
อริสา คุราตะ สิ่งท้าทายคือใจตัวเอง
ณ แยกอโศก เราสะดุดตากับสาวร่างเล็กหน้าใส เธอโดดเด่นแม้อยู่ในชุดนิสิต แวบแรกนึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะเป็นคนที่นัดคุยในวันนี้
โดย...กองทรัพย์
ณ แยกอโศก เราสะดุดตากับสาวร่างเล็กหน้าใส เธอโดดเด่นแม้อยู่ในชุดนิสิต แวบแรกนึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะเป็นคนที่นัดคุยในวันนี้ ต่อเมื่อเธอส่งยิ้มให้ความสดใสที่สัมผัสได้นั้นทำให้เราเริ่มตกหลุมรักดวงตารูปสระอิคู่นี้ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มพูดคุยกันเลยด้วยซ้ำ
อลิส-อริสา คุราตะ ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น แนะนำตัวหลังจากได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการ อลิส เล่าว่า กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 คณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาและวัฒนธรรม หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (BALAC: Bachelor of Arts in Language and Culture) เธอเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่สอง เนื่องจากเป็นภาษาที่มีพื้นฐานอยู่บ้าง แต่อยากพัฒนาเพื่อนำไปใช้กับงานในอนาคต
"อลิสค่อนข้างย้ายที่อยู่บ่อยค่ะ ตอนเด็กๆ เกิดที่สหรัฐ มาโตที่ญี่ปุ่น อยู่จนถึง ป.1 แล้วก็ย้ายมาอยู่เมืองไทยกับคุณแม่ จริงๆ แล้วคุณแม่เป็นคนกรุงเทพฯ แต่คิดว่าให้ลูกได้โตที่เชียงใหม่น่าจะดีกว่า เลยตัดสินใจไปใช้ชีวิตอยู่แม่ริม จนจบม.5 อลิสสอบเทียบติดที่จุฬาฯ ก็เลยเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ระหว่างรอเรียนเพื่อนชวนมาสมัครโครงการจีจูเนียร์ของแกรมมี่ ก็เลยลองมาประกวด สรุปว่าเราผ่านการคัดเลือก และตอนนี้ก็อยู่ในช่วงฝึกหัดร้องและเต้นเพื่อหาแนวทางของตัวเอง คาดว่าคงจะมีผลงานเพลงในปลายปีนี้ (ยิ้ม) ซึ่งช่วงนี้ก็เรียนและทำงานด้านอื่นควบคู่ไปด้วยเช่น งานแปลและงานล่ามบ้างบางโอกาสค่ะ" อลิส เล่าด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี
หนึ่งปีในรั้วมหาวิทยาลัยกำลังจะผ่านพ้นไป เป็นเวลาเท่ากับเธอเดินทางมาเป็นศิลปินฝึกหัดในโครงการจีจูเนียร์ของค่าย GID ในสังกัดจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ และการใช้ชีวิตคนเดียวแน่นอนว่ามุมมองและการใช้ชีวิตของเด็กสาววัย 18 ปี ย่อมเปลี่ยนแปลงไป
"กรุงเทพฯ ทำให้อลิสโตขึ้นในทุกๆ เรื่องต้องรับผิดชอบตัวเอง ต้องรู้จักการวางตัวกับผู้ใหญ่ การเรียนก็ต้องทำให้ดีเพราะที่คณะอักษรศาสตร์การบ้านค่อนข้างเยอะ และยังต้องมาเรียนร้องเพลงและเต้นที่ค่ายอีก เราจึงต้องแบ่งเวลาให้ดี หลังจากเลิกเรียนก็ต้องขยันทำการบ้าน ทำทุกวันเพื่อไม่ให้ไปหนักตอนปลาย
"นอกจากนี้ เวลาไปไหนมาไหนอลิสต้องเดินทางเองรับผิดชอบหลายๆ อย่างเองทั้งหมด เช่น เรื่องเงินจะใช้จ่ายอะไรก็ต้องระมัดระวัง แรกๆ เคยเผลอใจใช้เงินเกินงบ ต้องขอเงินคุณแม่เพิ่ม หลังๆ ฉุกคิดได้ว่าเราต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจไม่ให้หลงไปกับความสวยงามที่ล่อตาล่อใจ ต้องบริหารจัดการกับความต้องการของตัวเองให้ได้ค่ะ (ยิ้ม) และต้องใช้ชีวิตไม่ให้คุณแม่เป็นห่วงจะต้องทำให้ท่านเห็นว่าเราอยู่คนเดียวได้"
เห็นหน้าหวานๆ ลุคเรียบร้อยน่ารักจนได้เป็นถึงดาวคณะอักษรศาสตร์แบบนี้ แต่จริงๆ แล้ว อลิสค่อนข้างลุยๆ และเปิดเผย ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว อยากทำอะไรก็ทำ จนหลายครั้งผู้ใหญ่ในค่ายถึงกับต้องออกปากเตือนให้ระมัดระวังตัว อลิสบอกว่า ได้แต่ยิ้มรับอย่างนอบน้อม แต่เธอก็ยังยืนยันว่าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด พร้อมกับบอกว่า ที่เห็นเป็นแบบนี้ เพราะได้รับอิทธิพลมาจากคุณแม่ ซึ่งเป็นคนแบบเดียวกัน
"ตอนอยู่กับแม่ที่เชียงใหม่ที่ชีวิตจะโลดโผนกว่านี้นิดหนึ่ง จะมีกิจกรรมเดินป่า ปีนภูเขา ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ คนละสไตล์กับที่กรุงเทพฯ ที่ส่วนใหญ่จะไปหาขนมอร่อยๆ และหาร้านน่ารักๆ นั่งทำการบ้าน หรือไม่ก็อ่านหนังสือ แต่เราก็มักจะไปไหน
มาไหนคนเดียวอยู่ เป็นคนไม่ค่อยกลัวอะไร ซึ่งเราเห็นคุณแม่เป็นแบบอย่างตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการเรียนก็เห็นพี่ญาญ่า (อุรัสยา เสปอร์บันด์) เป็นต้นแบบ ซึ่งพี่เขาเรียนอยู่สาขาเดียวกัน แต่กำลังจะจบ เราเห็นเขาทำงานหนักและเรียนได้ดีมากๆ เป็นที่ชื่นชมของอาจารย์ด้วยก็จะยึดเป็นแนวทางด้านการเรียนค่ะ"
ก่อนจากกันเราถามถึงความฝันของอลิส เธอตอบพร้อมรอยยิ้มว่า "ความฝันระยะใกล้ คือ การได้เป็นนักร้อง มีผลงานเพลงเป็นของตัวเอง ส่วนระยะกลางและระยะไกล คงต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ได้เล่าเรียนมา ถ้ามีโอกาสก็อยากลองทำงานทุกอย่างเลยค่ะ แต่ตอนนี้ก็เรียนร้องเรียนเต้นให้ดีที่สุดก่อนค่ะ"







