
เศรษฐกิจสร้างสรรค์
.....รัฐพร คำหอม
ท่ามกลางสังคมของการแข่งขันบนโลกของธุรกิจในปัจจุบัน กระแสเรื่อง
“เศรษฐกิจสร้างสรรค์” หรือ Creative Economy ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันอย่างกว้างขวาง ถือเป็นเรื่องที่กำลังอินเทรนด์ และเป็นเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วน อีกทั้งยังเข้ามามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับผู้บริหารในการวางแผนและกำหนดนโยบายของทุกหน่วยงานทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีธุรกิจจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จทั้งในระดับประเทศและตลาดโลกนอกจากนั้น ภาครัฐยังได้กำหนดเป็นแผนแม่บทในแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ในฐานะองค์กรนำในการสร้างเสริมองค์ความรู้เชิงสร้างสรรค์แก่สาธารณชนจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ ให้ความรู้และสร้างความเข้าใจ และให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในแนวคิดดังกล่าว และพร้อมที่จะร่วมผลักดันการดำเนินงานด้าน Creative Economy ให้ประสบผลสำเร็จและเป็นรูปธรรมอย่างเต็มที่
เมื่อเร็วๆ นี้ OKMD ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการอบรมผู้บริหารเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้วยการเชิญผู้บริหารระดับสูงทั้งจากภาครัฐและเอกชนเพื่อเตรียมความพร้อมองค์กรและแลกเปลี่ยนแนวคิดต่อการพัฒนาธุรกิจไปสู่ยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในครั้งนี้ เราได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารหญิงเก่ง 2 คน ที่ได้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ด้วย
สำหรับผู้บริหารหญิงเก่งแห่งแบรนด์
“โตชิบา” อย่าง กอบกาญจน์ สุริยสัตย์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทโตชิบา ไทยแลนด์ มองเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนของคนในแวดวงธุรกิจว่า เป็นแนวทางที่ถูกต้องสำหรับประเทศไทย เพราะในอีก 5 ปีข้างหน้า จะเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ ASEAN Economic Community (AEC) จึงต้องเตรียมพร้อม“
เราจะอยู่ตรงไหน เราจะขายสินค้าและบริการของเราอย่างไร เราจะยังสามารถคงความเป็นผู้นำในอาเซียนได้อย่างไร ไม่เว้นแม้แต่การเติบโตของธุรกิจที่เราจำเป็นจะต้องหาเอกลักษณ์ สร้างความแตกต่าง (Value Creation) สร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อแข่งขันในตลาดโลก และการที่ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในโครงการฝึกอบรมผู้บริหารเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ก็ทำให้ตัวเองรู้สึกเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่า การสร้างมูลค่าเพิ่มไม่ได้เพียงแค่การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สวยเท่านั้น แต่ยังมีอะไรที่ลึกซึ้งมากกว่านั้น โดยดิฉันก็ได้นำความรู้จากที่ได้เข้าอบรมไปเผยแพร่แก่คนในองค์กรรับทราบด้วยเรื่อง Creative Economy เราต้องมองทั้งองค์กร ไม่ใช่เพียงแค่มีแต่มาร์เก็ตติงโปรดักต์เท่านั้น เราจะต้องมีทิศทางที่ชัดเจนในการ สร้างแบรนด์ของเราให้แข็งแกร่งและมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น ต่อให้เป็นแบรนด์ของญี่ปุ่น แต่เราก็ต้องเป็นญี่ปุ่นในประเทศไทย เป็นโตชิบา ประเทศไทย เพราะในตอนนี้การแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถแข่งขันกันที่ราคาได้เพียงอย่างเดียว ดังนั้นเราจะต้องกลับมามองตัวเราใหม่ว่าเราจะเพิ่มขีดความสามารถทางด้านการแข่งขันของเราอย่างไร โดยทั้งองค์กรจะต้องไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเราก็ได้เริ่มนำมาปรับใช้และถือเป็นนโยบายหลักไปแล้ว
” กอบกาญจน์ บอกไม่เว้นแม้แต่แวดวงการศึกษา
“เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ก็ยังเข้ามาแทรกซึมและมีบทบาทด้วยเช่นกัน อาจารย์อ้อ ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และยังเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษา อลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ได้ให้มุมมองของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไว้ว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นวิวัฒนาการของภาคเศรษฐกิจ เป็นองค์ความรู้ที่มุ่งไปที่การสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเริ่มจากสร้างฐานรากของเศรษฐกิจที่มาจากการเกษตร ไปสู่ภาคอุตสาหกรรม ไปสู่ภาคบริการและกลับไปสู่ภาคขององค์ความรู้ โดยมองเป็นองค์รวม ไม่ว่าจะทำอะไรแม้แต่ในองค์กรเศรษฐกิจ องค์กรธุรกิจ องค์กรการศึกษา ก็ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยความคิดสร้างสรรค์และมีองค์ความรู้เป็นพื้นฐาน“
การที่ได้มีโอกาสได้เข้ามาอบรมในโครงการ ก็เป็นการเปิดมุมมองกว้างขึ้น ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับก็สามารถนำมาปรับใช้ได้ทุกส่วน การออกแบบไม่ใช่มีเพียงแค่ออกแบบรูปลักษณ์ความงาม แต่จะต้องแฝงไปด้วยองค์ความรู้ ประสิทธิภาพการใช้งานด้วย นอกจากนั้นการที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่อง Creative Economy จากโครงการ EXCET1 ก็ทำให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องของความร่วมมือของคนที่มีทักษะต่างกันมารวมตัวกัน แต่ทุกคนก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้เกิดความคิด เกิดไอเดียเชิงสร้างสรรค์”เศรษฐกิจสร้างสรรค์ แม้ว่าจะเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย แต่กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกภาคส่วน และเป็นเรื่องที่ที่คนไทยควรหันมาให้ความสนใจ รวมทั้งมีส่วนร่วมในการผลักดันและขับเคลื่อนให้เดินหน้าต่อไป เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของเศรษฐกิจในอนาคต n







