ฉัตทิญาณ์ นววัฒนทรัพย์ คิดแล้วทำฝันให้เป็นจริง
สาวหมวยสวยขาววัย 28 เอมมี่-ฉัตทิญาณ์ นววัฒนทรัพย์ เจ้าของบริษัท นวทรัพย์ ไฟน์ สตีลริ่ง ซิลเวอร์
โดย...อนุสรา ทองอุไร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
สาวหมวยสวยขาววัย 28 เอมมี่-ฉัตทิญาณ์ นววัฒนทรัพย์ เจ้าของบริษัท นวทรัพย์ ไฟน์ สตีลริ่ง ซิลเวอร์ คือการทำเครื่องประดับเงินลงยาส่งออกไปหลายประเทศ เช่น อิตาลี เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา ในชื่อแบรนด์นวทรัพย์จิวเวลรี่ และอีกบริษัทหนึ่งก็คือ นวทรัพย์อินเตอร์กรุ๊ป ทำธุรกิจทางด้านนำเข้าเครื่องอุปโภคจากต่างประเทศ เช่น ผ้าอนามัยแบบสอดจากประเทศอิสราเอล ผ้าอ้อมเด็กและผ้าอ้อมผู้ใหญ่จากประเทศจีน ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ที่เขาส่งออกไปทั่วโลกเป็นสินค้าคุณภาพดีระดับพรีเมียม
“ทุกอย่างที่เรานำเข้าจะต้องมีการหาข้อมูล ทำการวิจัย ทดลองใช้ด้วยตัวเอง เพื่อให้เข้าใจสินค้าอย่างถ่องแท้ลึกซึ้ง เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยที่ 4 ที่เรามักจะใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจับลูกค้าในกลุ่มตลาดบน คุณภาพดีสมราคา และสินค้าที่เรานำเข้ามาไม่ค่อยมีคู่แข่งในตลาดมากเกินไป ตอนแรกก็คิดว่าเราเองชอบแต่งตัว ชอบแฟชั่น ทำไมไม่นำเข้าหรือทำแบรนด์เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง แต่เรามองว่าคู่แข่งเยอะมาก ไหนๆ เราก็ทำธุรกิจเครื่องประดับกันมานานแล้วก็อยากแตกสายไปทำอย่างอื่นบ้าง” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทางด้านการศึกษานั้น หลังจากจบชั้นประถม 6 จากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ แล้วก็ไปเรียนไฮสคูลที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และกลับมาเรียนปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ เอกการโฆษณา ที่มหาวิทยาลัยรังสิต (อินเตอร์) และตอนนี้เรียนปริญญาโททางด้านบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยมหิดล (อินเตอร์)
ต่อยอดธุรกิจงานเครื่องประดับ
เพราะเติบโตมาในครอบครัวทำธุรกิจค้าทองคำตั้งแต่รุ่นคุณปู่ จนมาถึงรุ่นคุณพ่อ พอมายุคของเธออยากต่อยอดธุรกิจออกไป เห็นที่บ้านทำทองมาตั้งแต่เด็กๆ จนจำเจ ไม่ค่อยดึงดูดใจเท่าไหร่ ทำให้เธอไม่ได้สนใจเกี่ยวกับธุรกิจทองคำ แต่ขอแตกไลน์หันมาทำธุรกิจส่งออกเครื่องประดับเงินลงยาส่งออกไปหลายประเทศ เช่น อิตาลี เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา ในชื่อแบรนด์นวทรัพย์จิวเวลรี่ ซึ่งราคาจะไม่แพงมาก ตลาดจะกว้างและทำตลาดง่ายกว่าเครื่องประดับจากทองคำ แม้อาจจะถูกมองว่าสินค้าเครื่องประดับอาจจะดูเป็นของฟุ่มเฟือย แต่เครื่องประดับกับผู้หญิงเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ยังมีอัตราการเติบโตอยู่อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 510 เปอร์เซ็นต์
“ถ้าปีไหนที่เศรษฐกิจโลกเติบโตดีๆ ก็อาจจะโตไปได้ถึงปีละ 2030 เปอร์เซ็นต์ แต่บริษัทเราเพิ่งเปิดกิจการมาได้ไม่นาน เราก็ยังโตไม่มากนัก แต่ก็เห็นอนาคตว่ามีแววรุ่งได้”
โดยสินค้าของเธอจะเน้นดีไซน์ใหญ่ๆ เก๋ๆ หนักๆ เน้นพลอยสีขาวเรียบๆ แต่เก๋ โดยเฉพาะตลาดยุโรปอย่างสเปน อิตาลี เยอรมนี จะกล้าใช้งานแบบอลังการใส่ชิ้นเดียวแล้วอยู่เลย จับตลาดวัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน แต่ถ้าเป็นประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย จะชอบงานชิ้นเล็กๆ กระจุ๋มกระจิ๋ม
หลักการทำงานคือคิดแล้วลงมือทำ
ฉัตทิญาณ์ กล่าวว่า ต้องคิดอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ ให้ขยันคิด และถ้าจะให้ดีคิดแล้วเปลี่ยนและลงมือทำ อย่าคิดแล้วเฉยไม่ลงมือทำมันก็ไม่เป็นจริงขึ้นมาได้ มันก็เป็นเพียงแค่ความฝันอยู่ร่ำไป โลกยุคนี้เปลี่ยนแปลงไปเร็ว เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ พยายามคิดให้เยอะแล้วลงมือทำ จะทำอะไรก็หาข้อมูลให้รอบด้าน ให้รู้ลึกรู้จริง เพื่อความไม่ประมาท ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันคนอื่น ขณะเดียวกันก็ต้องมีความซื่อสัตย์ในการทำงานทั้งต่อตัวเอง ลูกค้า และพนักงาน
แม้ว่าเธอจะเริ่มธุรกิจของตัวเองหลังจากเรียนจบได้ไม่นาน เธอว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือมันทำให้ได้เรียนรู้เร็วขึ้น และประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้นกว่าคนวัยเดียวกัน และหากผิดพลาดก็สามารถเริ่มต้นได้ใหม่ในเวลาอันรวดเร็ว เพราะอายุยังน้อยมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ได้เร็วขึ้น ข้อเสียคือขาดประสบการณ์ บางครั้งอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับเพราะอายุยังน้อย คู่ค้าหรือลูกน้องอาจจะไม่มั่นใจในประสบการณ์และฝีมือ
“คือเราเกิดมาในครอบครัวคนจีนที่ทำธุรกิจ แน่นอนว่าที่บ้านย่อมไม่สนับสนุนให้เราไปทำงานออฟฟิศทั่วไปอยู่แล้ว หากไม่ช่วยงานของครอบครัวก็ต้องหาธุรกิจอะไรเป็นของตัวเอง โดยเริ่มจากเล็กๆ แล้วก็ค่อยๆ ขยายต่อยอดไปเรื่อยๆ ซึ่งก็ยึดถือแนวทางนั้นอยู่ ซึ่งหนูเองก็ช่วยงานคุณพ่อมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว”
ปัญหามาปัญญาเกิด
เธอว่าเป็นธรรมดาของการทำงานทุกอย่างที่จะต้องพบเจอปัญหาอุปสรรคกันบ้าง เพราะถ้ามองโลกด้วยความเป็นจริงแล้วทุกชีวิตล้วนมีปัญหาเสมอ ไม่มีใครโรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเจอเรื่องยากเข้ามาในชีวิต อย่างแรกตั้งสติให้ดีแล้วทบทวน ค่อยๆ หาทางออกไปทีละเรื่องตามลำดับความสำคัญ ถ้ายังแก้ไม่ได้ก็พักไว้ก่อน หรือไม่ก็ปรึกษาผู้รู้ที่เราไว้ใจได้เช่นคุณพ่อ หรือไม่ก็ไปเที่ยวไปปลดปล่อยจากชีวิตเดิมๆ ชาร์จแบตให้เต็มแล้วกลับมาลุยต่อไป อะไรที่เป็นความผิดพลาดเก็บไว้เป็นบทเรียนและพยายามอย่าให้ผิดพลาดซ้ำ งานต่างๆ แม้จะเหนื่อยหนักแต่ก็ท้าทาย ทุกอย่างที่เราต้องเจอไม่ว่าประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวล้วนเป็นประสบการณ์ที่มีค่ากับตนเองทั้งสิ้น
เอมมี่-ฉัตทิญาณ์ นววัฒนทรัพย์
อายุ 28 ปี เจ้าของบริษัท นวทรัพย์อินเตอร์กรุ๊ป
จบมัธยมที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
ปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต (อินเตอร์)
ปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล (อินเตอร์)
ชอบออกกำลังกาย ทั้งขี่จักรยาน ต่อยมวย ยิงปืน
งานอดิเรกทำขนมและอาหาร


