
สัตว์ทุกข์ที่น่าสงสาร!? (จบ)
ปุจฉา ภัยพิบัติ พายุ แผ่นดินพิโรธ ที่เพิ่งเกิดขึ้น อย่างไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนในภาคเหนือตอนบน
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา ภัยพิบัติ พายุ แผ่นดินพิโรธ ที่เพิ่งเกิดขึ้น อย่างไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนในภาคเหนือตอนบน ด้านเชียงราย พะเยา เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน ฯลฯ จะเป็นเหตุบอกลางร้ายของสังคมไทยหรือไม่ ด้วยสอดคล้องกับสถานการณ์ของภาคสังคมที่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทะเลาะวิวาท โดยมีอำนาจทางการเมือง กลุ่มนักการเมือง เป็นชนวนของปัญหาที่นำไปสู่การจัดตั้งกลุ่มมวลชนสนับสนุนพรรคการเมืองของตน เพื่อความชอบธรรมในการอ้างเสียงข้างมากของประชาชนเจ้าของประเทศ ที่จะได้กระทำการใดๆ ได้ตามอำเภอใจ จนละทิ้งความชอบธรรมด้านกฎหมาย กฎสังคม และกฎศาสนา (ศีลธรรม)...
ปัญหาความแตกแยกของหมู่ชนที่ไร้ความสามัคคี จึงนำไปสู่ทุกปัญหาของประเทศชาติ ที่ติดกับปัญหาการเมืองมายาวนาน นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นมา แต่รุนแรงที่สุดเมื่อเข้าสู่สมัยปัจจุบัน...
ปรากฏการณ์ในสังคมที่อ่อนล้าดังกล่าว จึงนำไปสู่โรคร้ายนานาชนิดที่รุมกัดกินองคาพยพของสังคมในทุกส่วน โดยเฉพาะ โรคคอร์รัปชั่น หรือ ฉ้อราษฎร์บังหลวง ระบาดอย่างหนัก มีการจัดหาประโยชน์จากแผ่นดินในทุกรูปแบบ ทุกอย่างในระบบของสังคม ไม่ว่าหน้าที่ ตำแหน่ง ยศศักดิ์ ผลประโยชน์ ถูกนำมาจัดประมูลขายอย่างเป็นระบบในวิธีการต่างๆ นานาตามความคิดอันแยบคายของอกุศลจิตแห่งผู้ถืออำนาจ... การแข่งขัน การแย่งชิงอย่างไร้ความยุติธรรม จึงแพร่ระบาดไปทั่ว ดังเกิดวิธีผลประโยชน์ต่างตอบแทนขึ้นในทุกองค์กรของสังคม ด้วยคำว่า ได้ดีมียศศักดิ์ มีฐานะตำแหน่ง เพราะพี่ให้!! ที่ปรากฏแพร่ระบาดอย่างไม่ละอายฟ้าดิน ที่ปรากฏในสังคมไทยปัจจุบัน
เราจึงเห็นไอ้บ้าไหนก็ได้ขึ้นสู่ฐานะชนชั้นปกครอง เป็นถึงเสนาบดีมียศศักดิ์อย่างไร้คุณภาพของบุคคลที่พึงควร เพียงแค่เคยรับใช้ดูแล ซื่อสัตย์ ดุจสุนัขเฝ้าบ้านของบุคคลผู้มีอำนาจ ก็ย่อมได้รับผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น เงิน ทอง ลาภ ยศ ศักดิ์ ฐานะ ตำแหน่ง จากบุคคลผู้เป็นนาย จึงนำไปสู่การวิ่งเข้าหาศูนย์อำนาจที่สามารถตอบแทน ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ให้ ไม่ว่าโดยวิธีการใดๆ ก็ตาม
สังคมจึงกลับคืนสู่ยุคค้าทาส และเป็นทาสน้ำเงิน ที่แม้ตัวบุคคลเหล่านั้นก็มีความพึงใจในฐานะทาสน้ำเงิน จึงพากันเดินทางเข้าสู่อาณาจักรทาสอย่างยินดี และพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของนายทาส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมหรือไม่... ขอเพียงแต่ได้รับความเอื้ออาทรแบ่งเศษอาหาร (หมายถึง ลาภ ยศฯ) ให้กับตนเป็นรางวัลความซื่อสัตย์ก็เพียงพอ
ระบบทาสน้ำเงินยุคเทคโนโลยีก้าวล้ำ จึงน่ากลัวยิ่งกว่ายุคทาสในอดีตอย่างเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย ทั้งนี้ เพราะปัญหาความยากจนในสังคม ที่ทำให้คนในสังคมต้องไขว่คว้า แย่งชิง แสวงหา เพื่อให้ได้มี ... ให้ได้เป็น ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด...
มองไม่เห็นหนทางที่จะนำสังคม ประเทศชาติ ออกจากกองไฟกิเลส จึงขอพระคุณเจ้าช่วยวิสัชนาแจ้งเหตุ ชี้ให้เห็นความจริงอันควร เพื่อประดับสติปัญญาญาติโยม จะได้ไม่เดินเข้าไปในทะเลเพลิงของโลกอย่างที่เป็นอยู่
นมัสการ
วิสัชนา ขอเจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา เรื่องราวในสังคมปัจจุบันได้สะท้อนตรงตามที่ปุจฉามา อย่างไม่ต้องขยายความอรรถาธิบายใดๆ เลย มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ... “นัตถิ ตัณหา สมานาที ... แม่น้ำเสมอตัณหาไม่มี” จริงๆ แล้ว เรื่องของโลกที่มันวุ่นวายก็เพราะไอ้ตัณหาหน้ามืด! ตัวเดียว สันดานของมันไม่รู้จักคำว่า พอ จะร่ำรวยล้นฟ้า จะมีอำนาจล้นโลก จะมีชื่อเสียงมากมาย จะมียศถาบรรดาศักดิ์ใหญ่โตเท่าช้าง ก็หาได้อิ่มใจ จุใจ พึงใจ พอใจ พอเพียงไม่ ...เมื่อพอไม่เป็นก็ไม่พบสัจธรรม ...ในเมื่อไม่พบก็ย่อมไม่เห็น ...ในเมื่อไม่เห็นก็ย่อมไม่รู้
...ในเมื่อไม่รู้ก็ย่อมไม่เข้าใจ ...ในเมื่อไม่เข้าใจก็ย่อมมีความเห็นผิด ความคิดผิดไปจากความจริง ไม่เป็นไปตามทำนองคลองธรรม ความวิปลาสจึงเกิดขึ้น ความวิบัติจึงปรากฏ ...ในเมื่อสัตว์เราทั้งหลายมีความวิปลาสมากขึ้น จึงนำไปสู่การกระทำที่เป็นอกุศลกรรม มากกว่ากุศลกรรม... มันเป็นอย่างนี้เองแหละโยมเอ๋ย!
สาธุชนจึงต้องภาวนาอบรมจิตให้ตื่นอยู่เสมอ ด้วยความหมายธรรมที่ว่า อนิจจัง วัฏสังขารา... โลกนี้ไม่เที่ยงหนอ... วัฏสงสารนี้ไม่เที่ยงหนอ มีเกิดขึ้นก็ย่อมมีดับไปเป็นธรรมดา การเข้าถึงความจริงดังกล่าว แม้เพียงชั้นความคิด หากทำความเห็นให้ถูกต้องตามธรรมดังกล่าวไปเรื่อยๆ อย่าขาดตอน ความรู้ ความเข้าใจในธรรมก็ย่อมปรากฏ ก่อให้เกิดสติปัญญา เพื่อรู้ทันวัฏสงสารนี้ อันเป็นที่ประชุมของความทุกข์ มีแต่ความทุกข์เกิดขึ้น และความทุกข์ที่ดับไป อย่างอื่นไม่มีอะไรเลย... สุญญโต... ว่างเปล่าจริงๆ...
ทะเลาะกันจนฆ่ากันตาย ก็ได้แต่ความทุกข์... ร่ำรวยสนุกสนานรื่นเริงน่ายินดี ก็แปรเป็นทุกข์ แม้นั่งเฉยๆ เก็บปาก เก็บมือ เก็บตีน อยู่แต่ในบ้าน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร ความทุกข์ก็ยังเดินเข้ามาเยี่ยมเยียนถึงจิตใจ... สุดท้ายของสัตว์โลกจึงประชุมลงในเพลิงทุกข์... เผาไหม้ด้วยไฟตัณหาที่ลุกโพลงเป็นมหาเหตุแห่งความทุกข์ที่แท้จริง
สาธุชนจึงควรศึกษาปฏิบัติตามหลักพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา เพื่อเพิ่มพูนสติปัญญาให้มากพอที่จะต่อสู้กับอำนาจแห่งตัณหา ซึ่งเป็นเจ้าเรือนแห่งจิตกิเลสตัวจริง... การรู้เท่าทันจิตกิเลสตรงนี้ด้วยสติปัญญาที่รู้ชอบตามธรรมนี่แหละ จะทำให้สามารถดำเนินชีวิตไปในโลกนี้ได้อย่างไม่เป็นทุกข์ แม้มีความทุกข์ ก็ให้สงสารกับบางคนและหลายคนที่เดินเข้าสู่วังวนของความทุกข์อย่างไม่ยอมถอยกลับ แม้จะเตือนแล้ว บอกแล้ว ว่า “กลับไปเก็บมะพร้าวในสวนริมคลองขายเลี้ยงชีพ ดีกว่าเป็นนักการเมืองน้ำเน่าในทะเลตัณหา ที่ขวนขวายกันหาความทุกข์อย่างหน้ามืดตามัว...” ...ช่างน่าสงสารจริงๆ สัตว์ทุกข์ทั้งหลาย... เอวัง!
ขอเจริญพร







