
ใกล้หรือไกล
ผ่านพ้นงานกาแฟประจำปีที่เมืองทองธานีไป น่าดีใจได้เห็นเวทีประกวดเมล็ดกาแฟเป็นจริงขึ้นมาสักที ผลประกวดใครแพ้ใครชนะคงไม่สำคัญเท่าการที่หลายคนเริ่มเห็นแล้วว่ากาแฟดีที่มีคุณภาพ คือ อนาคตที่ไม่ไกลของกาแฟไทย
ผ่านพ้นงานกาแฟประจำปีที่เมืองทองธานีไป น่าดีใจได้เห็นเวทีประกวดเมล็ดกาแฟเป็นจริงขึ้นมาสักที ผลประกวดใครแพ้ใครชนะคงไม่สำคัญเท่าการที่หลายคนเริ่มเห็นแล้วว่ากาแฟดีที่มีคุณภาพ คือ อนาคตที่ไม่ไกลของกาแฟไทย
มองนาฬิกาเป็นเวลาเกือบ 2 ทุ่ม ลูกค้าหน้าคุ้นเพิ่งเดินเข้ามาหย่อนก้นลงเก้าอี้หน้าบาร์
“เลือกกาแฟนอกให้สักตัวซิ” เสียงจากผู้มาใหม่ลอยข้ามมา
ไม่มีเสียงตอบ มีแค่ยิ้มน้อยๆ รับออร์เดอร์กับมือซ้ายขวาที่ประสานทำงานกันอย่างรู้หน้าที่ เทอร์โมมิเตอร์กำลังวัดอุณหภูมิน้ำ เมล็ดกาแฟสีน้ำตาลอ่อนสัญชาติเอธิโอเปีย ตวงน้ำหนักได้ 20 กรัม พอดิบพอดี ถูกกรอกลงเครื่องบดมือหมุน แกรก แกรก แกรก กระทั่งเสร็จขั้นตอนการเตรียม บาริสต้าเจ้าของกาปากยาวจึงเริ่มดริปกาแฟอย่างใจเย็น ทีละหยด ทีละหยด... น้ำร้อนที่ผ่านกาแฟคั่วบดแปรเปลี่ยนเป็นน้ำสีเข้ม ไหลออกมาช้าๆ เช่นกัน ทีละหยด ทีละหยด กลิ่นหอมฟุ้งพุ่งทะลุกระดาษกรอง
“หอมเหมือนเปลือกมะนาว” เสียงนุ่มจากฝั่งตรงข้ามเอ่ยขึ้นอย่างผ่อนคลาย พร้อมโน้มตัวลงสูดกลิ่นหอมนั่นราวกับได้ลิ้มรสชาติผ่านนาสิกประสาท
เขาถอนใจยาวก่อนถาม “ไปดูประกวดเมล็ดกาแฟที่เมืองทองบ้างไหม ปีนี้มากันคึกคักดีนะ”
“โฉบไปดูแวบนึงแล้วพี่... แล้วนี่ลงมากรุงเทพฯ คราวนี้ พี่ตั้งใจมาดูประกวดโดยเฉพาะเลยหรือเปล่า” บาริสต้าหนุ่มตอบพร้อมถาม โดยไม่รู้ตัวว่า ได้กลายเป็นผู้จุดชนวนดราม่าเข้าแล้ว
“รอบนี้ ผมมาขายคอนโด เอาเงินไปใช้หนี้สวนกาแฟน่ะ!”
บนเส้นทางที่เลือกเดินตามความฝัน หนุ่มใหญ่วัยกลางคนผู้ทำงานในเมืองกรุงมากว่าครึ่งชีวิต เขาตัดสินใจหันหลังให้ชีวิตที่คุ้นเคยแล้วแปรเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ
ลงทุน ลงแรง ลงเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังบนพื้นที่ทำกินบริเวณบ้านแม่กำปอง จ.เชียงใหม่... ปีแรกผ่านไป ปีสองผ่านไปโดยไม่ได้ผลผลิต เขารู้แล้วว่า อีกหลายปีกว่าต้นกาแฟจากสวนของตัวเองจะพร้อมให้เก็บเกี่ยวอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ระหว่างนี้ ยอมถูกมองเป็น “นายทุน” รับซื้อผลกาแฟจากชาวบ้านเอามาโปรเสสเก็บไว้ลองทำตลาดก่อน
ทว่า ถนนสายกาแฟไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ฝัน เริ่มได้ยังไม่นานก็เกิดหนี้ก้อนใหญ่จากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความชื้นเย็นในอากาศของหมู่บ้าน กลับกลายเป็นภัยเงียบที่เข้าทำลายกาแฟสาร สำรวจแล้วพบว่า เสียเกือบทั้งหมด!
ความผิดพลาดที่มาพร้อมความเสียใจ โชคยังดีที่ไม่หมดกำลังใจ ความหวังน้อยๆ ค่อยๆ เติบโตขึ้นใหม่พร้อมๆ กับต้นกาแฟอราบิก้าในสวน
ต้นกาแฟในสวนงอกงามดีและกำลังจะพร้อมให้ผลผลิต
ในวันที่เห็นความหวังอยู่ไม่ไกล กลับขึ้นสวนเชียงใหม่ไปอีกทีถึงได้รู้ว่า สวนกาแฟถูกเจ้าหน้าที่ล้อมรั้วลวดหนามเพราะคิดว่าบุกรุกพื้นที่ป่า เขาพยายามแสดงหลักฐานเพื่อยืนยันสิทธิในที่ดิน แต่ดูเหมือนว่าหลักฐานที่มีไม่แข็งแรงเท่ารั้วหนามกับอำนาจรัฐ ต้นกาแฟอายุ 5 ปี ที่ถูกปลูกแซมไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่กลมกลืนกับป่าเสียจนทำให้ใครบางคนหวั่นใจว่า “นายทุน” จากเมืองกรุงแอบบุกรุกใช้พื้นที่ป่า
หัวใจถูกบีบอย่างทารุณอีกครั้ง เมื่อเข้าไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แล้วได้รับคำแนะนำให้ “ปรับสวน” โดยการถางป่าไปซะ ต้องปรับหน้าดิน ต้องตัดต้นไม้ใหญ่ไปเพื่อให้เกิดภาพของ “พื้นที่ทำกิน” ที่ชัดเจน
การปลูกต้นกาแฟรวมกับพืชดั้งเดิมอื่นๆ ทำให้เกิดความสับสน หรือการรอคอยอย่างอดทนกำลังจะสูญเปล่า?
3 ทุ่มกว่าแล้ว บาริสต้าหนุ่มยังยืนนิ่ง ฟังเรื่องราวอีกด้านในโลกกาแฟอย่างครุ่นคิด
เขารู้ดีว่าป่ากับต้นกาแฟเป็นของคู่กัน การปลูกต้นกาแฟใต้ต้นไม้ใหญ่มีเหตุผลทางรสชาติและคุณภาพควบคู่กันอย่างใกล้ชิด แม้แต่ทิศทางในต่างประเทศก็สนับสนุนให้ทำ Shade Grown Coffee แต่ดูเหมือนโลกหมุนกลับตาลปัตรพอมาถึงบ้านเราทุกที เรื่องราวของพี่คนนี้คล้ายๆ กับพี่เจ้าของสวนกาแฟที่เมืองน่านอีกคนหนึ่ง ปลูกกาแฟแซมในป่าที่มีกรรมสิทธิ์ อยู่มาวันหนึ่งสวนกาแฟในป่าก็ถูกลอบเผา ทั้งๆ ที่มีการทำแนวกันไฟป่าไว้อย่างดีพร้อม เปลวไฟที่เผาไปมอดไหม้ไม้ใหญ่น้อยไม่เหลือ ต้นกาแฟไม่เหลือ... หัวใจก็ไม่เหลือ... ได้ยินว่า รายนั้นหมดใจ กระทั่งตัดสินใจขายที่ดินผืนนั้นไปในที่สุด
อนาคตที่ไม่ไกลของกาแฟไทยกับงานประกวดเมล็ดกาแฟที่เพิ่งผ่านไป
น่าเศร้า! มีบางคน ยิ่งเดินยิ่งไกล!







