหารจัดการ ส่วนการทำงานนั้นเขาเคยเป็นพิธีกรรายการกล้าดี และรับหน้าที่เป็นครีเอทีฟและโปรดิวเซอร์ให้กับรายการในบริษัท เจเอสแอล อีกหลายรายการ

หลักปรัชญาในการทำงาน

เขาบอกว่าการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด พยายามคิดและเรียนรู้ให้มาก อย่าหยุดที่จะเรียนรู้ อย่าหยุดที่จะคิด และพยายามคิดให้นอกกรอบอยู่เสมอ เพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ๆ แม้จะโตในต่างประเทศ แต่เขาคิดว่าการผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันออกกับความเป็นตะวันตก ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัว การเป็นไทยมากไป เป็นฝรั่งมากไป อาจจะทำให้ดูสุดโต่ง เนื่องจากทั้งความเป็นตะวันตกและตะวันออกก็มีข้อด้อย ข้อดีต่างกันไป เราต้องรู้จักดึงมาใช้

นอกจากนั้นควรเปิดใจกว้างกับการทำงาน มองโลกในแง่บวก เข้าใจทุกปัญหาย่อมมีทางออก เมื่อเจออุปสรรคปัญหาพยายามใจเย็น ตั้งสติคิดทบทวน แล้วค่อยแก้ปัญหาไปทีละข้อ อย่าใจร้อนและกดดันตัวเองมากเกินไปจนขาดสติ เขากล่าวทิ้งท้าย

จิติณัฐ อัษฎามงคล อายุ 33 ปี ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลมีเดียและพัฒนาคอนเทนต์

จบไฮสกูลที่ประเทศอังกฤษ

ปริญญาตรี Social Science จาก Clarkson University สหรัฐอเมริกา

ปริญญาโท Enterpreneurship Management มหาวิทยาลัยมหิดล

พิธีกรรายการกล้าดี

เป็นอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เข้าอบรมคอร์สพิเศษด้านสื่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69