
วิทยาศาสตร์และมนต์ดำ
ถ้าไม่มีวิทยาศาสตร์ ป่านนี้เราคงเชื่อว่า เครื่องบินสัญชาติมาเลย์ ถูกผีเข้าสิงพาหายวับไปกับกลีบเมฆ
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
ถ้าไม่มีวิทยาศาสตร์ ป่านนี้เราคงเชื่อว่า เครื่องบินสัญชาติมาเลย์ ถูกผีเข้าสิงพาหายวับไปกับกลีบเมฆ ชนิดหาสาเหตุไม่ได้
เป็นไปได้อย่างไร โลกเรานี้มีเครื่องมือทันสมัยมากมาย ขนาดดาวเทียมอวดนักอวดหนาว่า อยู่นอกโลกสามารถชี้เป้าคนร้ายได้แม่นยำ ไม่ว่าอยู่ซอกหลืบไหนของโลก กระทั่งแอบฟังสัญญาณการพูดคุย เสียงกระซิบของผู้คนได้หมด ยังมีเครื่องบินล่องหนขั้นเทพคอยสอดแนม ตรวจจับคลื่นความถี่ ถ้าจะหากันจริงๆ เศษเหล็กชิ้นเดียวก็ไม่น่าเล็ดลอด
ทุกฝ่ายคิดหาทฤษฎีต่างๆ มาอธิบายการหายสาบสูญของสายการบินลึกลับลำนี้ หักล้างด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ก็ดี ผสมหลักรัฐศาสตร์ที่ฝ่ายจีน สหรัฐ รัสเซีย ต่างยกเรื่องทฤษฎีก่อการร้ายมาตอบโต้กัน
วิทยาศาสตร์สอนให้คิดด้วยเหตุผล มันจึงไม่น่าใช่ที่มนุษย์ต่างดาวจะมาไฮแจ็กเครื่องบินพร้อมลูกเรือ 239 ชีวิต ไปเป็นตัวประกันเพื่อทำลายล้างโลก จนเราต้องรอให้เจ้าซูเปอร์ฮีโร่มาช่วยเหลือ
ปริศนาเครื่องบิน ถ้าโหม่งโลก หล่นทะเลจริง ยังไงต้องคลี่คลายวันยังค่ำ เว้นแต่มีมหาอำนาจอยู่เบื้องหลังคอยลักลอบกำจัดเครื่องบินลำนี้
ในโลกปัจจุบัน วิทยาศาสตร์ช่วยสร้างความรู้ใหม่ๆ ทำลายความเชื่อเก่าๆ ผิดๆ ประเภทภูตผีปิศาจที่ฝังรากมานาน แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยยังงมงายกับพิธีกรรมไสยศาสตร์ที่หลอกลวงหาประโยชน์เราอยู่
พูดถึงเรื่องนี้นึกถึงข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจขนกำลังไปทลาย “สำนักอาจารย์การเวก” ย่านปทุมธานีเมื่อไม่นานมานี้ สะท้อนความเป็นไปของสังคมไสยศาสตร์เป็นอย่างดี
ชายหนุ่มอายุ 43 อ้างตัวเป็นหมอผีโฆษณาทางเว็บไซต์ รับทำเสน่ห์ยาแฝด ลงนะหน้าทอง ผู้หญิงที่เป็นลูกค้าต้องมามีเพศสัมพันธ์กับเจ้าตัวหรือไม่ก็ลูกศิษย์ บางครั้งยังให้เสพยาบ้าและยังต้องเสียเงินค่าบริการทำเสน่ห์ให้คนรักคนหลงอีก รายละหลายหมื่น
แม้แต่ลูกค้าไฮโซมีระดับ ดูมีความรู้ การศึกษา ก็ยังโงหัวไม่ขึ้นกับไสยศาสตร์ดิบๆ ด้วยคำพูดหว่านล้อมเสน่ห์สารพัดเล่ห์เพทุบาย
ไม่เฉพาะ “การเวก” รีดทรัพย์ พิธีไสยศาสตร์ดูดเอาเงิน พบเห็นดาษดื่นในประเทศไทย อ้างว่า โบราณทำมา อย่าขวาง มิฉะนั้นจะทำให้ชีวิตไม่เจริญ ทั้งที่พุทธศาสนาอันเป็นศาสนาหลักของเราสอนว่า ตัวจะดีหรือไม่ อยู่ที่การกระทำ
แน่ละความเชื่อบางอย่างสนับสนุนให้มนุษย์ทำดี ชีวิตก็จรรโลงใจ แต่หลายอย่างเต็มไปด้วยการหาประโยชน์ ขูดรีดกับชาวบ้าน โดยเฉพาะพวกมารศาสนาหากินกับพุทธพาณิชย์และเวทมนตร์จนร่ำรวย
ย้อนนึกกลับไปในวัยเด็ก วันหวยใกล้ออกทีไรจะมีข่าวชาวบ้านไปขอหวยจากเจ้าแม่ เจ้าพ่อ บ้างก็ไปขูดเลขเด็ดตามต้นไม้ ดูหางจิ้งจกตีเป็นเลขท้าย 2 ตัว มาถึงวันนี้ผ่านมาหลายสิบปียังมีข่าวนี้ในสื่อทีวี หนังสือพิมพ์เหนียวแน่นอยู่
กระทั่งการไปขอเลขเด็ดจากเกจิอาจารย์ ทั้งที่เลข 10 อย่างไรเสียเวลาหวยออกก็ต้องเฉี่ยวโดนตัวใดตัวหนึ่ง พอถูกกินก็มักปลอบใจตัวเองว่า ตรงตัวเดียวบ้าง เกือบถูกบ้าง ใกล้เข้าแล้ว ก็เพื่อยกย่องความแม่นยำของพระอาจารย์ที่นับถือ
โดยเฉพาะเลขทะเบียนรถใหม่ทั้งของตัวเอง ญาติมิตร เพื่อนฝูงที่เชียร์ให้ซื้อเป็นเลขเด็ด น่าเป็นเรื่องโชคชะตาล้วนๆ ค่าเฉลี่ยที่ซื้อแล้ว จะถูกเป๊ะมีไม่มากนัก แต่เล่นได้ก็คงเสี่ยงดวงสนุกๆ ลองขำขำ เผื่อมีโชคกับเขา
ยิ่งถ้าอธิบายแบบหลักวิทยาศาสตร์ ยิ่งเป็นไปไม่ได้ “รถท่านผู้นำ” เปลี่ยนรถใช้ทีไร ในช่วง 2 ปี เลขรถถูกไปแล้ว เกือบ 10 ครั้ง ถ้านายกฯ ไม่เล่นมนตร์ดำ เสกคุณไสยให้ประชาชีเสียเอง ก็น่าจะหวยล็อกเป็นแผนสร้างบารมีให้นายกฯ ตามเสียงวิจารณ์ “เสริมดวงขาขึ้นแก้เคล็ดขาลง”
แต่ชะตาของท่านนายกฯ ที่ถูกแขวนไว้กับองค์กรอิสระจะตัดสินในเร็ววัน จะออกหัวหรือก้อย เลขเด็ดของ ฯพณฯ คงช่วยไม่ได้ เพราะปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง
สุดท้ายคนไทยคงต้องพึ่งหวังโหราศาสตร์ หมอดูฟันธง กลางปีนี้บ้านเมืองสดใส ประชาธิปไตยจะดีขึ้น ส่วนนายกฯ ปู โอกาสรอดยาก!!!







