posttoday
เป็นตัวของตัวเองจะดีมั้ยนะ...

เป็นตัวของตัวเองจะดีมั้ยนะ...

30 มีนาคม 2557

บ่อยครั้งในการทำโค้ชชิ่ง ผมมักจะได้รับคำถามกึ่งงอแง ของผู้รับการโค้ช

โดย...นพดล ตังวัชรินทร์ SUCCESS Coach [email protected]

บ่อยครั้งในการทำโค้ชชิ่ง ผมมักจะได้รับคำถามกึ่งงอแง ของผู้รับการโค้ชว่า “อาจารย์กำลังจะชวนให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำโน่นทำนี่ ถ้างั้นมันก็เหมือนกับเราไม่เป็นตัวของตัวเองน่ะสิ ผมได้ยินว่าให้เป็นตัวของตัวเองจะดีกว่าไม่ใช่เหรอ” ประเด็นนี้น่าคิดและผมอยากชวนพวกเรามาคิดกันให้ตกผลึกครับ

คำถามแรกที่ผมอยากจะชวนให้คิดกัน คือ “การเป็นตัวคุณในแบบที่คุณเป็นอยู่มันช่วยให้คุณรู้สึกคุ้นเคยและสบายใจ...แต่มันจะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ในชีวิตที่คุณต้องการรึเปล่าล่ะ?” เช่น คุณอาจจะรู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัยสบายใจกับการนั่งอยู่เงียบๆ ในที่ประชุม ในขณะที่คนอื่นกำลังนำเสนอความคิดเห็นของตน หากคุณมุ่งหวังความก้าวหน้า ความสำเร็จ และการยอมรับจากผู้อื่น การนั่งเงียบๆ ของคุณจะช่วยคุณหรือไม่ หรือคุณอาจจะกลุ้มใจเรื่องการติดเล่นเกมคอมพิวเตอร์ของลูกอยู่ แล้วที่ผ่านมาคุณก็คุ้นเคยกับการพร่ำบ่นพร่ำสอนถึงข้อเสียของการติดเกม (และลูกก็ไม่ฟังจนถึงขั้นเริ่มรู้สึกเบื่อคุณ) ถ้าคุณยังคงคอยบ่นคอยพูดอยู่เหมือนเดิมตามสไตล์ที่คุณคุ้นเคย คุณว่าลูกคุณจะเลิกติดเกมมั้ยล่ะ หรือคุณคิดอยากจะลดน้ำหนัก อยากจะผอมดูดี แต่คุ้นเคยกับการออกไปปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อน และคุณมักบอกตัวเองว่า “ก็เราเป็นคนที่มนุษย์สัมพันธ์ดี การไปปาร์ตี้เนี่ยมันเป็นตัวตนของเราชัดๆ เลย” คุณคิดว่าความเป็นตัวคุณแบบนี้ จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักและมีรูปร่างที่ดูดีได้หรือไม่

ความต้องการที่จะเป็นตัวของตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่จงอย่าปล่อยสิ่งต่อไปนี้มาเป็นข้ออ้างในการที่จะอยู่กับความคุ้นเคยเดิม

1.ความไม่คุ้นเคยที่จะเผชิญสิ่งใหม่ๆ : การลองทำสิ่งใหม่ๆ มันอึดอัดครับ ถ้าคุณเป็นคนยิ้มไม่เก่งแต่อยากเข้าหาคนได้ดีขึ้นและต้องเริ่มยิ้มทักทายคนอื่นมากขึ้น มันจะฝืนมากในตอนแรกๆ จนเราอาจจะเลือกกลับมาเป็นคนเดิม

2.ความกลัวที่จะล้มเหลวในการลองทำสิ่งใหม่ : คนเราไม่มีใครต้องการที่จะรู้สึกว่าเราพลาดหรือล้มเหลว หลายครั้งที่พอเราจะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ เราก็อยากจะศึกษาให้ถ่องแท้ก่อนเริ่มลงมือทำ แต่ไม่ว่าคุณจะอ่านหนังสือสอนว่ายน้ำมากี่เล่ม วิธีการเดียวที่จะว่ายน้ำเป็นคือกระโดดลงสระ แล้วสำลักน้ำสัก 23 อึกก่อนที่คุณจะว่ายน้ำเป็น

3.ความกลัวต่อความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ (ที่คุณอยากได้แต่อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับสภาวะนั้น) : เราเป็นพนักงานบริษัทมานานแสนนาน มีความรู้ความชำนาญอยู่มากมาย และมีความปรารถนาที่จะมีธุรกิจของตัวเอง คุณมีความรู้ทุกอย่าง แต่บางทีคุณอาจจะเริ่มมีความกังวลว่าถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองแล้วคุณจะมีชีวิตยังไง จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ต้องเข้าสังคมมากขึ้นมั้ย คนจะเรียกว่าเราว่า Boss ซึ่งเราไม่คุ้นเคยเลย เราอาจจะต้องดูแลการแต่งตัวให้สมฐานะมากขึ้น ซึ่งเราก็ไม่คุ้นเคยเลยอีกเช่นกัน และหนำซ้ำเราอยู่ตรงนี้ก็สำเร็จดีอยู่แล้ว ถ้าก้าวขึ้นไปอีกขั้น เราจะสำเร็จได้เหมือนที่เราได้อยู่ตอนนี้หรือเปล่า

4.ความกังวลใจว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับการเปลี่ยนไปของเรา : เราอาจจะเคยเป็นคนเงียบๆ ไม่พูดมากในสายตาเพื่อนๆ แต่จู่ๆ เราก็จะเริ่มเป็นคนชวนคุยบ้าง หัวเราะร่าเริงสนุกสนานบ้าง เขาจะว่าเราบ้ามั้ยนะ หรือเราอยากจะดูแลตัวเอง อยากลดน้ำหนัก และเราอาจจะต้องปฏิเสธเวลาเพื่อนมาชวนเราไปปาร์ตี้ เพื่อนเขาจะหาว่าเราตีตัวออกห่างหรือเปล่านะ

ความเป็นตัวของตัวเองไม่ได้วัดกันที่พฤติกรรม หรือนิสัย หรือสิ่งที่เราทำเพียงอย่างเดียว สำหรับผมแล้วเชื่อว่าความเป็นตัวเรามันน่าจะวัดจากความหมายในการใช้ชีวิตของเรา มันคือการที่เราสามารถตอบคำถามต่อไปนี้ได้อย่างชัดเจนและภาคภูมิใจว่า

- “ฉันกำลังจะทำอะไร เพื่ออะไร”

- “อะไรคือคุณค่าหรือสิ่งที่ฉันให้ความสำคัญ และทำไมสิ่งเหล่านี้จึงมีความสำคัญสำหรับฉัน”

- “อะไรคือเป้าหมายที่สำคัญในชีวิตของฉัน”

- “และลึกๆ แล้วฉันเกิดมาบนโลกนี้เพื่อทำหรือสร้างสรรค์อะไร”

เมื่อเราตอบคำถามเหล่านี้ได้ สิ่งที่เหลือคือการปรับใจ ปรับวิธีคิด ปรับทัศนคติ ปรับการกระทำของเรา เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสอดคล้องกับความเป็นตัวของเราเท่านั้นเอง

หัวใจสำคัญ คือ การที่คุณตอบตัวเองให้ได้ว่า หากคุณจะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและมีความหมาย ไม่รู้สึกว่าปล่อยให้แต่ละวันมันผ่านทิ้งไปเฉยๆ คุณจะใช้ชีวิตคุณอย่างไร คุณอยากเห็น อยากสร้าง อยากเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตคุณบ้าง และสิ่งเหล่านี้ก็จะทำหน้าที่เป็นหลักยึด เป็นเป้าหมายในการดำเนินชีวิตของคุณ

คำตอบเหล่านี้ไม่มีใครหาให้คุณได้ โค้ชอย่างผมมีหน้าที่พาคุณไปคิดเท่านั้น แต่คำตอบมันต้องมาจากข้างในจิตใจลึกๆ ของคุณเอง อย่าปล่อยให้คำพูด ความคิด คำชี้แนะจากคนรอบข้างมาเป็นตัวกำหนดชีวิตของคุณ พวกเขาอาจจะมาแนะนำคุณด้วยความหวังดีว่าคุณควรจะเป็นใคร ควรใช้ชีวิตอย่างไร ควรจะทำหรือไม่ทำอะไร แต่ทั้งหมดเป็นเพียงแค่มุมมองที่เหมาะสมสำหรับชีวิตของเขา แต่มันจะใช่หรือไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสำหรับคุณ คุณต้องเริ่มคิดและหาคำตอบด้วยตัวคุณเองเท่านั้น

หากคุณจะเป็นตัวของตัวเองและเป็นนายชีวิตของคุณเอง คุณต้องเริ่มที่จะใช้ชีวิตด้วยความเชื่อว่าคุณนี่ล่ะเป็นผู้กำหนดผลลัพธ์ในชีวิตของคุณ คุณนี่ล่ะคือคนที่มีอำนาจในการกำหนดได้ว่าชีวิตคุณจะเป็นชีวิตที่มีความหมาย มีคุณค่าและมีความสุข ไม่มัวปล่อยให้ชีวิตยุ่งไปวันๆ ตามคำเรียกร้อง คำสั่ง คำร้องขอจากคนรอบข้าง รวมทั้งไม่ยอมแพ้ต่อข้ออ้างต่างๆ ที่มัวแต่อ้างกับตัวเองมาตลอดชีวิต ไม่มัวมานั่งโทษคนโน้นคนนี้ว่าเขาเป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์ของคุณ ไม่ยอมแพ้ต่อความขาดแคลนในชีวิต ไม่มัวมานั่งบ่นถึงความไม่ยุติธรรมต่างๆ นานาในชีวิต ไม่มัวมานั่งเฝ้ารอลมๆ แล้งๆ ว่า เดี๋ยวเรื่องแย่ๆ มันคงดีขึ้นเอง และเมื่อนั้นคุณก็จะได้ชีวิตกลับมาเป็นของคุณอีกครั้ง

หากคุณไม่เริ่มใช้ชีวิตเพื่อตัวคุณ ณ วันนี้ แล้วคุณจะเริ่มเมื่อไรพอเรามีเป้าหมายที่มีคุณค่า มีความหมาย และมีความสำคัญสำหรับเรา คำถามต่อมาก็คือ “แล้วเราต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายนั้น”

บ่อยครั้งที่เราต้องเลือกระหว่างนิสัยเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย (และรู้สึกปลอดภัยสบายใจที่จะทำ) กับนิสัยใหม่พฤติกรรมใหม่ที่เราไม่คุ้นเคย (และมักจะรู้สึกอึดอัด หวั่นๆ ที่จะทำ แต่รู้ว่ามันจะช่วยให้เราได้ผลลัพธ์ที่ต้องการได้ ที่ผ่านมาคุณว่าคนส่วนมากเลือกอะไร เช่น นิสัยเดิมคือทำงานเสร็จกลับถึงบ้านเหนื่อยก็มักจะกินข้าวเต็มที่แล้วก็นั่งพักดูทีวี (ที่มั่นใจว่าคุ้นเคย สบาย ปลอดภัยแน่ๆ แต่ชีวิตก็คงเหมือนเดิม) กลับถึงบ้านแม้จะเหนื่อยแต่ก็ขึ้นไปเปลี่ยนชุดออกกำลังเพื่อลงมาเดิน หรือวิ่งหน้าบ้านอย่างน้อย 20 นาที ก่อนจะอาบน้ำแล้วกินสลัดผักเป็นอาหารเย็น (ที่เรารู้ดีว่ามันจะช่วยให้เรามีสุขภาพดีขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งเดิมๆ ที่คุ้นเคย แล้วสมองก็อาจจะสร้างข้ออ้างขึ้นมามากมายเพื่อให้เราเปลี่ยนใจ) คุณว่าคนส่วนมากเลือกอะไร

หากไม่มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน เราก็อาจจะหลวมตัวปล่อยใจให้เผลอไปเลือกทางที่สะดวกสบายแต่ไม่พาเราไปไหน มากกว่าที่จะเลือกทางที่ไม่คุ้นเคยและรู้สึกอึดอัดที่จะทำ (ในตอนแรกๆ แต่มันจะพาเราไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น)

ผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยเพิ่มมุมมองในการมีชีวิตที่รื่นรมย์ให้กับคุณได้ไม่มากก็น้อย...คุณคิดว่าจะเป็นตัวของตัวเองในแบบไหนล่ะครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ