
เทอร์รี่ เฟรเดอริคสัน ภาษาอังกฤษกับลูกกลมๆ
ทั้งๆ ที่ไม่อยากเชื่อผลสำรวจ แต่งานนี้ขออนุญาตนำมาอ้างถึงสักหน่อย จากผลวิจัยของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)
โดย...พงศ์ พริบไหว ช่างภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช
ทั้งๆ ที่ไม่อยากเชื่อผลสำรวจ แต่งานนี้ขออนุญาตนำมาอ้างถึงสักหน่อย จากผลวิจัยของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ว่าด้วยเรื่องดัชนีวัดระดับความรู้ทางภาษาอังกฤษประจำปี 2556 ซึ่งรวบรวมและลำดับความเข้าใจทางภาษาของคนจาก 60 ประเทศทั่วโลก และให้ตายเถอะ! ประเทศไทยได้คะแนนรั้งท้ายในอันดับที่ 55 แจ่มชัดและชัดเจนเป็นที่สุดว่าเราไม่ประสาเลย หากจะเทียบเคียงกับประเทศต่างๆ ถึงอย่างนั้นอย่าได้เครียดกันไป ยิ้มให้กับระดับความรู้ทางภาษาอังกฤษของเรา (หึหึ) จากนั้นตั้งสติและมาเริ่มเรียนรู้กันใหม่พร้อมๆ กัน เพราะขณะนี้ผู้เขียนก็มีมาตรฐานด้านภาษาค่อนไปทางลบเช่นกัน ปัญหาคือ แล้วจะเริ่มยังไงล่ะ แหม่ๆ โชคดีเหลือเกินบังเอิญไปพบกับหนังสือแบบเรียนภาษาอังกฤษน่าสนใจเล่มหนึ่งที่เขียนด้วยปลายปากกาของ อาจารย์เทอร์รี่ แอล. เฟรเดอริคสัน (Terry L. Fredrickson) ชาวต่างชาติที่เว้าอีสานและแหลงใต้ได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ อีกทั้งยังเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษแบบหาตัวจับอยาก
เขาเชี่ยวชาญถึงขนาดว่าเขียนหนังสือแบบเรียนภาษาไว้มากมายหลายเล่ม และทุกเล่มล้วนเป็นบทเรียนที่แตกต่างไปจากแบบเรียนที่คุ้นเคย หากจัดหมวดก็คงอยู่ในหมวดของแบบเรียนภาษาอังกฤษอินดี้ ซึ่งได้มีการยกเอาประสบการณ์ของตัวผู้เขียนที่คลุกคลีกับประเทศไทยเข้าไปจับเป็นเรื่องๆ เน้นเรื่องเด่นๆ อย่างเช่น บทเรียนภาษาอังกฤษจากข่าวในหนังสือพิมพ์ หรือเป็นบทเรียนภาษาจากเรื่องของการเมืองไทย อีกทั้งบทเรียนภาษาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ฯลฯ
ล่าสุดอาจารย์เทอร์รี่แกก็ไม่ปล่อยเหตุการณ์สำคัญอย่างการแข่งขันฟุตบอลโลกให้ผ่านเลย เขาเองได้ส่งหนังสือเล่มใหม่ล่าสุดของแกเองออกมาซึ่งใช้ชื่อยาวเหยียดว่า “World Cup English เรียนภาษาอังกฤษจากศึกฟุตบอลเวิลด์ คัพ” โดยเรื่องราวในเล่มนั้นเจ้าของหนังสือเล่าให้ฟังไว้ว่า
“คือต้องเล่าย้อนไปหน่อย เมื่อก่อนผมสอนหนังสือนะ แล้วผมก็คิดแบบเรียนใหม่ขึ้น โดยเอาข่าวในหนังสือพิมพ์ของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ไปสอน ปรากฏว่าเด็กเข้าใจภาษามากขึ้น เรียนสนุก แล้วหลังจากนั้นผมก็เขียนหนังสือแบบเรียนขึ้นมาเอง ซึ่งก็เอาข่าวมาเป็นตัวเชื่อม ปรากฏว่าหนังสือขายดีมาก แล้วจากนั้นมันก็ต่อยอดมาเป็นหลายๆ เล่ม จนล่าสุดเป็นเล่มนี้ ซึ่งตัวผมเองปกติก็เขียนเรื่องฟุตบอลลงในเว็บให้เป็นแบบเรียนอยู่แล้ว มีการอัดเทปควบคู่ไปกับการเรียนด้วย แล้วผมอยู่เมืองไทยมานาน สังเกตว่าคนไทยสนใจติดตามข่าวฟุตบอลมาก แล้วพอปีนี้มีฟุตบอลโลกซึ่งมีคําศัพท์ให้ศึกษามากมาย เลยจับตรงนี้มาเขียนเป็นหนังสือแบบเรียน เพราะคนไทยคุ้นเคยและน่าจะเข้าใจง่ายโดยเฉพาะผู้ชาย”
เรียนได้ว่าหนังสือเล่มนี้ของอาจารย์เทอร์รี่นั้น จะมีเรื่องราวพื้นฐานของฟุตบอลที่แฝงไปด้วยศัพท์แสลงที่ควรรู้ ทำให้สามารถต่อยอดไปดูฟุตบอลให้สนุกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสอนอ่านข่าวบอลโลกภาษาอังกฤษ สอนให้รู้จักอารมณ์ของนักฟุตบอลในห้วงต่างๆ ในเกมกีฬา หรือแม้แต่สอนฟังคำบรรยายที่เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งล้วนเป็นวิธีการสอนที่ผู้เขียนให้เวลาเรียนรู้และทำความเข้าใจจากประสบการณ์ของเขาที่อยู่เมืองไทยมากว่า 40 ปี ซึ่งนอกจากข้อเขียนต่างๆ แล้วที่เป็นสองภาษา ทั้งยังมีซีดีออดิโออยู่ในเล่มเพื่อเป็นการเสริมให้แบบการสอนในเล่มสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ซึ่งอาจารย์เทอร์รี่บอกว่าสามารถช่วยได้เยอะ
“คือหนังสือเล่มนี้มันเหมาะที่สุดกับคนที่ชอบกีฬาฟุตบอล แต่จริงๆ แล้ว ใครก็ตามที่อ่านหนังสือเล่มนี้ก็จะได้ประโยชน์ เพราะว่าจริงๆ เรื่องของฟุตบอลโลกมันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ทุกคนก็สนใจหมด ทั้งผู้หญิงเขาเองส่วนใหญ่ก็ชอบนักฟุตบอล คืออ่านแล้วก็จะเข้าใจเรื่องตำแหน่ง เรื่องการวางแผน หรือแม้แต่เรื่องข้อมูลต่างๆ ที่ควรรู้คือผมเข้าใจว่าเป็นหนังสือสอนภาษาที่คนไทยจะเข้าใจได้ง่าย มีทั้งภาพให้เข้าใจง่ายและมีการแปลเป็นภาษาไทยด้วย มันอาจเป็นเรื่องเฉพาะนะ แต่ผมว่าเราสามารถใช้มันเป็นตำราได้เลย”
เชื่อแน่ว่าหนังสือปกสีเขียวเหลืองเล่มนี้ จะทำให้ผู้อ่านได้สนุกกับการรับชมเกมกีฬามากขึ้น ทั้งยังได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วยในคราวเดียวกัน คงเหมาะมากและทันเหตุการณ์สุดๆ กับการที่คนไทยจะพยายามเรียนรู้ภาษาอังกฤษกันเพื่อขยับระดับความรู้ทางภาษาอังกฤษ และการศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเองก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ มาลองเริ่มฝึกฝนกันด้วยการอ่านเทียบเคียงกับวิถีชีวิต และฟุตบอลโลกก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่มีความเชื่อมโยงวิถีชีวิตของคนไทยไม่น้อย
อาจารย์เทอร์รี่ แอล. เฟรเดอริคสัน จบปริญญาโทด้านการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา (ปี 2528) ปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (ปี 2511) แรกเริ่มเข้ามาเป็นอาสาสมัครพีซคอร์ในปี 2511 โดยทำการสอนที่วิทยาลัยครูประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเวลา 3 ปี
จากนั้นได้ย้ายเข้ากรุงเทพฯ สังกัดกองฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ ทำการสอนที่วิทยาลัยครูสวนดุสิตในตอนนั้น ทั้งยังได้ทำการสอนที่วิทยาลัยครูจันทรเกษมเป็นระยะสั้นๆ หลังจากจบปริญญาโท อาจารย์ได้สอนภาษาอังกฤษในประเทศมาเลเซีย เป็นเวลา 6 ปี อาจารย์เป็นผู้แต่งหนังสือ ด้านการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ / ภาษาที่สองหลายเล่มด้วยกัน นอกจากนี้ ยังได้เป็นวิทยากรแนะนำเรื่องการสอนภาษาตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี และนับได้ว่าอาจารย์เป็นที่รู้จักดี ในแวดวงวิชาการของประเทศไทย ปัจจุบันอาจารย์เทอร์รี่ได้สอนภาษาผ่านอินเทอร์เน็ตง่ายๆ และฟรีๆ ในเว็บบางกอกโพสต์ ในเซ็กชั่นเลิร์นนิ่ง







