
จะหัวใจวายทำไม!!
เมื่อสิบปีก่อน ผมเว้นวรรคเลิกดูกีฬาทุกชนิด ปิดจอฟุตบอล มวย เลิกฟังข่าวสาร เหลือไว้ก็แต่โอลิมปิก
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
เมื่อสิบปีก่อน ผมเว้นวรรคเลิกดูกีฬาทุกชนิด
ปิดจอฟุตบอล มวย เลิกฟังข่าวสาร เหลือไว้ก็แต่โอลิมปิก เอเชียนเกมส์ ที่ยังพอดูบ้าง
เพระรู้ตัวว่า ถ้าขืนเชียร์ต่อไป อาจต้องตายด้วยโรคหัวใจวายก่อน
ทุกครั้งที่ดูถ่ายทอดสด หัวใจมันเต้นตุ๊บตั๊บรุนแรงอยู่กลางอก อีกนิดก็ทะลุออกมาข้างนอกแล้ว
แฟนกีฬาหลายคน ไม่ใช่แค่เชียร์แล้วจบไป แต่มักลงลึกไปถึงชีวิตส่วนตัว ทุกอิริยาบถของ “ทีมโปรด” “เดอะสตาร์” ที่เราเชียร์อยู่
ยังจำได้ช็อตประทับใจยุคก่อนที่ เขาทราย แกแล็คซี่ ควงอีซ้ายทะลวงไส้ ไล่ทุบคู่ท้าชิงในเอเชีย เรื่อยไปถึงอเมริกาใต้ สร้างสถิติป้องกันแชมป์จูเนียร์แบนตัมเวตได้ตลอดกาล 19 ครั้ง น็อกถึง 16 ครั้ง
ดูเขาทราย หัวใจเต้นไม่แรง สนุกและมีความสุขทุกครั้ง เพราะรู้ว่าโอกาสชนะมีสูง แต่ถ้าดู สด จิตรลดา หรือถัดมาหน่อย แสน ส.เพลินจิต ต้องลุ้นมากหน่อย เพราะกว่าจะป้องกันแชมป์ได้แต่ละครั้ง ส่วนใหญ่ต้องระทึกจนครบ 12 ยก เพราะเป็นมวยประเภทบุ๋น ไม่ใช่โป้งเดียวจอด
มวยเป็นกีฬาความหวังเดียวของคนไทยในโอลิมปิก เอเชียนเกมส์ ที่ทำให้ยืดอก นำธงชาติไทยไปโบกสะพัดในต่างแดนได้ จึงเอาใจช่วยนักมวยทุกคน และเสียใจทุกครั้งที่ตัวเก็งมีผลงานดี พลาดไม่ได้เหรียญเพียงเพราะแพ้ฉิวเฉียดไม่กี่แต้ม หรือเพราะถูกโกง
จำได้ว่า ครั้งหนึ่งเคยเขียนจดหมายไปให้กำลังใจ วิชัย ขัดโพธิ์ ตอนตกรอบชวดเหรียญโอลิมปิกที่เกาหลีใต้ ทั้งที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการ ผมจำไม่ได้ว่าเขียนอะไรไปบ้าง แต่รู้ว่ายืดยาว ขอให้เขาอย่าท้อถอย มีคนไทยคอยส่งแรงใจช่วยอยู่... แต่หลายปีต่อมา วิชัยก็มุ่งมั่นจนในที่สุดสามารถคว้าเหรียญทองแดงที่โอลิมปิกแอตแลนตาให้คนไทยมีความสุขได้สำเร็จ
ไม่ต่างจากแมตช์ในความทรงจำกับฟุตบอลโลกปี 1986 ยุค “หัตถ์พระเจ้า” ของมาราโดนา นัดคลาสสิกที่ฝรั่งเศสภายใต้การนำทัพของ “นโปเลียนลูกหนัง” มิเชล พลาตินี ดวลจุดโทษหลังเสมอกัน 1-1 จนที่สุดเอาชนะบราซิลสำเร็จชนิดสะกดจิตคนดู
หรือยุคที่สเปอร์ส มีกองหน้าชื่อ ไคลฟ์ อัลเลน ทำสถิติสูงสุดยิงกระจาย 50 ลูกในฤดูกาลเดียว ยุคนั้นมีสามประสานชื่อดัง เกล็น ฮอดเดิล, ออสวัลโด อาร์ดิเลส และ คริส วอดเดิล เป็นทีมในดวงใจผม แต่ยุคนั้นการถ่ายทอดสดแทบจะไม่มี ต้องอาศัยอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ไป
หลังจากผมเลิกดูกีฬาไปเกือบ 20 ปี รู้สึกเลยว่า ชีวิตมันขาดสีสันไปจริงๆ ขณะที่กีฬายุคใหม่ก็แข่งกันละเอียดขึ้น มีข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์ให้ติดตามมากกว่าอดีตเยอะ และเชื่อว่าเวลาที่ผ่านมาน่าจะทำให้หัวใจเราแข็งแรงขึ้น มีวิธีการจัดการอารมณ์ที่ดูแบบมีเหตุผล ไม่ต้องให้หัวใจวาย
คนไทยคลั่งไคล้บอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มากกว่าฟุตบอลจากประเทศอื่น เพราะเราอาจผูกพันกับฟุตบอลอังกฤษ และบอลพรีเมียร์เองก็แข่งกันสนุก สีสันของมัน คือ ทีมท็อปโฟร์สามารถแพ้ทีมล่างท้ายตารางได้หมด ฤดูกาลนี้เห็นได้ชัดมีดราม่าเกิดขึ้นหลายทีม
ลิเวอร์พูล เชลซี ทำเอาเหล่าสาวกนอนไม่หลับมาหลายเดือน มีโอกาสนำโด่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์หลายนัด แต่ผลงานก็ขาดๆ เกินๆ เห็นถ้วยอยู่รอมร่อ แต่ก็คว้าไม่ถึง วันนี้นักแตะและแฟนคลับต่างนึกถึงแมตช์ที่พลาดท่า ถ้า หลุยส์ ซัวเรซ ยิงลูกนั้นเข้าป่านนี้ก็ชนะเก็บ 3 แต้มขึ้นป้ายนำแล้ว ถ้ากัปตันเจิดไม่ใส่รองเท้าลื่นกล้วยที่แอนฟิลด์ ป่านนี้ก็ทุบเชลซีได้
ส่วนเชลซี ถ้าไม่เล่นบอลอุด หวังแต่ผลลัพธ์ ตามสไตล์มูรินโญ่ ป่านนี้ก็คงคว้าแชมป์ไปแล้ว และก็คงไม่เป็นทีมประหลาดที่ชอบแพ้แต่ทีมบ๊วย แต่เอาชนะทีมใหญ่ แมนฯ ซิตี อาร์เซนอล ลิเวอร์พูล แมนฯ ยู แบบไปกลับได้หมดทั้ง นอกบ้าน ในบ้าน
ทุกอย่างมันผ่านมาแล้ว โลกนี้ไม่สามารถย้อนเวลาไปแก้ความผิดพลาดได้ทุกเรื่อง ถ้าทำได้ ชีวิตมันคงสมบูรณ์ ไม่เกิดปัญหาวุ่นวายทุกวันนี้
เหลือนัดสุดท้ายชี้ขาดใครเป็นแชมป์ หลายคนอยากให้มีซูเปอร์ดราม่า เดอะ ค็อป หรือสิงห์บลู พลิกกลับมาคว้าแชมป์ จะได้ครบอรรถรสสมบูรณ์แบบ
เหล่าแฟนคลับจะคลั่งไคล้กันแค่ไหน เป็นกองแช่งเหยียดหยามฝ่ายตรงข้ามกันมันส์ปากอย่างไร แต่ไม่ว่าทีมไหนจะแพ้หรือชนะ ชีวิตของสาวกเราๆ ท่านๆ อาจสุขทุกข์ชั่วขณะ กลับมามองชีวิตจริงในหน้าที่การงาน ครอบครัว ....ยังมีภาระที่ต้องจ่ายอีกมาก
นี่สิของจริงแล้วจะหัวใจวายให้เปลืองแรงทำไมเล่า นั่นค่าตัวเขา พันล้าน หมื่นล้าน อยู่สบายกว่าเราเยอะ น้ำตานักกีฬาแค่ผิดหวังไม่ได้ชูถ้วย หรือจะสู้น้ำตาชีวิตจริงของเรา







