
วลัยกร สมรรถกร ใส่สีสันจากธรรมชาติ
แค่เพียงรูปวาดบนแผ่นกระดาษสีขาว รูปทรงที่น่ารัก มักจะเป็นหญิงสาว เด็กผู้หญิงในอิริยาบถต่างๆ
โดย...นกขุนทอง ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
แค่เพียงรูปวาดบนแผ่นกระดาษสีขาว รูปทรงที่น่ารัก มักจะเป็นหญิงสาว เด็กผู้หญิงในอิริยาบถต่างๆ ที่เห็นแล้วให้ความรู้สึกมีความสุข แต่เท่านั้นก็ยังไม่พอ เมื่อผลงานของเธอ ผู้หญิงที่ชื่อ “ต้องการวลัยกร สมรรถกร” ทำให้เราหลงรักมากกว่านั้น ก็คือสีสันที่แต้มลงบนกระดาษขาว แลดูเป็นสีน้ำพาสเทล ให้ความรู้สึกอ่อนหวานละมุน ทว่าสีสันที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนเป็นสีสันที่คัดกรองมาจากดอกไม้ใบหญ้าที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวของวลัยกร และเธอก็คือนักค้นหาสีสันมาแต่งแต้มลงในงานศิลปินของเธอให้ดูมีชีวิตชีวาได้แบบไม่ซ้ำใคร
วลัยกรชอบวาดรูปมากมาตั้งแต่เด็ก และวาดได้ดีเสียด้วย พอโตขึ้นเธอจึงเลือกเรียนในสิ่งที่เธอชำนาญ จนจบคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาตกแต่งภายใน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
“เมื่อมาย้อนคิดดูแล้วที่เหมาะกว่าน่าจะเป็นคณะที่เน้นวาดรูปไปเลย อย่างคณะจิตรกรรมหรือวิจิตรศิลป์ แต่ก็ยอมรับว่าการเรียนสถาปัตย์นั้นถึงจะไม่ได้เน้นที่การวาดรูปจริงๆ จังๆ แต่ก็ให้วิธีคิดและอะไรอย่างอื่นซึ่งเอามาใช้ได้จริงเยอะมากๆ”
การเลือกหันหลังให้กับชีวิตประจำวันในกรุงเทพฯ มาใช้ชีวิตออร์แกนิกที่บ้านปากช่อง จ.นครราชสีมา ทำให้เธอได้ค้นพบมหัศจรรย์แห่งสีสันจากธรรมชาติ ยิ่งช่วยให้เธอใช้ชีวิตอย่างออร์แกนิกมากขึ้น ทำงานศิลปะโดยปราศจากสารเคมี จนได้สร้างสรรค์งานออกมาเป็นหนังสือนิยายภาพจากสีน้ำดอกไม้เล่มแรก คือ “กล่องความทรงจำ”
“เกิดจากการพลิกผันชีวิตของตัวเองที่เปลี่ยนมาใช้ชีวิตออร์แกนิก ปลูกผัก กินอาหารออร์แกนิก ใช้ของใช้ปลอดสารเคมี แล้ววันหนึ่งไปเด็ดดอกอัญชันสดมาทำเป็นชาร้อนดื่ม เห็นสีที่ออกมาสวย จึงเกิดความคิดว่า ถ้าเราใช้สีน้ำซึ่งก็คือสีที่ละลายได้กับน้ำ แล้วสีดอกอัญชันที่ละลายออกมากับน้ำจะต่างกันตรงไหนกับสีน้ำที่ใช้อยู่ทุกวันล่ะ ก็เลยลองเอาพู่กันมาจุ่มลองระบายดู ก็พอได้สีฟ้าสวย แต่ก็ไม่ติดใจในตอนนั้น แต่เมื่ออีกสักอาทิตย์ผ่านไป สีดอกอัญชันที่เหลือเกาะอยู่กับจานรองแก้วซึ่งเอามาละลายสีตอนนั้นมันกลับกลายเป็นสีน้ำเงินที่เข้มขึ้น ซ้ำยังมีหลายเฉดสีน้ำเงินด้วย จึงลองเอามาวาดอีก รู้สึกชอบและคิดว่าใช่เลยถ้าจะนับเป็นสีน้ำแบบหนึ่ง ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่รู้สึกว่าจะเอามาใช้ได้ยังไง แต่ก็ลองเอาดอกไม้ ลูกไม้ที่รู้จักว่ามีสี และหาได้ง่ายรอบบ้านมาลองอยู่ตลอด จนกระทั่งพี่คิด (สมคิด เปี่ยมปิยชาติ) เขาแนะนำว่าให้ลองเขียนเป็นการ์ตูนทั้งเล่มเลย เราจึงพยายามหาให้ได้ครบเกือบทุกสีพอที่วาดการ์ตูนทั้งเล่มได้”
คำถามที่วลัยกรมักพบบ่อยจากน้องๆ นักศึกษาที่เธอไปเป็นวิทยากรก็คือ สีมันจะจางหายไปไหม ซึ่งเธอตอบตามความจริงว่า “การใช้สีน้ำจากดอกไม้ต้องทำใจหลายเรื่องนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฤดูกาลที่อาจหาดอกไม้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เรื่องที่เราควบคุมสีให้มีความแน่นอนไม่ได้ แต่โชคดีค่ะที่การเป็นสีน้ำก็ไม่ได้ต้องการความแน่นอนของสีอะไรมากอยู่แล้ว และยังมีเรื่องการจางหายไปหรือสีเปลี่ยนอีก ซึ่งอันนี้ถ้าถือว่าเป็นปัญหา ก็จะเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด แต่ต้องทำใจแล้วว่าเป็นธรรมชาติของมัน จริงๆ เราก็พยายามหาวิธีที่จะทำให้มันอยู่นานขึ้นอีกสักนิดถ้าทำได้ แต่ก็ทำใจและเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของมันอย่างสนุกสนานได้ค่ะ”
ทุกวันนี้การใช้ชีวิตและการทำงานแบบออร์แกนิกของวลัยกรได้รับการตอบรับที่ดีมาก มีหน่วยงานต่างๆ จัดเวิร์กช็อปวาดรูปด้วยสีออร์แกนิก แล้วให้เธอไปเป็นวิทยากร ซึ่งผู้คนที่สนใจมักเป็นคนที่สนใจในชีวิตออร์แกนิก และใช้ของปลอดสารเคมีมากกว่าคนที่สนใจการวาดสีน้ำเสียอีก
บ้านที่ปากช่องนอกจากมีพืชผักที่เธอปลูกไว้รับประทานเอง ยังมีต้นไม้ดอกไม้ให้ความร่มรื่นงามตาอีกด้วย แต่ยังไม่พอ เธอยังพยายามหาต้นไม้มาปลูกให้ได้สีครบ “เพราะใช้สีจากดอกไม้ใบไม้สดค่ะ จึงต้องมีต้นไม้นั้นๆ อยู่ใกล้มือให้เยอะๆ ทุกวันนี้ก็ยังพยายามหาต้นไม้ที่ใช้ระบายสีมาปลูกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ค่ะ ที่ตัวต้องเลือกใช้สีออร์แกนิกเพราะเข้ากับการใช้ชีวิตของเราค่ะ และต้องพบว่าการใช้ชีวิตออร์แกนิกเป็นหนทางหลักอย่างหนึ่งที่จะช่วยเยียวยาโลกที่ป่วยจากมลพิษอย่างทุกวันนี้ บางคนอาจลองใช้สีจากดอกไม้ใบไม้ในการระบายสีบ้าง แต่ต้องเชื่อมั่นว่าต้องจริงจังกับมันขนาดที่ว่าเป็นชีวิตของต้องเองค่ะ”
ท้ายสุดวลัยกรบอกว่า “ธรรมชาติจัดสรรให้เราอย่างดีที่สุดแล้วค่ะ ลองใช้สายตามองอย่างละเอียดอ่อนกับสิ่งรอบตัวดู และลองใช้ชีวิตช้าๆ ดูบ้าง แล้วคุณจะเห็นว่าโลกนี้แสนดี แสนน่ารักและมหัศจรรย์ขนาดไหน”







