
Ethics Audit เครื่องมือล่าสุดเพื่อกำกับ CSR (1)
....รศ.ดร.ศิรฺยุพา รุ่งเริงสุข
2-3 ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นผู้บริหารระดับสูง และ HR ขององค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศออกมาทำกิจกรรมเกี่ยวกับ CSR (Corporate Social Responsibilities = ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร) กันอย่างคึกคักกว้างขวาง ซึ่งกิจกรรม CSR นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกซึ่งจริยธรรมในการทำธุรกิจ (Business Ethics) ขององค์กรนั่นเอง กิจกรรม CSR ที่องค์กรนิยมทำก็คือ การช่วยเหลือสังคมในรูปแบบต่างๆ เช่น การรณรงค์ลดโลกร้อนโดยการปลูกป่าหรือปลูกต้นไม้ การมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ การบริจาคเงินสร้างโรงเรียน ฯลฯ และเท่าที่สังเกตดูจะเห็นว่าองค์กรในบ้านเราดูจะเน้นกิจกรรม CSR ที่ออกสู่สังคม (External CSR Activities) ชัดเจนมากกว่ากิจกรรม CSR ภายในองค์กร (Internal CSR Activities) ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติและดูแลลูกจ้าง ผู้ถือหุ้น การรักษามาตรฐานคุณภาพของสินค้าเพื่อผู้บริโภค และการดำเนินงานทางธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคม เช่น การไม่ปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งตามหลักการทำ CSR แล้ว องค์กรต้องทำ CSR ให้ครบวงจร คือ มีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น พนักงานในองค์กร ผู้บริโภคหรือลูกค้าและสังคมโดยรวม
อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรดูจะทำการประชาสัมพันธ์เรื่อง CSR ที่ออกสู่สังคมภายนอกมากกว่า ทั้งนี้ นักวิชาการบางท่านในสาขา CSR ได้ตั้งข้อสมมติฐานไว้ 2 ประการ คือ ประการแรก เป็นไปได้ว่าองค์กรทั้งหลายทำ CSR ทั้งในและนอกองค์กรครบถ้วนสมบูรณ์ แต่องค์กรอาจจะไม่ได้ประชาสัมพันธ์ว่ากิจกรรม CSR ภายในองค์กรนั้นได้ทำอะไรไปบ้าง เพราะมุ่งเน้นโฆษณาเรื่องการทำ CSR ภายนอกองค์กรมากกว่า ประการที่สอง องค์กรทำ CSR ภายนอกเพียงอย่างเดียวเพื่อมุ่งสร้างภาพลักษณ์ให้องค์กรดูดีในสายตาสาธารณชน โดยที่ไม่ได้สนใจในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) คนอื่นๆ (เช่น ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้ส่งวัตถุดิบ ฯลฯ) อย่างมีจรรยาบรรณธุรกิจ พูดง่ายๆ ก็คือ องค์กรในลักษณะที่ 2 นี้ ทำ CSR เพื่อ “เอาหน้า” หรือ “สร้างภาพลักษณ์” เท่านั้น
แต่ไม่ว่าองค์กรจะจริงจังหรือจริงใจในการทำ CSR มากน้อยเพียงใด เมื่อพิจารณาดูจากแนวโน้มและสภาพแวดล้อมของการทำธุรกิจในปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่า เรื่องของ CSR ไม่ใช่กระแสแฟชั่นที่มาอยู่เพียงประเดี๋ยวประด๋าวแล้วก็จะตกสมัยไป นับวันเรื่องของ CSRจะเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างจริงจังจากวงวิชาการ นักธุรกิจ และประชาชนคนธรรมดาที่เป็นผู้บริโภคมากขึ้น ยิ่งประชาชนมีพื้นฐานการศึกษาและมีข้อมูลมากขึ้นเท่าใด ประชาชนก็จะยิ่งเพิ่มความสนใจในคุณภาพชีวิต คุณภาพของสิ่งแวดล้อมที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ และสนใจในการรักษาสิทธิประโยชน์ในฐานะผู้บริโภคมากขึ้น ดังนั้น เรื่อง CSR จะต้องมีการบริหารจัดการที่เป็นรูปธรรมและมีระบบมากขึ้น หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อทำให้ระบบบริหาร CSR มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็คือ Ethics Audit หรือระบบตรวจสอบจริยธรรมขององค์กรนั่นเอง Eric Krell ได้นำเสนอเรื่อง Ethics Audit ในนิตยสาร HR Magazine ฉบับเดือน เม.ย. ไว้ว่า ในการตรวจสอบว่า องค์กรมีการบริหารงานที่มีจริยธรรมหรือไม่ มีขั้นตอนการตรวจสอบอยู่ 6 ขั้นตอนด้วยกันคือ
ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการวางมาตรฐานการทำงานขององค์กรและความประพฤติของพนักงานก่อน โดยองค์กรต้องกำหนดนโยบาย CSR ที่ชัดเจนไว้ก่อนว่าองค์กรมีปรัชญา มีค่านิยมและเป้าหมายเรื่อง CSR อย่างไร และนโยบาย CSR เหล่านั้นจะถูกสะท้อนออกมาให้เห็นผ่านวิธีการทำงานต่างๆ อย่างไร รวมทั้งพนักงานขององค์กรจะต้องมีทัศนคติและพฤติธรรมการทำงานอย่างไร
ขั้นตอนที่ 2 สร้างมาตรฐานที่ใช้ในการวัดระดับ CSR ขององค์กร เมื่อได้วางกรอบนโยบายและเป้าหมายของ CSR ที่ชัดเจนในขั้นตอนที่ 1 แล้ว การกำหนดมาตรฐานของวิธีการปฏิบัติงาน ขั้นตอนต่างๆ ของการทำงานและพฤติกรรมการทำงานของพนักงานในระดับงานและแผนกงานต่างๆ ก็จะง่ายขึ้น และนอกจากจะกำหนดมาตรฐานตัวชี้วัดที่ชัดเจนแล้ว เพื่อให้การบังคับใช้นโยบายได้ประสิทธิผล องค์กรก็ต้องทำการประเมินผลงานและให้รางวัลตอบแทนบนพื้นฐานการทำงานที่ถูกต้องตามนโยบาย CSR ขององค์กรด้วย จึงจะได้ผลครบวงจร
เนื้อที่คอลัมน์หมดเสียแล้ว ขอคุยขั้นตอนที่เหลืออีก 4 ขั้นตอนในสัปดาห์หน้านะคะ







