
อาเซียนร่วมสมัย จากเรื่องเก่าสู่ชิ้นใหม่
โดย...จีไอโจ
โดย...จีไอโจ
งานประจำของ “เดวิด เทห์” คือการเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เขาสอนวิชาหลักวิจารณ์และทัศนศิลป์ แต่การมาเยือนกรุงเทพฯ ครั้งนี้ เดวิดขอสวมบทบาทในฐานะภัณฑารักษ์ นิทรรศการ TRANSMISSION
รวมผลงานตัวแทนศิลปินจากชาติอาเซียน เผยให้เห็นความคิดความอ่าน ผ่านสายตาและมุมมอง อันซ่อนไว้ซึ่งอารมณ์ร่วมสมัยที่ 7 ศิลปินภูมิใจนำเสนอตามแนวทางถนัด เพื่อสะท้อนค่าคำว่า “การส่งต่อ” ด้านศิลปะ
เดวิด บอกว่า ความต้องการของเขา คือ อยากให้นิทรรศการชุดนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างรูปแบบของผลงานศิลปะโบราณ สมัยใหม่ และร่วมสมัย เน้นย้ำทั้งภาพอดีตที่ภูมิภาคอาเซียนมีร่วมกันและมองไกลถึงอนาคตที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่ง ภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี โดยมีโจทย์เชื่อมโยงกับความเป็นไปของ “จิม ทอมป์สัน”
“อัลเบิร์ต โยนาธาน เช็ตยาวัน” ศิลปินจากเมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย กับผลงานเซรามิก Golden Bowls / Lotus House / Mystic Flowers และ Golden House ผสมผสานระหว่างพืชพรรณและแมลงพื้นถิ่น ยึดโยงเข้าด้วยกันผ่านแรงดึงดูดและการลอยละล่องของภาพลายเส้นวาดมือ ซึ่งมีรายละเอียดเล็กๆ เป็นลวดลายเรขาคณิตอันเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต ชีวิตศิลปิน ขณะเดียวกัน มันก็คือชีวิตชาวอินโดนีเซียนั่นเอง
ศิลปินจากเมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา “โสเพียพ พิช” พูดถึงเมืองและประเทศบ้านเกิดผ่านผลงาน Flowers in the Planes และ Undergrowth เป็นความผูกสัมพันธ์อย่างแนบแน่นที่ตัวศิลปินมีต่อกับวัสดุท้องถิ่น อาทิ หวายและไม้ไผ่ สื่อสัญญะแรงตึงเครียดในบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนไป เติบใหญ่และไร้ทิศทาง เศรษฐกิจใหม่ที่กำลังจะมา กลายเป็นตัวแปรที่นำไปสู่การล่มสลายของรากเหง้าและอดีตกาล
“นิก ชาน” แสดงถึงความเป็นสิงคโปร์ ด้วยงานที่มีเสียงเป็นพระเอก Omnis นำพาทุกคนเข้าสู่โลกที่ซึ่งมิอาจมองเห็นด้วยตาได้ ต้องอาศัยการปล่อยลมหายใจเท่านั้น ถึงจะรับรู้และเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่าชีวิตอย่างถ่องแท้ ถือเป็นงานจัดวางที่ทรงพลังและแยบยล
ส่วนนี่มาเป็นกลุ่ม “เดอะ โพรเพลเลอร์ กรุ๊ป” ตัวแทนจากเมืองไซง่อน ประเทศเวียดนาม ผลงาน FADE IN : EXT. STORAGE–CU CHI–DAY และ Antique Space Debris นำเสนองานจัดวางที่ยั่วล้อระหว่างอดีตกับอนาคต โดยมีวิดีโอขนาดสั้นทำหน้าที่ร้อยเรื่องราว พูดถึงการส่งวัตถุโบราณออกนอกประเทศที่ติดอยู่ในกรมศุลกากร ซึ่งนัยของวัตถุชิ้นนั้นเป็นเสมือนสมบัติชาติที่กำลังถูกเมินใส่อย่างไม่ใยดี
ตัวแทนประเทศไทยมี 3 คน เข้าร่วมแสดงผลงาน “สาครินทร์ เครืออ่อน” นำเสนอผลงาน “จิตรกรรมไทยคัดลอก 12 ชิ้น” ได้แรงบันดาลใจจากภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารและวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร งดงามจับใจ แต่หลายคนอาจยังไม่เคยชม โดยศิลปินพลิกมุมเล่า เดิมเป็นเรื่องราวเทพเทวาบนสวรรค์ชั้นฟ้า ก็ปรับมาเป็นเรื่องของคนเดินดินที่ชีวิตมีขึ้นมีลงดั่งเช่นปุถุชนธรรมดา
“สุวิชชา ดุษฎีวนิช” ผลงาน “ทบทวน” เป็นประติมากรรมไม้ชิ้นใหญ่ เล่นกับเรื่องราวเก่าและใหม่ในชิ้นเดียวกัน ไม้เก่าถูกนำกลับมาชุบชีวิตใหม่ ชวนให้ขบคิดตามชื่อผลงาน ทบทวนสิ่งที่เคยผ่านมาเพื่อก้าวข้ามไปหาวันข้างหน้า
“มันเหมือนเป็นการนั่งพิจารณาชีวิตนั่นละครับ ถ้าเราเข้ามานั่งด้านใน เราก็ไม่เห็นตัวเรา คนอื่นเท่านั้นที่จะเห็น มันก็เหมือนเวลาที่คนเราไม่เคยหวนกลับมาทบทวนเรื่องเก่าๆ ในอดีต เราก็จะเห็นสิ่งที่ตัวเองเคยทำว่ามันดี ไม่ดียังไง”
ผลงานของสุวิชชาสร้างจากไม้เก่า โรงเรียนที่ถูกรื้อทิ้ง บ้านที่ถูกไฟไหม้ นำมาขัดเกาใหม่ให้เป็นงานประติมากรรมไม้รูปทรงแปลกตา คล้ายกับรูปเคารพ ประกอบขึ้นใหม่ภายใต้บรรยากาศอดีตที่อบอวลอยู่ในทุกอณู
ปิดท้ายที่ผลงาน “แปดศอก/หนึ่งวา และเครื่องมือ” โดยศิลปินไทยอีกราย “ถกล ขาวสะอาด” เป็นการสำรวจมาตราการวัดและเครื่องไม้เครื่องมือของครอบครัวช่างไม้ ซึ่งก็คือ ครอบครัวของตัวศิลปินที่มีปู่และพ่อเป็นช่างไม้ โดยชิ้นงานที่ทำขึ้นด้วยมือจากองค์ความรู้และวัสดุทั้งในพื้นถิ่นและต่างประเทศ
“เครื่องมือในการทำงานเป็นของเก่าที่พ่อกับปู่ทิ้งไว้ให้ผม แต่ผมมาปรับใช้ในวิธีการของผม เครื่องมือบางชิ้นผมก็ต้องประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เช่น กบไสไม้ ทุกส่วนมีรายละเอียดเล็กๆ ซ่อนอยู่ครับ คนดูจะเริ่มดูจากส่วนไหน หรือจุดไหนก่อนก็ได้ เพราะผมไม่ได้เจาะจงว่าอะไร ยังไง ความหมายของงานชิ้นนี้ คือ การเดินคู่ขนานกันไประหว่างของเก่าที่ผมเรียกมันว่ามรดกกับของใหม่ที่มีความเป็นสากล”
นิทรรศการ TRANSMISSION เปิดให้ชมจนถึงวันที่ 30 ส.ค. ณ หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ซอยเกษมสันต์ 2 (สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ)







