posttoday
3 ทหารเสือ ‘แอคคอมฯ’ สมการเลขคี่ที่ลงตัว

3 ทหารเสือ ‘แอคคอมฯ’ สมการเลขคี่ที่ลงตัว

22 มีนาคม 2557

หลายๆ คนบอกว่า คนไทยเก่งทำงานคนเดียว แต่มักล้มเหลวเวลาทำงานเป็นทีม

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

หลายๆ คนบอกว่า คนไทยเก่งทำงานคนเดียว แต่มักล้มเหลวเวลาทำงานเป็นทีม เข้าทำนองฉันก็แน่ แกก็เก่ง เลยกลายเป็นมากคนก็ยิ่งมากความ

แต่ “แอคคอม แอนด์ อิมเมจ อินเตอร์เนชั่นแนล” บริษัทที่ปรึกษาและโค้ชชิ่งผู้นำระดับแนวหน้า กลับมีหัวเรี่ยวหัวแรงหลักมากถึง 3 คน และดูจะเป็น สมการเลขคี่ ที่ทำให้งานลงตัวมากขึ้น สมกับเป็นบริษัทที่ทำงานด้านการพัฒนาคน

3 ทหารเสือที่ขับเคลื่อนบริษัทให้เติบโต ประกอบด้วย อัจฉรา จุ้ยเจริญ หรืออาจารย์เจี๊ยบ กรรมการผู้จัดการ สุกัญญา มงคล หรืออาจารย์หญิง ที่ปรึกษาและวิทยากร และ ศรัณย์ เลิศพันธ์ หรือท็อป ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ เรียกว่าเป็นสองหญิงที่เก่งงานหน้าบ้าน และหนึ่งหนุ่มที่คล่องจัดการงานหลังบ้าน

ทีมที่เข้าขา

อาจารย์เจี๊ยบ ตั้งแต่ร่วมงานกับท็อปมา 4 ปี และอาจารย์หญิง 2 ปี รู้สึกเป็นทีมที่ดีและเข้าขากันมาก ทำให้สามารถต่อสู้และแข่งขันหน้าบ้านได้โดยไม่ต้องเป็นห่วงหลังบ้าน เพราะเมื่อบอกอะไรไปครั้งเดียว ทั้งคู่ก็เตรียมงานได้เรียบร้อย ไม่ต้องคอยบอกซ้ำ

สำหรับ “ท็อป” เป็นทั้งผู้จัดการออฟฟิศและเป็นผู้จัดการชีวิตให้อาจารย์เจี๊ยบด้วย เพราะนอกจากบริหารจัดการงานที่ออฟฟิศชนิดไม่ต้องห่วงแล้ว ยังทำหน้าที่ดูแลบ้านให้อาจารย์ที่อยู่ไม่ไกลจากออฟฟิศ แถมเป็นพนักงานจัดสวน คอยสรรหาต้นไม้มาให้ เพราะอาจารย์ชอบต้นไม้ แต่ไม่ได้ปลูกเอง

3 ทหารเสือ ‘แอคคอมฯ’ สมการเลขคี่ที่ลงตัว

 

ส่วนงานของบริษัท ท็อปจัดการได้เรียบร้อย ทั้งการจัดกิจกรรมนอกสถานที่ ให้ข้อมูลต่างๆ รวมถึงรับงานและดูแลลูกค้า บริหารจัดการงานออฟฟิศ รวมทั้งจัดตารางงานให้อาจารย์ 2 คน โดยใส่ใจในรายละเอียดเพื่อไม่ให้ทำงานหนักเกินไป และดูแลไม่ให้วันสอนไปซ้ำกับงานอื่น

ปัจจุบัน อาจารย์เจี๊ยบไม่ต้องรับลูกค้าเอง เพราะลูกค้าโทรหาท็อปมากขึ้น ทำให้มีเวลาโฟกัสกับการสอนเต็มที่ เขาสามารถบริหารจัดการงานต่างๆ ได้ดี และคิดถึงประโยชน์ของบริษัทมากกว่าความสบายของตัวเอง โดยจะคำนึงถึงรายได้และความเหมาะสมต่างๆ เช่น ระยะเวลา ความยากง่าย ไม่ใช่รับงานให้จบๆ ซึ่งเราก็จะชื่นชมให้เจ้าตัวได้รู้ว่าเขาทำดีแล้ว

“มีเหตุการณ์ที่ทำให้ประทับใจท็อป คือ ตอนที่ฝึกอบรมผู้บริหารบริษัทหนึ่ง ซึ่งมีกิจกรรมให้ผู้บริหารต้องลงน้ำช่วยกันหาของ เมื่อผ่านความลำบากจะได้รักกัน แต่ผู้บริหารเหล่านั้นรู้ทันเลยจะแกล้งให้อาจารย์ลงน้ำบ้าง แต่ท็อปวิ่งมากันแล้วบอกว่า อาจารย์มีโทรศัพท์มือถืออยู่ เดี๋ยวข้อมูลจะเสียหาย ถือเป็นความหัวไวของเขา เพราะจริงๆ ตอนนั้นเราไม่มีมือถืออยู่กับตัว”

ขณะที่ความรู้สึกต่ออาจารย์หญิงที่กำลังฝึกปรือฝีมือการสอนในฐานะมือวางอันดับ 2 อาจารย์เจี๊ยบ เล่าว่า ตอนที่งานเข้ามากๆ บริษัทต้องใช้อาจารย์สอนหลายคน เลยต้องหาวิทยากรที่ไว้ใจได้ และมีคนรู้จักแนะนำอาจารย์หญิงว่าสอนดี พูดจาเข้าใจง่าย คุยกันแล้วรู้สึกคลิกเลย เห็นแววว่ามีสไตล์คล้ายๆ กัน น่าจะเป็นตัวแทนกันได้

“เพียงแต่แอบเสียดาย เพราะตอนที่รู้จักกันแรกๆ อาจารย์หญิงทำงานฝึกอบรมที่สายการบินแห่งหนึ่ง ต่อมาก็เปลี่ยนไปทำงานกับแบรนด์หรูแห่งหนึ่ง ซึ่งจริงๆ เราควรรู้สึกยินดีกับอาจารย์หญิง แต่กลายเป็นว่า เราแอบภาวนาอยู่ลึกๆ ให้เขาตกงาน จะได้จีบมาอยู่กับเรา”

ในที่สุดคำอธิษฐานก็เป็นจริง เพราะหลังจากนั้นพักหนึ่ง อาจารย์หญิงโทรมาหา บอกว่างานที่ทำอยู่ไม่ใช่สิ่งที่อยากทำ รู้สึกชอบงานสอนมากกว่า เลยได้ร่วมงานกัน และไม่ผิดหวังเลย เพราะเธอรักการสอน แถมใจเย็น รู้วิธีรับมือกับผู้เรียนหลากหลายรูปแบบ ตอนนี้อาจารย์หญิงสามารถรับงานแทนได้หากอาจารย์เจี๊ยบไม่ว่าง เพราะลูกค้ายอมรับและชื่นชม

เจ้านายที่ให้โอกาส

ท็อป อาจารย์เจี๊ยบให้โอกาสลูกน้อง เปิดกว้างให้ลูกน้องได้พูดแสดงความเห็นและรับฟังเหตุผล จะไม่สั่ง ไม่บอกให้ทำโน่นนี่ และยังเปิดโอกาสให้น้องๆ ในบริษัทได้พัฒนาตัวเอง โดยให้แต่ละคนทำงานหลายๆ ด้าน นอกจากนี้ ยังใส่ใจพนักงานเท่าๆ กัน แถมดูแลคนในครอบครัวของพนักงานด้วย เป็นบริษัทที่อบอุ่น

“ผมรู้สึกว่าเลยจุดที่จะมัวเกรงใจกัน ผมจะพูดตรงๆ และให้ทางเลือกกับอาจารย์ สุดท้ายอาจารย์จะต้องเป็นคนเลือกและรับผิดชอบกับสิ่งที่เลือกนั้น”

บรรยากาศการทำงานที่แอคคอมฯ ต่างจากที่ทำงานเก่าๆ บางแห่ง ซึ่งลูกน้องจะกลัวหัวหน้าและต้องทำตามคำสั่ง เพราะหัวหน้าก็ไม่ฟังลูกน้อง ทั้งๆ ที่บางเรื่องผู้ใหญ่อาจไม่เคยผ่านประสบการณ์มาเหมือนพนักงานรุ่นเด็กๆ

ดังนั้น จึงอยากแนะนำคนที่เป็นหัวหน้า ให้รับฟังลูกน้องบ้าง เพราะอาจจะได้รับมุมมองใหม่ๆ ที่ตัวเองอาจจะนึกไม่ถึง

ผู้จัดการหนุ่มรายนี้ฝากถึงอาจารย์เจี๊ยบว่า เป็นห่วงเรื่องสุขภาพ ในฐานะลูกน้อง เลยจะไม่รับงานมากเกินไป งานอะไรที่ต้องเตรียมตัวมากหรือสอนทุกวัน ก็อาจจะเลื่อนไปก่อน พยายามบริหารตารางงานไม่ให้แน่นมากเกินไป

“ผมมองว่า ถ้าอาจารย์ทำงานหนักเกินไป นอกจากจะกระทบกับสุขภาพของอาจารย์เองแล้ว ก็จะส่งผลถึงลูกค้าด้วย เพราะหากพักผ่อนไม่พอ อาจารย์ก็จะไม่มีพลังไปสอน”

งานชีวิตลงตัว

อาจารย์หญิง ได้รับโอกาสจากอาจารย์เจี๊ยบ เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยทำงานสายวิชาการ พอมีโอกาสมาร่วมสอนด้วย แรกๆ ก็รู้สึกกังวล แต่อาจารย์เจี๊ยบก็เมตตา และพยายามสอนจนมั่นใจขึ้น

“ประทับใจมาก เพราะอาจารย์ยอมเสียเวลาสอนทางโทรศัพท์นานถึง 2 ชั่วโมง ทั้งๆ ที่เวลาของอาจารย์มีค่ามาก เอาไปทำอะไรได้เยอะ แต่อาจารย์กลับเลือกมาสอนเรา”

พอมาร่วมงานกันจริงๆ อาจารย์หญิงรู้สึกว่า มีความสุข เพราะทั้งการงานและชีวิตส่วนตัวสมดุลมาก อาจารย์เจี๊ยบคอยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบตลอด เป็นห่วงและดูแลไปถึงครอบครัวด้วย อย่างเมื่อตอนที่บริษัทจัดงานเลี้ยงที่ต่างจังหวัด ก็ให้พาครอบครัวไปด้วย เพื่อจะได้รู้จักกัน

“นอกจากเป็นเจ้านายแล้ว อาจารย์เจี๊ยบยังเป็นเหมือนพี่สาวด้วย ตอนนี้งานก็ดี ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างก็ดี”

อาจารย์หญิงตั้งใจจะทำตัวเป็นฟองน้ำที่ซึมซับความรู้และตัวอย่างดีๆ จากอาจารย์เจี๊ยบ ทั้งการควบคุมอารมณ์ สามารถมองด้วยจิตวิญญาณความเป็นอาจารย์ และรับมือกับความท้าทายต่างๆ ได้ดี เพราะเธอตกหลุมรักงานในสายนี้ และอยากจะทำให้ดีที่สุด

เธอเป็นห่วงอาจารย์เจี๊ยบเรื่องการพักผ่อน เพราะสำหรับอาจารย์เจี๊ยบ การทำงานรวมถึงการอ่านหนังสือวิชาการต่างๆ ถือเป็นการพักผ่อน หากปล่อยให้เคยชินมากๆ เข้า ก็อาจจะทำให้ชีวิตไม่สมดุล

ทั้งหมดนี้ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมองค์กรเล็กๆ แห่งนี้จึงเปี่ยมสุข เพราะทั้ง 3 ตัวแปรต่างทำหน้าที่อย่างลงตัว ทำให้สมการแห่งความสุขเป็นจริงได้

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย