posttoday
ชั่วโมงว่างกลางแจ้ง (บาง) ทางเลือกของคนกรุง

ชั่วโมงว่างกลางแจ้ง (บาง) ทางเลือกของคนกรุง

17 พฤษภาคม 2557

เหนื่อยหอบจากการแข่งขัน อึดอัดจากแรงบีบคั้น และหนักหน่วงด้วยมีความคาดหวังให้คอยแบกรับ

โดย...กองบรรณาธิการ

เหนื่อยหอบจากการแข่งขัน อึดอัดจากแรงบีบคั้น และหนักหน่วงด้วยมีความคาดหวังให้คอยแบกรับ แต่ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อความสุข (ต้นทุนต่ำ) วาดฝันมีบ้านหลังเล็กๆ เป็นของตัวเองสักหลัง มีรถญี่ปุ่นพอสำหรับใช้งานสักคัน สร้างครอบครัวที่แสนจะอบอุ่น

ตลอด 24 ชั่วโมงที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านบนวิถีชีวิตซ้ำซาก ตื่นก่อนฟ้าสาง แก่งแย่งรถรา ติดหนึบบนท้องถนน ถึงออฟฟิศเหงื่อท่วมไม่มีสิทธิโอดครวญ ก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่ถูกหัวหน้าตำหนิถือว่าถูกหวย เที่ยงวันรีบไปต่อแถวซื้อข้าวแกง หิวมากก็สั่งเพิ่มข้าว 10 บาท ส่วนกับข้าวอย่าให้เกินสอง เย็นย่ำกลับบ้านร่างกายโรยรา พลังชีวิตไม่หลงเหลือ กินข้าวอาบน้ำข่มตาหลับ เพื่อตื่นมาเผชิญกับเช้าวันใหม่ที่แทบจะไม่มีอะไรใหม่จากเดิม

ชั่วโมงว่างกลางแจ้ง (บาง) ทางเลือกของคนกรุง

 

ด้วยถูกภาวะจำยอมกดทับชนิดไม่หลงเหลือโอกาสให้ยื่นอุทธรณ์ เมื่อเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์ราวกับว่าฟ้าเปิด กิจกรรมผ่อนคลายพักอารมณ์จึงพรั่งพรู ใครหลายคนต้องการหลบเลี่ยงความจำเจเดิมๆ เอือมระอาตึกสูง เบื่อแท่งคอนกรีต พะอืดพะอมกับกลิ่นควันและไอน้ำมัน เสมือนหนึ่งใคร่อยากจะหลีกหนีไปไกลๆ แต่ถ้าไปไหนไกลไม่ได้ ก็ขอแค่ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ หรือทำกิจกรรมโปรดนอกบ้านในพื้นที่รอบกรุง เราไม่ได้ขอมากไปใช่ไหม

สูดโอโซนในสวน (สาธารณะ)

“พื้นที่สีเขียว” จึงกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกที่คนกรุงหลายคนไปใช้เวลาว่างกลางแจ้ง @weekly ฉบับนี้ขันอาสาเยี่ยมชม “สวนสาธารณะ” อันร่มรื่นที่ลัดเลาะแนว “รถไฟฟ้าบีทีเอส” เพื่อประหยัดพลังงาน และสะดวกต่อการเดินทางเป็นอย่างยิ่ง เริ่มต้นกันที่

สวนจตุจักร (สถานีหมอชิต) : สวนแห่งนี้เปรียบเสมือนสวรรค์ของประชาชนผู้รักสุขภาพ มีกิจกรรมพายเรือ ถีบจักรยานน้ำในสระน้ำกลางสวน มีฐานออกกำลังกาย และยังมีพิพิธภัณฑ์รถไฟ ภายในได้จัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์การเดินรถไฟไทยและยานยนต์เอาไว้

สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ (สถานีหมอชิต) : มีแนวคิดให้มีลักษณะเป็น “สวนป่า” อีกทั้งยังพัฒนาให้เชื่อมโยงต่อเนื่อง ทั้งลักษณะทางกายภาพและสุนทรียสัมผัสกับสวนวชิรเบญจทัศ และสวนจตุจักรที่อยู่ติดกัน นำมาซึ่งพื้นที่สีเขียวในเมืองที่กว้างใหญ่

ชั่วโมงว่างกลางแจ้ง (บาง) ทางเลือกของคนกรุง

 

สวนวชิรเบญจทัศ (สถานีหมอชิต) : สร้างให้เป็น “สวนแห่งครอบครัว” และยังเป็นสวนสาธารณะในฝันของ “นักปั่นจักรยานเสือภูเขา” ด้วยการจัดทำเส้นทางจักรยานวิบากยาว 3,020 เมตร และได้จัดสร้างอุทยานการเรียนรู้จตุจักรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งนันทนาการแบบเปิด ทำให้ผู้ใช้สวนสามารถเข้ามาใช้บริการได้ตลอดวัน

สวนสันติภาพ (สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) : มีความโดดเด่นจากการออกแบบให้เป็นสวนป่าใจกลางเมือง และยังเพิ่มกิจกรรมนันทนาการ โดยการจัดแสดงดนตรีในสวน ทำให้สวนแห่งนี้กลายเป็นอุทยานดนตรี สำหรับชื่อสวนสันติภาพตั้งขึ้นเพื่อระลึกถึงวันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งตรงกับวันที่ 16 ส.ค. 2488

สวนลุมพินี (สถานีศาลาแดง) : เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร โดยสร้างเป็นสวนอเนกประสงค์ มีพื้นที่ใช้สอยและศูนย์นันทนาการ ให้สมาคมและชมรมต่างๆ ทำกิจกรรมหลากหลาย

ชั่วโมงว่างกลางแจ้ง (บาง) ทางเลือกของคนกรุง

 

อุทยานเบญจสิริ (สถานีพร้อมพงศ์) : ภาพรวมของสวนเน้นให้มีพื้นที่โล่งเขียวขจี เปิดให้เห็นความงามของท้องฟ้าถึง 70% พร้อมทั้งนำเสนอประติมากรรมหลากหลายที่ถ่ายทอดความงามทางศิลปะ แนวคิดลึกซึ้งและปรัชญา ในฐานะสวนประติมากรรมใจกลางเมือง

สวนเบญจกิติ (สถานีอโศก) : จุดเด่นของสวนแห่งนี้ คือ บึงน้ำขนาด 86 ไร่ ที่มีทางเดินวิ่ง และทางจักรยานโดยรอบ ถือเป็นสวนสาธารณะในรูปแบบ Urban Park ขนาดใหญ่

ข่าวดีสำหรับคนเมือง คือ ตอนนี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เดินหน้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวอีกเพียบ อย่างเช่นสวนสาธารณะใต้สะพานต่างระดับวัชรพล พื้นที่ 34 ไร่ ที่น่าสนใจ คือ เป็นสวนสาธารณะที่แบ่งสัดส่วนสำหรับ “คนรักสุนัข” ด้วยการแบ่งพื้นที่ทำ Dog Park ถึง 4.6 ไร่เศษ สวนสาธารณะซอยจรัญสนิทวงศ์ 42 เขตบางพลัด พื้นที่รวม 14 ไร่ สวนสาธารณะบริเวณซอยสุวินทวงศ์ 47 เขตหนองจอก พื้นที่รวมทั้งสิ้น 7 ไร่ 2 งาน 49 ตารางวา โดยทั้งหมดนี้จะสร้างเสร็จภายในปี 2557 อย่างแน่นอน

ชั่วโมงว่างกลางแจ้ง (บาง) ทางเลือกของคนกรุง

 

นอกจากนี้ กทม.ยังได้ปรับปรุงและก่อสร้างสวนสาธารณะอีกหลายพื้นที่ ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2558 ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ (บางบอน) พื้นที่โครงการ 100 ไร่ หรือสวนสาธารณะบริเวณซอยเพชรเกษม 69 พื้นที่รวม 119 ไร่ โดยแบ่งให้เป็นตลาดนัดถึง 49 ไร่ สวนสาธารณะบึงลำไผ่ เขตมีนบุรี พื้นที่รวม 78 ไร่

ถ้าโครงการที่ว่าสำเร็จลงเมื่อไหร่ ปอดคนกรุงก็คงจะสะอาดสดชื่นกว่านี้เป็นแน่

กีฬาเอ็กซ์ตรีม กระตุ้นอะดรีนาลิน

เมื่อความผาดโผน ท้าทาย เป็นที่ชื่นชอบของมนุษย์ โดยเฉพาะวัยกำลังซ่า บ้าบิ่น อย่างหมู่วัยรุ่น กีฬาเอ็กซ์ตรีมจึงตอบโจทย์ได้ดี เพราะไม่ต้องเสี่ยงขึ้นไปบนตึกหลายสิบชั้นแล้วกระโดดลงมาพร้อมร่มชูชีพ ก็หวาดเสียวได้ ปัจจุบันภาพคนวัยฮอร์โมนไถสเกตบอร์ด หรือถีบจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ มุ่งหน้าสู่ลานสเกต แหล่งรวมตัวของเด็กแนวเดียวกัน จึงเป็นภาพชินตาบนท้องถนนใน กทม.

“สิ่งที่ทำให้เราคลั่งไคล้กีฬาแบบนี้ คือ การได้ออกกำลังกายไปในตัว เป็นงานอดิเรกที่ดี ช่วยจัดการกับเวลาว่างไปได้เยอะ และยังมีประโยชน์อีกด้วย ไม่ต้องไปพึ่งยาเสพติดหรือสิ่งไม่ดีอื่นๆ สังคมก็เปิดกว้างมากขึ้น แม้ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนรุ่นพี่ แต่เข้ากันได้ดี เพราะการรวมตัวกันแบบนี้ ไม่ได้โฟกัสเรื่องมั่วสุม แต่เป็นสังคมแห่งความท้าทายด้านกีฬาเอ็กซ์ตรีมมากกว่า เราใช้กีฬาเชื่อมความสัมพันธ์กัน”

ชั่วโมงว่างกลางแจ้ง (บาง) ทางเลือกของคนกรุง

 

น้องโคจอน หรือ ด.ช.ชยากร วงศ์วัฒนโสภณ นักสเกตบอร์ดวัย 13 ปี ดีกรีแชมป์รุ่นโอเพ่น Singha Light X ชิงแชมป์ประเทศไทยสนาม 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พูดด้วยแววตามุ่งมั่น

โคจอน หนุ่มพูดน้อย แต่ทุกกระบวนท่าบนสเกตบอร์ดแสนดุดันเร้าใจ บอกว่า เล่นมาตั้งแต่ 9 ขวบ โดยมาซ้อมที่สนามกีฬาหัวหมากทุกวัน วันละประมาณ 4-5 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมากที่เล่นไปแล้วมันติด ปกติก็มีเตะบอลกับเพื่อนบ้าง แต่กีฬาสเกตบอร์ดโดนใจเป็นที่สุด หลายคนบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าจะได้ลีลาที่สมบูรณ์ แต่โคจอนยืนยันว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด ขอเพียงไม่ย่อท้อ มีความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมไปเรื่อยๆ ล้มบ้าง เจ็บบ้าง แต่ต้องไม่ยอมแพ้ รับรองว่าต้องไปได้ไกลแน่นอน

“ตอนที่ลงแข่งก็ไม่คิดว่าจะชนะ ยิ่งมีพี่ๆ ทีมชาติลงแข่งด้วย จึงเป็นไปได้ยาก แต่ผลออกมาเกินคาด จึงเป็นแรงบันดาลใจในการเล่นต่อไป จนกระทั่งติดทีมชาติ และอยากไปให้ถึงระดับโลก”

ชั่วโมงว่างกลางแจ้ง (บาง) ทางเลือกของคนกรุง

 

ความท้าทายของกีฬาเอ็กซ์ตรีมควบคู่มากับความเสี่ยง อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องธรรมดา บางคนถึงขั้นเลือดตกยางออก คางแตก กระดูกหัก แต่การเยียวยาบาดแผลให้หายไม่สำคัญเท่าสิ่งที่เยียวยาจิตใจ ผู้ที่ประสบความเร็จมักเกิดจากการไม่ยอมแพ้ ไม่ย่อท้อ และเปลี่ยนแปลงอุปสรรคให้เป็นพลังแห่งความมุ่งมั่นตั้งใจในการฝึกซ้อม

เมธาวัฒน์ เหล่าวงษา นักสเกตบอร์ดจากเมืองขอนแก่น วัย 17 ปี ล่าสุดคว้าตำแหน่งอันดับ 3 จากรายการเดียวกันกับน้องโคจอน เปิดเผยว่า ตั้งแต่เล่นมามีล้มบ้าง ข้อเท้าพลิกบ้าง แต่เคยบาดเจ็บร้ายแรงที่สุด คือ แขนหัก ตอนหัดเล่นใหม่ๆ กำลังฝึกเล่นกับบาร์เหล็กอยู่แล้วพลาดท่าล้มแขนข้างซ้ายกระแทกหัก พักไปประมาณ 1 เดือน แต่ระหว่างใส่เฝือกก็แอบที่บ้านมาซ้อมเบาๆ ที่ไม่เลิกเล่นเพราะมีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติให้ได้ เมธาวัฒน์ เริ่มเล่นสเกตบอร์ดตั้งแต่อายุ 13 ปี เพราะแม่ซื้อมาให้ลองเล่น แล้วเกิดชอบจนไม่อยากห่างจากสเกตบอร์ดคู่ใจ ปัจจุบันอายุ 17 ปีแล้ว ตั้งใจจะเล่นไปเรื่อยๆ จนกว่าร่างกายจะไม่ไหว ต่อให้ได้เป็นทีมชาติตามความฝันแล้วก็ตาม

“เสน่ห์ของมันคือความสนุกสนาน และได้ออกกำลังกายไปในตัว ที่สำคัญคือ ได้มิตรภาพจากสังคมที่เราไม่เคยรู้จัก พอได้มาเล่นก็ทำความรู้จักแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น ทั้งยังมีความท้าทายของแต่ละท่วงท่า ซึ่งวัยรุ่นชอบอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่เป็นกีฬายอดฮิตของวัยรุ่น ปกติซ้อมในสนามที่ จ.ขอนแก่น ช่วงนี้ใกล้มีการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย ที่จัดขึ้นในเดือน พ.ค.นี้ เป็นรายการใหญ่ที่สุดที่เคยลงแข่งขันมา จึงมาซ้อมที่สนามหัวหมากแห่งนี้ เพราะสนามดีกว่ามาก โดยเล่นตั้งแต่ 5 โมงเย็น4 ทุ่มทุกวัน”

ชั่วโมงว่างกลางแจ้ง (บาง) ทางเลือกของคนกรุง

 

ผู้ใหญ่หลายคนพอเห็นรวมตัวกัน คำถามแรกที่เกิดขึ้น คือ ลานกีฬาเอ็กซ์ตรีมเป็นแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่นหรือไม่ รัชชสิทธิ์ อัศวชูเกียรติ วัย 25 ปี มาพร้อมกับจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์สีดำคู่ใจ ยืนยันว่า ได้ยินมาค่อนข้างเยอะสำหรับคำพูดแบบนี้ จึงไม่ค่อยใส่ใจ เพราะหากได้มาสัมผัส จะรู้ว่ามันขัดแย้งกันมาก มีแต่คำว่าเพื่อนและมิตรภาพทั้งนั้น จริงๆ คนที่เล่นกีฬาประเภทนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยยอมรับพวกที่เสพยาด้วยซ้ำ

รัชชสิทธิ์ เล่าว่า โดยปกติแล้วเล่นอยู่ในสวนสมเด็จย่าที่เมืองทองธานี นานทีจะมาเล่นข้างนอกบ้าง เช่น สนามกีฬาหัวหมาก แต่ระยะทางไกลมาก บางครั้งนั่งรถมากว่าจะถึงก็เหนื่อยแล้ว โดยเฉลี่ยโลดโผนอยู่บนบีเอ็มเอ็กซ์ไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงต่อครั้ง สัปดาห์ละประมาน 3-4 วัน

“ผมชอบกีฬาประเภทนี้มานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้เข้าถึง เพราะหาเพื่อนเล่นด้วยได้น้อย แต่พอมีโอกาสจากคนรู้จักชักชวนให้ไปเล่น จักรยานบีเอ็มเอ็กซ์มันน่าตื่นเต้นมาก เวลาที่เราได้ทรงตัวอยู่บนจักรยาน มันคือเครื่องจักรที่ใช้แรงคน เสน่ห์ของมันคือการได้ปั่นไปเรื่อยๆ นี่แหละ” รัชชสิทธิ์ ระบุ

ปั่นปั่นปั่น...เสียเหงื่อแบบอินเทรนด์

หากคุณกำลังคิดว่าเราควรจะมาปั่นจักรยานเพื่อลดการใช้พลังงานรักษาโลกร้อน นั่นอาจจะทำให้คุณรู้สึกจริงจังจนนำไปสู่ความเครียด ซึ่งไม่เป็นผลดีกับการปั่นระยะยาว เพราะคุณจะเริ่มตั้งความคาดหวังหลายๆ อย่างจนมองข้ามสิ่งสำคัญที่สุดนั่นก็คือ ความปลอดภัย สุขภาพ และความสุขในการปั่นจักรยานของคุณเอง แต่ถ้าคุณเลือกปั่นเพราะอยากย้อนกลับไปในความสุขเล็กๆ ของวัยเด็ก หากิจกรรมร่วมกันในครอบครัว หรือเพื่อเป็นการออกกำลังกายของตัวเอง เส้นทางการปั่นนั้นย่อมเปิดกว้างและยาวไกลกว่าเส้นทางปั่นจากบ้านไปที่ทำงานของคุณ และวันนี้เราจะมาดูกันว่าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยรอบนั้น มีเส้นทางปั่นจักรยานอยู่ที่ไหนบ้าง ที่เราสามารถปั่นได้อย่างปลอดภัยกันบ้าง

กรีนไบค์เลน สุวรรณภูมิ : นาทีนี้ไม่มีเส้นทางปั่นจักรยานไหนจะน่าปั่นไปกว่าการปั่นจักรยานรอบสนามบินสุวรรณภูมิอีกแล้ว ด้วยระยะทางกว่า23.5 กม. กับวิวหอบังคับการบินที่สูงที่สุดในโลก และเครื่องบินขึ้นลงกว่า70 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เส้นทางปั่นนี้เรียกว่ากรีนไบค์เลน เรียกตามพื้นถนนสีเขียวที่ลาดยางพิเศษให้มีความเหมาะสมสำหรับการปั่นจักรยาน

จุดที่ท้าทายความสามารถของนักปั่นมากที่สุดก็คือ ช่วง 10 กม.สุดท้าย ที่นักปั่นส่วนใหญ่จะเริ่มล้าและยังต้องเผชิญกับกระแสลมแรง ซึ่งเป็นผลดีสำหรับเครื่องบินที่กำลังเทกออฟ แต่สำหรับนักปั่นจักรยานแล้วเป็นช่วงที่ปั่นได้ลำบากที่สุด แม้การเดินทางไปสุวรรณภูมิอาจะดูไกลไปสักหน่อยสำหรับหลายๆ คน แต่เชื่อเถอะว่ามันคุ้มค่าสำหรับการใช้เวลาในวันหยุดกับเพื่อนๆ และครอบครัวไปปั่นด้วยกัน จุดเริ่มต้นการปั่นรอบสนามบินสุวรรณภูมิจะอยู่ที่สถานีสูบน้ำฝั่งตะวันออก มีลานจอดรถเพียงพอสำหรับนักปั่นทุกคน หรือจะเลือกเส้นทางถนนใหญ่ข้างสนามบินก็ไม่เสียหาย เพราะมีไหล่ทางกว้าง และยังเลือกระยะทางปั่นเป็นรอบเล็กตามกำลังของนักปั่นได้อีกด้วย

ถนนอุทยาน (อักษะ) : ด้วยเส้นทางตรงยาวกว่า4 กม. กับถนนที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศไทยอย่างถนนอุทยาน หรือที่เรารู้จักในชื่อถนนอักษะ เป็นถนนเชื่อมระหว่างถนนพุทธมณฑลสาย 3 ถึงถนนพุทธมณฑลสาย 4 โดดเด่นด้วยเสาโคมไฟรูปหงส์ ริมถนนทั้งสองฝั่งกว่า979 ต้น คือหนึ่งในเส้นทางในฝันของนักปั่นชาวกรุงที่อยากจะไปพิชิตเส้นทางตรงยาวนี้ด้วยกันสักครั้ง

ถนนอุทยานมีการทำเลนจักรยานโดยเฉพาะ ซึ่งเราแนะนำให้ใช้เลนจักรยานนี้เพื่อความปลอดภัย แต่ก็มีนักปั่นจำนวนไม่น้อยเลือกใช้ถนนใหญ่ แม้ถนนเส้นนี้มีความกว้างพอให้นักปั่นสามารถปั่นได้อย่างปลอดภัยร่วมกับรถยนต์ แต่สิ่งควรระวังก็คือ รถที่วิ่งด้วยความเร็วสูง เพราะถนนโล่งจนหลายครั้งที่นักปั่นพยายามปั่นข้ามฝั่งแล้วเกือบเฉี่ยวชนกับรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วอย่างไม่ระมัดระวัง

นอกจากนี้ คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการปั่นทริปนี้ คือ จอดบริเวณ กม.ที่ 2 ซึ่งเป็นระยะกลางของถนนเส้นนี้ เผื่อสำหรับนักปั่นที่หมดแรงอยากเลิกก่อนจะได้ไม่ต้องปั่นกลับมาที่รถไกลเกินไป เวลาที่เหมาะสมสำหรับการปั่น คือ ช่วงเย็นตั้งแต่เวลา17.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งคุณจะได้พบกับแสงไฟริมถนนที่สวยงามทิ้งท้ายหลังจบการปั่น หรือจะเลือกปั่นจักรยานที่พุทธมณฑลก่อน แล้วค่อยมาปั่นที่ถนนอุทยาน ก็ดูน่าสนใจไม่น้อย

นอกจากนี้ ก็มีสวนสาธารณะใจกลางเมือง เช่น สวนลุมพินี คือสถานที่ปั่นจักรยานที่สวยที่สุดอีกจุดหนึ่งของกรุงเทพฯ ซึ่งเราจะได้เห็นวิวบึงน้ำใหญ่ ห้อมล้อมด้วยสวนป่าเล็กๆ ท่ามกลางตึกสูงและรถไฟฟ้าสายสีลม ระยะทางปั่นจักรยานรอบใหญ่ของสวนลุมฯ อยู่ที่ประมาณ 3.2 กม. มีเนินสะพานข้ามคลองเล็กๆ ทางโค้งยาว ใต้ต้นไม้ใหญ่ อีกทั้งยังมีร้านค้าขายน้ำและอาหารอยู่โดยรอบสวนลุมฯ ที่นี่จึงเหมาะสำหรับการฝังตัวซ้อมปั่นตั้งแต่เช้าจรดเย็นเป็นที่สุด ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของสวนลุมฯ ก็คือ ที่จอดรถที่มีอยู่อย่างจำกัด หรือนักปั่นจะเข็นจักรยานขึ้นรถไฟฟ้าแม้เขาจะอนุญาตแต่คงไม่รอดสายตาพิฆาตของเพื่อนร่วมขบวนรถไฟ เพราะจักรยานคันใหญ่นั้นกินที่ยืนในรถไฟฟ้าอยู่พอประมาณ คุณจึงควรวางแผนการเรื่องที่จอดรถสำหรับนำจักรยานมาปั่นที่สวนลุมฯ หรือเลือกช่วงเวลานำจักรยานขึ้นรถไฟฟ้าหลังช่วงเวลาเร่งด่วนน่าจะดีที่สุด

อีกหนึ่งคือ สวนรถไฟ เป็นสวนในดวงใจสำหรับนักปั่นจักรยานทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่เลยทีเดียว เพราะมีเลนสำหรับปั่นจักรยาน ร้านค้าเปิดให้เช่าจักรยานที่มีให้เลือกตั้งแต่จักรยานเด็ก เสือภูเขาไปจนถึงฟิกซ์เกียร์ก็มีให้เลือก ให้เราปั่นในบรรยากาศใต้ร่มไม้ใหญ่ ระยะทางยาวเกือบ 3 กม. หรือจะเลือกปั่นรอบเล็กในระยะทาง 2.6 กม. จุดที่ต้องระวังมากที่สุดสำหรับเส้นทางปั่นจักรยานรอบสวนรถไฟก็คือ ปากทางเข้าที่มีผู้คนแออัด ผู้ใช้บริการคนอื่นๆ ที่อาจข้ามถนนอย่างไม่ระมัดระวัง รวมทั้งเด็กๆ ที่ปั่นจักรยานทรงตัวไม่ดีจนเอียงมาขวางทางนักปั่นรุ่นพี่ ดังนั้นสำหรับนักปั่นจักรยานที่ชอบทำความเร็ว หรือฝึกซ้อมร่างกาย ควรเลือกปั่นช่วงเช้าจนถึงบ่าย 2 โมง ก่อนที่ประชาชนจะเริ่มทยอยเดินทางมาใช้บริการกันมากขึ้น สวนรถไฟเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา7 โมงเช้าจนถึง 3 ทุ่ม

และแล้ววันหยุดสุดสัปดาห์ก็มาถึงอีกครั้ง เสาร์-อาทิตย์นี้ เราจะออกจากบ้านไปใช้เวลาว่างแบบมีคุณค่ากันที่ไหนดี ...เลือกเลย

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว