posttoday
4 พ.ค. 1929 วันเกิด ออเดรย์ เฮปเบิร์น

4 พ.ค. 1929 วันเกิด ออเดรย์ เฮปเบิร์น

04 พฤษภาคม 2557

ในวันนี้เมื่อปี 1929 เอ็ดดา แวน ฮีมสตรา เฮปเบิร์นรัสตัน ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อ ออเดรย์ เฮปเบิร์น

โดย...พชร


ในวันนี้เมื่อปี 1929 เอ็ดดา แวน ฮีมสตรา เฮปเบิร์นรัสตัน ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อ ออเดรย์ เฮปเบิร์น ถือกำเนิดที่บรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

ลูกสาวของนายธนาคารชาวอังกฤษและบารอนเนสชาวดัตช์ ออเดรย์ เฮปเบิร์น เรียนหนังสือในโรงเรียนประจำที่ลอนดอน เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ออเดรย์ย้ายไปอาศัยอยู่แม่ เมื่อนาซียึดครองฮอลแลนด์ ครอบครัวของเธอประสบความยากลำบากมาก แต่เธอก็ไม่ทิ้งการเรียนบัลเลต์ หลังสงครามสิ้นสุดเธอกลับไปลอนดอนแล้ว ก็เริ่มถ่ายแบบและรับงานแสดงบทเล็กๆ ในปี 1951 ออเดรย์ เฮปเบิร์น ถูกค้นพบโดย โคเล็ตต์ นักเขียนชาวฝรั่งเศสขณะถ่ายทำภาพยนตร์ในโมนาโก โคเล็ตต์ยืนยันที่จะให้ ออเดรย์ เฮปเบิร์น เข้าทดสอบบทในละครเวทีเรื่อง Gigi และนักแสดงสาวก็ได้เปิดตัวในบรอดเวย์เป็นครั้งแรก

หลังประสบความสำเร็จจาก Gigi ออเดรย์ เฮปเบิร์น ก็ได้บทนำในภาพยนตร์เรื่อง Roman Holiday (ปี 1953) ซึ่งเธอรับบทเจ้าหญิงที่ตกหลุมรักกับนักข่าว (แสดงโดย เกรกอรี เป็ก) ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม ในปีเดียวกันยังได้รับรางวัลโทนีสาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมจากบทบาทใน Ondine ทศวรรษถัดมา ออเดรย์ เฮปเบิร์น ได้แสดงคู่กับดาราชายชั้นนำของฮอลลีวู้ดมากมาย ไม่ว่าจะ Sabrina ปี 1954 กับ วิลเลียม โฮลเดน และ ฮัมฟรีย์ โบการ์ต Funny Face ปี 1957 กับ เฟร็ด แอสแตร์ และ Love in the Afternoon ปี 1957 กับ แกรี่ คูเปอร์

ผลงานหลังจากนั้นทำให้ ออเดรย์ เฮปเบิร์น ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์อีกหลายครั้ง รวมถึง Breakfast at Tiffany’s (ปี 1961) และ My Fair Lady (ปี 1964) ต่อมาเธอก็พักงานแสดงไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านในสวิตเซอร์แลนด์ เธอและสามี เมล เฟอร์เรอร์ มีลูกชายด้วยกันสองคน ก่อนจะหย่าร้าง ออเดรย์ แต่งงานใหม่กับ อันเดรีย ดอตติ จิตแพทย์ชาวอิตาลี มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน หลังจากหย่าอีกครั้ง ออเดรย์ เฮปเบิร์น ก็สานสัมพันธ์รักกับ โรเบิร์ต โวลเดอร์ส นักแสดงชาวดัตช์

ระหว่างที่ห่างจากงานแสดง ออเดรย์ เฮปเบิร์น ทุ่มเทเวลาไปกับงานการกุศล ในฐานะทูตพิเศษของยูนิเซฟ เธอได้เดินทางไปทั่วโลกเพื่อช่วยระดมทุนและเป็นกระบอกเสียง ในปี 1992 เธอได้รับรางวัลเหรียญแห่งอิสรภาพของประธานาธิบดี

ออเดรย์ เฮปเบิร์น ปรากฏตัวในหนัง Always (ปี 1989) ของ สตีเวน สปีลเบิร์ก เป็นเรื่องสุดท้าย ในปี 1992 หลังกลับจากไปเยือนโซมาเลีย แพทย์วินิจฉัยว่า ออเดรย์ เฮปเบิร์น เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หลังผ่าตัด เธอเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 1993 ที่บ้านใกล้เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะอายุ 63 ปี

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน