
มาสเตอร์พีชของ ชาติ จิราธิวัฒน์
อีกเพียง 1 วัน คนกรุงเทพฯ จะได้สัมผัสกับ “ไอคอนนิค รีเทล แลนด์มาร์ค” แห่งใหม่ใจกลางเมือง “โครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี”
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา / ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช&<2288;
อีกเพียง 1 วัน คนกรุงเทพฯ จะได้สัมผัสกับ “ไอคอนนิค รีเทล แลนด์มาร์ค” แห่งใหม่ใจกลางเมือง “โครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี” ลักซ์ชัวรีมอลล์แห่งใหม่ที่ได้ฤกษ์เปิดตัววันที่ 9 พ.ค.นี้ ซึ่งไม่ใช่เพียงเหล่าขาช็อปที่ตื่นเต้นอยากเข้าไปสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ แม้แต่ ชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี หัวเรือใหญ่ที่ร่วมปลุกปั้นโครงการนี้มาร่วม 7 ปี ก็ยังออกปากว่าตื่นเต้นสุดๆ เพราะเซ็นทรัล เอ็มบาสซี คือมาสเตอร์พีชชิ้นสำคัญของผู้บริหารหนุ่มก็ว่าได้
“ผมเชื่อว่า เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จะเป็นอะไรแปลกใหม่ที่คนไทยยังไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่ในโลกก็ว่าได้ บางคนอาจมองว่าในเมืองไทยมีลักซ์ชัวรีมอลล์มากมาย แต่สำหรับผม ผมยังไม่เคยเห็นลักซ์ชัวรีมอลล์ในเมืองไทยจริงๆ เคยเห็นแต่มอลล์ที่มีลักซ์ชัวรีแบรนด์เท่านั้น ดังนั้น เซ็นทรัล เอ็มบาซี จะเป็นที่แรก ด้วยความพิเศษที่เริ่มต้นตั้งแต่ตัวอาคารภายนอกและดีไซน์ด้านใน แบรนด์ดังๆ ที่มาเปิด รวมทั้งร้านอาหารและโรงภาพยนตร์”
โครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี มีพื้นที่โครงการ 1.44 แสนตารางเมตร ใช้เม็ดเงินลงทุนเป็นมูลค่ากว่า 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งนับเป็นเงินลงทุนต่อตารางเมตรสูงที่สุดในประวัติศาสตร์รีเทลของไทย นอกจากตัวดีไซน์แล้ว ความพิเศษยังอยู่ที่แบรนด์ระดับโลกที่คนไทยจะได้สัมผัส
โจทย์ของร้านค้าที่จะมาเปิดที่นี่ คือ ต้องเป็นแบรนด์ใหม่ หรือถ้าเป็นแบรนด์ที่มีอยู่แล้ว ทางเราจะขอให้ทำคอนเซปต์ใหม่ สำหรับเซ็นทรัล เอ็มบาซี จะเป็นแห่งแรกที่จะเปิดตัว 7 แบรนด์ คือ โบเตกา เวเนตา, ชาแนล, กุชชี, แอร์เมส, มิวมิว, ปราดา และราล์ฟลอเรน นอกจากนี้ยังมีแบรนด์หรูกว่า 200 แบรนด์ ที่พาเหรดเรียงแถวมาเปิดตัวร้านในรูปแบบใหม่ล่าสุด โดยการผสานศิลปะเข้าไปในทุกรายละเอียดและไลน์สินค้าที่ครบสมบูรณ์ที่สุด รวมถึงร้านอาหารดังจากทุกมุมโลก ร้านดังทั่วประเทศไทย และโรงภาพยนตร์ที่จะมาสร้างประสบการณ์ใหม่แห่งการชมภาพยนตร์ ซึ่งเปรียบเสมือนการเดินทางของการบริการระดับเฟิสต์คลาส พร้อมกันนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรม ปาร์ค ไฮแอท กรุงเทพ โรงแรมระดับ 6 ดาว ซึ่งมีเพียง 36 สาขาทั่วโลกเท่านั้น ก็จะมาเปิดตัวที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เป็นแห่งแรกในไทย
ย้อนไปสู่จุดเริ่มต้นก่อนจะมีโอกาสเข้ามาร่วมในโปรเจกต์ใหญ่ ชาติ เล่าว่า ได้รับคำชวนจาก ทศ จิราธิวัฒน์ ตอนนั้นเขาเพิ่งจะอายุ 32 ปี กำลังไฟแรง ทำให้ตัดสินใจไม่นานก็ตอบตกลง ชาติ บอกว่า หากย้อนไปแล้วเป็นผู้ใหญ่กว่านั้น อาจจะคิดนาน (หัวเราะ) โจทย์ที่ได้รับตอนนั้น คือ พัฒนาพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นมอลล์ที่ไม่เหมือนที่อื่น ตอนนั้นเราระดมความคิดกันเพื่อพัฒนาคอนเซปต์ถึง 3 ปี จนคอนเซปต์แน่นถึงเริ่มสร้าง
“3 ปีสำหรับการคิดคอนเซปต์จนตกผลึกเป็นโครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ที่ชูแนวคิด “Infinite Possibilities : ทุกความเป็นไปได้ จะเกิดขึ้นที่นี่” ถือว่านานมากนะ บางศูนย์ 3 ปีนี่คือสร้างเสร็จเลย แต่เราอยากให้คอนเซปต์ชัด เดินทางไปดูลักซ์ชัวรีมอลล์ในประเทศต่างๆ เพื่อเก็บข้อมูล เพื่อให้เราเป็นลักซ์ชัวรีมอลล์จริงๆ
เซ็นทรัล เอ็มบาซี คือมาสเตอร์พีชของผม ถามว่าจะพัฒนาอะไรต่อมั้ย แน่นอนว่าธุรกิจศูนย์การค้าไม่มีหยุดนิ่ง ผู้บริหารศูนย์ไหนที่คิดว่าทำมาจนสุดแล้ว ดีที่สุดแล้ว และไม่คิดพัฒนาอีก เป็นเรื่องที่อันตรายมาก ดังนั้น เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ต้องมีแผนพัฒนาศูนย์ต่อไป แต่ถามว่าจะมีขยายต่อเป็นสาขาอื่นหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ เพราะเซ็นทรัล เอ็มบาสซี คือ One of a Kind แต่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี คงไม่ใช่โปรเจกต์สุดท้ายของผม”
ถามว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้คนหนุ่มวัย 30 ต้นๆ ได้โอกาสมาจับโครงการใหญ่ยักษ์ขนาดนี้ ชาติ บอกว่า ด้วยทักษะด้านภาษา และรสนิยมในการเลือกของดี เลยทำให้เข้าตาผู้ใหญ่
“สำหรับผม ถ้าของดีแล้วคุ้มค่า ผมไม่ใช้คำว่าแพงนะ ผมยินดีที่จะจ่าย ยกตัวอย่างนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ หลายคนบอกว่าแพง นาฬิกาเรือนเป็นล้าน แต่ถามว่าถ้านาฬิกาเรือนนี้ใส่ได้เป็น 100 ปี กับเรือนละหลักหมื่น แต่ใส่ได้ 2 ปี ถ้ามาบวกลบคูณหารแล้ว ผมว่าถึงเรือนละล้านกว่าคุ้มค่ากว่า นี่คือนิยามความคุ้ม และคำว่าคุณภาพสำหรับผม”
ก่อนที่ทุกคนจะได้ยลความยิ่งใหญ่ของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชาติ บอกว่า ในฐานะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังโครงการมาตั้งแต่ต้น มองว่าที่นี่เป็นศูนย์การค้าที่ดีที่สุดในโลก แต่สุดท้ายแล้วลูกค้าจะมองแบบเดียวกันหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องรอลุ้น
“ผมเปรียบเทียบตัวเองเป็นผู้กำกับ คิดว่าทำหนังเรื่องที่ดีที่สุดออกมาแล้ว จากนี้ก็ได้แต่รอดูว่าผู้ชมจะคิดแบบเดียวกับผม และชอบหนังเรื่องนี้หรือไม่”
การศึกษา
ปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์ จากสหรัฐ
ปริญญาโทบริหารธุรกิจ จากฝรั่งเศส
ประวัติการทำงาน
2554-ปัจจุบัน : กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัลเอ็มบาสซีโฮเต็ล และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายพัฒนาโครงการ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น
2550-2554 : ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายพัฒนาโครงการ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น
2548-2550 : ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา
2545-2547 : ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Manchester United และกล้องดิจิทัล บริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป
2544-2545 : ผู้จัดการฝ่ายการตลาด Mark & Spencer กรุงเทพฯ
2541-2543 : ร่วมงานกับ GE Capital ในโปรแกรมพัฒนาการบริหารจัดการ แผนกการตลาดพัฒนาธุรกิจ
2540-2541 : ผู้จัดการร้าน Mark & Spencer ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาชิดลม
2539-2540 : เริ่มงานโปรแกรมฝึกอบรมการจัดการที่ Mark & Spencer ประเทศอังกฤษ
ไลฟสไตล์วันว่างของซีอีโอหนุ่ม
“2 ปีที่ผ่านมา ผมไม่ได้ออกกำลังกายเลย จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมสังเกตว่าตัวเองสุขภาพไม่ดี ไม่แข็งแรง เลยเริ่มไปขี่จักรยานกับเพื่อนๆ ผมมีวินัยมากนะ พยายามไปขี่ทุกเช้าวันเสาร์อาทิตย์ ถามว่างานยุ่งๆ มีเวลามั้ย สำหรับผมไม่มีใครไม่มีเวลา อยู่ที่ว่าคุณคิดว่าสิ่งนั้นมีความสำคัญพอที่จะให้เวลาหรือไม่”
ทำไมต้องเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
“เราคัดเลือกเป็น 100 ชื่อ ภายใต้โจทย์ว่า ต้องมีคำว่า เซ็นทรัล อยู่ในนั้น สุดท้ายมาลงตัวที่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพราะทำเลที่ตั้งของเราอยู่ตรงถนนวิทยุ ซึ่งบางครั้งฝรั่งเรียกว่า “Embassy Road” เพราะมีสถานทูตตั้งอยู่มากบนถนนเส้นนี้ เราเลยมาตีความคำว่า สถานทูต ว่าเป็นสถานที่ปักหลักของประเทศหนึ่งในอีกประเทศหนึ่ง เป็นหน้าเป็นตาของประเทศนั้น ดังนั้นในความเป็นเซ็นทรัลเราก็มีความภูมิใจ และอยากให้ที่นี่เป็นตัวแทนแสดงถึงความเป็นเซ็นทรัลของเรา เป็น Embassy ของเซ็นทรัล







