
ขอเป็นที่สอง (แค่ตอนนี้)
“ที่หนึ่งไม่ไหว ฉันเต็มใจ ขอเป็นแค่ที่สอง” แหม!!! ถ้าเป็นเรื่องความรัก จ้างให้ก็ไม่ยอมเป็นที่สองแน่ๆ
โดย...จีไอโจ
“ที่หนึ่งไม่ไหว ฉันเต็มใจ ขอเป็นแค่ที่สอง” แหม!!! ถ้าเป็นเรื่องความรัก จ้างให้ก็ไม่ยอมเป็นที่สองแน่ๆ (หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย) แต่เรื่องงาน เราขอยอมเป็น “ที่สอง” เปล่า ไม่ใช่ขี้แพ้ แล้วก็ไม่ได้เป็น “แม่พระ” “นางเอก” ที่ยอมให้คนอื่นคว้า “ที่หนึ่ง” ไปครองได้หน้าตาเฉยหรอก ยอม ณ ที่นี้ แค่จะขอถอยไปตั้งหลัก ขอเวลาพักกระบวนความคิด ขอไปพัฒนาฝีมือ ทักษะ และศักยภาพตัวเอง ไม่นานนัก ฉันจะกลับมาทวงตำแหน่ง “ที่หนึ่ง” จากเธอ
ต่างคนต่างเก่ง
เก่งไม่กลัว กลัวไม่เก่ง สมัยนี้คนเก่งเยอะแยะ เดินไปไหน หันซ้ายแลขวา ก็มีแต่คนเก่ง แต่ก็ไม่รู้ (สินะ) ว่าใช่คนเก่งจริงๆ หรือเปล่า ความเก่งของคนเรานั้นมีไม่เท่ากัน และไม่ใช่ทุกคนจะเก่งรอบด้าน เก่งทุกเรื่องไม่มีในโลก นักปราชญ์ก็ยังไม่เก่งกาจไปเสียทุกอย่าง ฉะนั้น คนธรรมดาอย่างเราๆ ท่านๆ พนักงานออฟฟิศ ตำแหน่งต๊อกต๋อย ก็ให้รู้ไว้ว่า คุณอาจจะเก่งบางเรื่อง แต่บางเรื่องคุณก็อาจจะด้อยกว่าเพื่อนๆ หรือเพื่อนที่ทุกคนซูฮกให้ว่าสุดยอด บางครั้งเขาอาจจะล้มเหลวในเรื่องไม่เป็นเรื่องก็ได้ ถ้ายอมรับและรับรู้ข้อนี้ได้ ก็จงภูมิใจในความเก่งของตัวเอง
ฝึกเพื่อให้เก่ง
ไม่มีใครเก่งทุกอย่างมาตั้งแต่เกิด ทุกอย่างที่เก่งกาจสามารถได้ ก็เพราะเกิดจากการเรียนรู้และฝึกฝน พัฒนาและเพิ่มพูน สิ่งไหนไม่รู้ก็ต้องพาตัวเองไปทำความรู้จัก อย่านิ่งนอนใจ อย่างเฉยชา ยิ่งสมัยนี้ โลกหมุนไว ตัวเองจะทำเป็นเงอะงะ งงๆ มึนๆ ก็คงไม่ได้ เมื่อรู้ว่าไม่เก่ง ตัวเองด้อยเรื่องอะไร หรือยังขาด ก็ไปหาความรู้เรื่องนั้นใส่สมอง เคยมีคนบ่นให้ได้ยิน ไม่เก่งภาษาอังกฤษ อยากเรียนภาษาจีน เกาหลี พม่า ลาว เพื่อจะได้รับเออีซี ผ่านไปหลายปี คนพูดก็ยังทำงานงกๆ และบ่นแบบเดิมๆ ใช่ ไม่มีใครเกิดมาแล้วเก่งทุกอย่าง แต่ทุกอย่างจะเก่งได้ต่อเมื่อคุณได้ลงมือฝึกฝน
ที่หนึ่งในวันข้างหน้า
ฝึกหนัก ฝึกทุกวัน ฝึกแล้วก็นำมาใช้จริง ไม่มีทางที่คุณจะยังไม่เก่ง ในเมื่อเก่งแล้ว คราวนี้คุณก็พร้อมจะแสดงให้โลกได้รู้ว่า ตำแหน่งที่สองน่ะ ฉันขอเว้นวรรค หรือจะเลิกใช้คำว่าที่สองตลอดไปก็ยังได้ เพราะคุณคือที่หนึ่ง ที่ได้มาจากการฝึกฝนด้วยความมุมานะ ด้วยพลังใจ ด้วยหนึ่งสมองสองมือของคุณ น่าภูมิใจออก เพื่อนที่เคยดูแคลนคุณ หัวหน้าที่เคยไม่ไยดี ไม่ใครก็ใครต้องหันมาชื่นชมคุณ ที่สุดเหนือที่สุด ต่อให้เป็นคนเก่ง ก็อย่าลืมว่าต้องรักษาการเป็นคนดีเอาไว้ให้มั่น เพราะถ้าเป็นคนเก่งและเป็นที่หนึ่งแล้ว กลับเหยียบย่ำ เอาเปรียบ เห็นแก่ตัว ก็ไม่รู้จะเก่งไปเพื่ออะไร
Ask the expert..
Q: ผมทำงานมา 10 กว่าปี ตอนนี้อยากจะออกไปทำธุรกิจเล็กๆ เป็นของตนเอง ดูลู่ทางไว้แล้ว แต่ยังไม่มั่นใจ กลัวๆ กล้าๆ คิดว่าไม่นับ1 ก็ไม่ไปถึง 10 เสียที ผมจะสร้างความมั่นใจให้ลุกขึ้นเริ่มต้นอย่างไรดีครับ?
A: กรรณิการ์ สิทธิชัย (Consulting Partner) บริษัท ออคิด สลิงชอท บอกว่า ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ออกจากงานประจำ แล้วมีโอกาสมาทำธุรกิจเล็กๆ เป็นร้านอาหารที่มีฟาร์มผักไฮโดรโปรนิกส์ปลูกเองใช้ในร้าน มีลูกค้าเดินเข้ามาคุยอยู่บ่อยๆ ว่า เขาอยากทำร้านอาหารบ้าง ก็บอกว่าอยากทำฟาร์มแบบนี้เหมือนกัน ศึกษามานานแล้ว เรียนมาหลายที่แล้ว ทุกคนถามคล้ายๆ กัน เช่น ลงทุนเยอะมั้ย? ที่เช่าหรือที่ตัวเอง กำไรดีมั้ย? เรียนทำอาหารหรือเรียนปลูกผักมาจากไหน ทำยากมั้ย? แล้วเปรยแถมให้ฟังอีกว่าตอนนี้ทำงานประจำอยู่ เบื่อมาก เบื่อองค์กร เบื่อนาย ทำงานหนัก แรงกดดันสูง เชื่อว่าหลายคนที่ดิฉันได้มีโอกาสพูดคุย ยังคงเก็บความอยากของเขาไว้ในใจและยังคงทำงานประจำอยู่เหมือนเดิม
หากกลับมาถามว่าดิฉันทำได้อย่างไร สิ่งแรกที่ทำคือ Modeling ค่ะ หมายถึงการถอดแบบความเป็นเลิศของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะภาวะทางอารมณ์ที่ให้พลัง ดิฉันตั้งหน้าตั้งตาเสิร์ชคลิปบทสัมภาษณ์ต่างๆ ใน YouTube อยากรู้ว่าเจ้าของกิจการร้านอาหารเขาคิดกันอย่างไร รวมทั้งระดมซื้อหนังสือแนะนำร้านอาหารมาอ่าน เพื่อศึกษาทำความเข้าใจถึงแนวคิด และสภาวะทางอารมณ์ของเจ้าของร้าน ทำไมน่ะหรือ!?! ก็เพราะความสำเร็จจะทิ้งร่องรอยไว้ค่ะ หากพูดถึงร้านในตำนานของธุรกิจแบบที่ดิฉันต้องการ คือ ร้านสวนผักน้ำ เจ้าของคือคุณพีระพล เผ่าทองสุข ซึ่งเมื่อก่อนเคยทำงานออฟฟิศ แต่รู้สึกเบื่อ จึงหางานอดิเรกทำ จนมาชื่นชอบการปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ และต่อเนื่องด้วยการทำร้านอาหารจนประสบความสำเร็จ ดิฉันพบตัวอย่างภาวะทางอารมณ์ของคุณพีระพล เช่น เขาทำด้วยใจรัก มีเจตนาทำในสิ่งที่คนไว้ใจ มั่นใจในคุณภาพและรสชาติของผัก รวมทั้งอาหารที่ให้บริการลูกค้าในร้าน ไม่อยากโตจนเกินไป ดิฉันรู้สึกได้ทันทีว่านี่แหละใช่เลย! ทำให้ดิฉันรู้สึกเกิดพลังอย่างเต็มเปี่ยม และพร้อมที่จะสร้างภาพความสำเร็จที่เคยคิดไว้ให้เป็นความจริง
เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้ง Amazon.com ก็เคยลังเลอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ทำรายได้สูงมากๆ เพื่อไปลงทุนธุรกิจใหม่ที่ยังไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ด้วยการตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากวันหนึ่งที่เขาอายุ 80 ปี เขาจะเสียใจที่ทิ้งงานเงินเดือนสูง หรือเสียใจที่พลาดโอกาสได้เป็นคนกลุ่มแรกที่ทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต แม้ไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ และเมื่อเขาได้คำตอบว่า เขาต้องการอะไร เขาก็ทุ่มเททุกอย่างเพื่อทำให้สิ่งที่เขาฝันเป็นความจริง ต่อมาก็เป็นธุรกิจที่กลายเป็นตำนานระดับโลกจริงๆ แล้วหลายคนที่มีธุรกิจของตนเอง ตอนนี้ก็ยังคงทำงานประจำควบคู่ไปด้วย คุณอาจหารูปแบบธุรกิจที่สามารถทำได้ โดยยังไม่ต้องออกจากงานประจำก็ได้ แต่นั่นก็หมายถึงคุณต้องใช้ความพยายามและความทุ่มเทมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว ท้ายสุดขอฝากประโยคที่ทำให้ดิฉันก้าวออกมาจาก Comfort Zone ได้ คือ “Feel the Fear and Do It Anyway” ...สัมผัสถึงความกลัว แล้วลงมือทำซะ!
He Said / She Said
วาม-พิธีกร
“ผมชอบสาวที่ใส่ใจกับรายละเอียด ไม่ปล่อยผ่าน ดูเธอมีจุดยืนในทุกเรื่อง แต่จะไม่ชอบสาวเจ้าอารมณ์นะครับ ชอบแบบเวิร์กกิ้งวูแมนมากกว่าครับ”
หน่อย-พนักงานบริษัท
“ชอบหนุ่มๆ ที่อยู่ในเครื่องแบบค่ะ ดูเท่ ดูมีสไตล์ และมีระเบียบวินัย ส่วนใหญ่จะเป็นหนุ่มขรึมๆ ดูน่าสนใจดีค่ะ”
Quote
“คนจำนวนมากมายที่สามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างฉลุย เนื่องเพราะเขาเกิดมาพร้อมความสามารถพิเศษที่ติดตัวมา ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นหนึ่งในคนจำนวนนั้น ผมก็เลยต้องพยายามเป็นพิเศษ เพื่อที่จะเป็นคนเก่งและมีความสามารถกับเขาบ้าง”
แซค เอฟรอน นักแสดงฮอลลีวู้ด







