
พระสังฆคุณ 22 ธ.ค. 2466 (จบ)
บุคคลผู้มีศีลแล้ว เป็นเหตุที่จะได้ทำคุณความดีให้บริบูรณ์ยิ่งขึ้นไป ได้แก่สมาธิ คือ ความสงบใจ
บุคคลผู้มีศีลแล้ว เป็นเหตุที่จะได้ทำคุณความดีให้บริบูรณ์ยิ่งขึ้นไป ได้แก่สมาธิ คือ ความสงบใจ
สมาธินั้น คือ ขณิกสมาธิ 1 อุปจารสมาธิ 1 อัปปนาสมาธิ 1 ขณิกสมาธินั้น ได้แก่ ความที่มีใจสงบได้เป็นครั้งคราว
อุปจารสมาธินั้น ได้แก่ ความที่มีใจสงบได้นานๆ ซึ่งเฉียดใกล้กับองค์ฌาน อัปปนาสมาธินั้น ได้แก่ ความสงบใจมีจิตแอบแนบอยู่กับองค์ฌาน ผู้ที่มีสมาธินั้น ย่อมกำจัดเสียได้ซึ่งโทษอันจะเกิดขึ้น ณ ภายนอก ส่วนผู้ที่มาศึกษาในกองปัญญาจนรู้จักสภาวะตามความเป็นจริงอย่างไร? เป็นยถาภูตญาณทัสสนะแล้ว ก็ยิ่งได้รับความสุขความสำราญยิ่งๆ ขึ้นไป ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติอยู่ในภูมิโลกิยปัญญา ยังไม่ก้าวถึงภูมิโลกุตตรปัญญา แม้แต่การปฏิบัติเพียงชั้นนี้ ก็ยังได้รับความสุขสำราญตามชั้นตามภูมิของตน
ผู้ปฏิบัติถึงชั้นโลกุตตรปัญญาแล้ว ก็ยิ่งจะได้รับความสุขความสำราญทวีขึ้นไปโดยลำดับ
ศีล สมาธิ ปัญญา นี้ เป็นไตรสิกขา คือ เป็นของอันบุคคลจะพึงศึกษาให้เข้าใจ เพราะศีลก็มีประเภทมาก สมาธิก็มีประเภทมาก ปัญญาก็มีประเภทมาก จึงเป็นของที่จะต้องศึกษา ถ้าหากว่าศีลมีอย่างเดียว สมาธิก็มีอย่างเดียว ปัญญาก็มีอย่างเดียว ก็จะไม่ต้องศึกษาให้ยากลำบากอย่างนี้ บอกๆ กันประเดี๋ยวเดียวก็เป็นใช้ได้
นี่ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะศีล สมาธิ ปัญญา มีมากอย่าง เช่น ศีลก็มีอธิศีล และมีศีลประเภทอื่นอีกเป็นต้นมากมายนัก เหตุนั้นจึงต้องศึกษากันอยู่ร่ำไป ไม่รู้จักจบจักสิ้น ส่วนพระสงฆ์ที่ท่านเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติตรง ปฏิบัติเพื่อความรู้ยิ่งเห็นจริง ปฏิบัติชอบยิ่ง ท่านผู้ที่ทำศีลของตนให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ คือ ให้ตนตั้งอยู่ในศีล ท่านเหล่านี้ก็อาจสำเร็จมรรคผลนิพพานได้ แต่มรรคผลนั้นก็มีหลายประเภท คือ มรรค 4 ผล 4 มรรค 4 นั้น ได้แก่ โสดาปัตติมรรค 1 สกิทาคามิมรรค 1 อนาคามิ มรรค 1 อรหัตตมรรค 1
ผล 4 นั้น ได้แก่ โสดาปัตติผล 1 สกิทาคามิผล 1 อนาคามิผล 1 อรหัตตผล 1 อาการเหล่านี้เป็นเครื่องหมายให้รู้ ถ้าหากว่าท่านเหล่านั้นเป็นผู้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามคลองธรรม และเป็นผู้ปฏิบัติตรง ไม่แวะเวียนไปสู่กุมรรค ปฏิปทา และเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความรู้ยิ่งเห็นจริงในมรรคผลนิพพาน และเป็นผู้ปฏิบัติชอบยิ่ง ปฏิบัติเที่ยงตรงต่อทางพระนิพพาน
ท่านเหล่านั้น จึงได้ชื่อว่า สุปฏิปนฺโน ผู้ปฏิบัติดีแล้ว อุชุปฏิปนฺโน ผู้ปฏิบัติตรงแล้ว ญายปฏิปนฺโน ผู้ปฏิบัติเพื่อความรู้ยิ่งเห็นจริง สามีจิปฏิปนฺโน ผู้ปฏิบัติชอบยิ่ง เพราะพระสงฆ์เป็นผู้ประกอบด้วยคุณธรรมเช่นนี้ ในตอนท้ายแห่งพระสังฆคุณท่านจึงพรรณนาคุณของพระสงฆ์ไว้ว่า อาหุเนยฺโย เป็นผู้ควรซึ่งเครื่องสักการะอันชาวโลกเขานำมาบูชา ปาหุเนยฺโย เป็นผู้ควรที่จะรับปัจจัยทานที่เขาจัดไว้ในสถานที่ของเขา หรือเป็นผู้ควรซึ่งวัตถุที่เขาตั้งไว้เพื่อต้อนรับแขก ทกฺขิเณยฺโย เป็นผู้ควรจะรับเครื่องทักขิณาทานที่เขาให้เพื่อหวังต่อปรโลก หรือเมื่อญาติทั้งหลายของเขาตายไปแล้ว เมื่อเขากระทำบุญให้ทานแก่พระสงฆ์แล้ว อาจสำเร็จผลแก่ญาติทั้งหลายเหล่านั้น ทานเช่นนั้น จึงได้ชื่อว่าเป็นทักขิณาทาน และพระสงฆ์ผู้ทรงคุณเช่นนั้น ชื่อว่าเป็น อญฺชลิกรณีโย ผู้ควรแก่อัญชลีกรรม คือ การกราบไหว้บูชาของโลก
ในข้อนี้ตามที่มาท่านอ้างว่า ไม่ถึงกับต้องกราบไหว้บูชาดอก เป็นแต่เพียงแลดูพระสงฆ์ด้วยความเมตตากรุณาและเคารพนับถือเท่านั้น ก็อาจเกิดอานิสงส์ คือ ทำให้ตาของบุคคลผู้นั้นปราศจากฝ้าและมืดมัว และปราศจากต้อ และความบอด อาจมองเห็นอะไรได้ในที่ไกลๆ และพระสงฆ์นั้นได้ชื่อว่าเป็น อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส เป็นเนื้อนาบุญของโลก คือเมื่อใครๆ หว่านพืชคือบุญลงในพระสงฆ์แล้ว ย่อมให้เกิดอานิสงส์ยิ่งใหญ่ไพศาล ท่านเปรียบไว้เหมือนอย่างนาที่ปราศจากหญ้า ต้นไม้ และเถาวัลย์ ซึ่งเป็นข้าศึกแก่นาแล้ว เมื่อบุคคลหว่านพืชลงในนาเช่นนั้น ย่อมให้เกิดผลอันยิ่งใหญ่ไพศาล ฉันใด แม้พระสงฆ์ผู้กำจัดราคะ โทสะ โมหะ เสียได้แล้ว เมื่อบุคคลผู้ใดหว่านพืชคือบุญลงในพระสงฆ์นั้น ก็ย่อมเกิดอานิสงส์ยิ่งใหญ่ไพศาลฉันนั้น
ในพระสังฆคุณ 4 บทเบื้องต้น คือ สุปฏิปนฺโน อุชุปฏิปนฺโน ญายปฏิปนฺโน สามีจิปฏิปนฺโน เป็นอัตตัตถะ ประโยชน์ๆ ของตน ใน 5 บทเบื้องปลาย คือ อาหุเนยฺโย ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลิกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส 5 บทนี้เป็นปรมัตถะ ประโยชน์ๆ ของบุคคลผู้อื่น ข้อนี้เป็นธรรมดาของนักปราชญ์ทั้งหลาย เมื่อท่านทำประโยชน์ของตนให้สำเร็จบริบูรณ์แล้ว จึงได้ทำประโยชน์ของบุคคลผู้อื่นให้สำเร็จต่อไป
พระสงฆ์ที่ท่านได้ทำประโยชน์ของตนให้สำเร็จแล้วนั้น ได้แก่ สุปฏิปนฺโน ผู้ปฏิบัติดี อุชุปฏิปนฺโน ผู้ปฏิบัติตรง ญายปฏิปนฺโน ผู้ปฏิบัติเพื่อความรู้ยิ่งเห็นจริง สามีจิปฏิปนฺโน ผู้ปฏิบัติชอบยิ่ง ส่วนที่ท่านทำประโยชน์ของบุคคลผู้อื่นให้สำเร็จนั้น ได้แก่ อาหุเนยฺโย ผู้ควรซึ่งเครื่องสักการะบูชาของชาวโลก ปาหุเนยฺโย ผู้ที่ควรจะรับปัจจัยทานที่เขาจัดไว้ในสถานที่ของเขา หรือเป็นผู้ควรซึ่งวัตถุที่เขาตั้งไว้เพื่อต้อนรับแขก ทกฺขิเณยฺโย ผู้ควรซึ่งเครื่องทักขิณาทานของชนชาวโลก อญฺชลิกรณีโย ผู้ควรซึ่งอัญชลีกรรม อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส ผู้เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีเนื้อนาบุญอื่นจะยิ่งกว่า ดังนี้.
เพราะเหตุนั้น เมื่อสาธุชนพุทธบริษัทได้สดับแล้ว พึงน้อมคุณพระสงฆ์นั้นๆ มาสู่ตนว่า
สุปฏิปนฺโน เราเป็นผู้ปฏิบัติดีแล้วหรือยัง?
อุชุปฏิปนฺโน เราเป็นผู้ปฏิบัติตรงแล้ว หรือยัง?
ญายปฏิปนฺโน เราเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความรู้ยิ่งเห็นจริงแล้วหรือยัง?
สามีจิปฏิปนฺโน เราเป็นผู้ปฏิบัติชอบยิ่งแล้วหรือยัง?
เมื่อเราได้เป็นผู้ปฏิบัติถูกต้องตามคุณของพระสงฆ์เช่นนี้แล้ว ได้ชื่อว่า เราได้เป็นผู้ถึงพระสงฆ์ ส่วนบทเบื้องปลายอีก 5 บทนั้น ไม่ต้องกล่าวถึง เมื่อเราเป็นผู้ถึงคุณพระสงฆ์แล้วก็เป็นอันได้อยู่เอง ผู้ที่มาถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ดังที่บรรยายมาแล้วนี้ ย่อมจะมีแต่ความสุข ความเจริญ ทุกทิวาราตรีกาล ดังแสดงมาด้วยประการฉะนี้







