posttoday
ไอธรรมนำไอที (4)

ไอธรรมนำไอที (4)

11 มีนาคม 2557

เถรส่องบาตร...ตำราปรัมปราคติเขาเล่าว่า ที่วัดแห่งหนึ่งมีหลวงตาองค์หนึ่งและพระลูกวัดนับร้อย ทุกเช้าเวลาฉันเสร็จ

โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย

เถรส่องบาตร...

ตำราปรัมปราคติเขาเล่าว่า ที่วัดแห่งหนึ่งมีหลวงตาองค์หนึ่งและพระลูกวัดนับร้อย ทุกเช้าเวลาฉันเสร็จ วัดนั้นจะฉันในบาตร พอฉันเสร็จ หลวงตาก็จะล้างบาตร ล้างบาตรเสร็จก็เอาผ้ามาเช็ดบาตร เช็ดเสร็จแล้วหลวงตาก็จะส่องดูว่ามันสะอาดมั้ย พวกเขาทำทุกวัน

พระลูกวัดก็ไม่รู้เหนือไม่รู้ใต้ หลวงตาทำยังไงก็ทำอย่างนั้นทุกอย่างเลย หลวงตาฉันในบาตรก็ฉันในบาตร ร้อยรูปนะ ทำตามกันหมด ฉันเสร็จล้างก็ล้าง ล้างเสร็จเช็ดก็เช็ดตาม พอหลวงตายกบาตรขึ้นส่องก็ส่องตาม ทำไปทำมากลายเป็นท่ามาตรฐาน ก็เรียกเถรส่องบาตร

อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าอาวาสองค์ใหม่มารับตำแหน่งแทน เพราะว่าหลวงตามรณภาพไป พระลูกวัดก็กระซิบ “หลวงพ่อครับ หลวงพ่อเจ้าอาวาสครับ ธรรมเนียมของวัดเรามีอย่างนี้นะครับ หลังฉันเสร็จครับ เราจะส่องบาตรพร้อมกันครับ”

หลวงพ่อเจ้าอาวาสองค์ใหม่พัฒนาให้ดีขึ้น คือ แบ่งเป็นสเต็ปเลย ฉันก่อน เสร็จแล้วเอาน้ำขวดมาริน จากนั้นล้าง ล้างเสร็จก็หยิบผ้ามาเช็ด เช็ดเสร็จแล้วยกพร้อมกัน 1 2 3 สเต็ปมันพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

ต่อมาถึงเจ้าอาวาสองค์ที่ 3 กลายเป็นเอกลักษณ์ของวัดนั้นไปโดยปริยาย ทุกเช้าหลังฉันเสร็จ ล้างบาตร ยกส่อง จนวันหนึ่ง ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) รู้ข่าว พัฒนาเป็นอันซีนไทยแลนด์ รู้มั้ยจุดประสงค์ของการส่องบาตรในความหมายเดิมคืออะไร

หลวงตาแค่ต้องการส่องดูว่าที่ล้างที่เช็ดสะอาดพอหรือยัง แต่คนรุ่นหลังไม่รู้ พอเช็ดแล้วก็ส่อง ไม่มีใครถามหาความสะอาดหรอก แต่แค่ทำๆ ไป สักว่าทำๆ ตามๆ กันมา ก็ทำตามๆ กันไป

นี่คือประเพณีบางอย่าง เขาทำส่งต่อๆ กันมา เราก็อย่าเพิ่งเชื่อ สำรวจตรวจสอบก่อน ถ้าไม่มีสาระประโยชน์ก็ทิ้งได้ ถ้ามีสาระประโยชน์ก็คงไว้

ต่อมาอีก ท่านก็บอกว่า อย่าเชื่อเพราะตำรับตำรา เพราะตำรับตำราบางทีมันน่าเชื่อถือ เขียนเป็นตำรา เขียนเป็นวิชาการ หรือบางทีอยู่ในพระไตรปิฎก น่าเชื่อ อ้างเชิงอรรถพะรุงพะรัง เขียนมา 23 บรรทัด เชิงอรรถครึ่งหน้า คนอ่านแล้วก็ โอ้โห น่าเชื่อเหลือเกิน

รู้มั้ย แม้กระทั่งตำรับตำราเชิงวิชาการเหล่านี้ ก็อย่าเพิ่งวางใจ ทุกวันนี้มีงานวิชาการเทียมเยอะแยะมากมาย งานวิชาการเทียมโดยนักวิชาการเทียม ต้องการจะลดสถานภาพความน่าเชื่อถือของคนอื่น ต้องการจะทำร้ายคนที่ตนเองไม่ชอบ ต้องการจะดิสเครดิตใครสักคนหนึ่ง เขียนบทความเชิงวิชาการเทียมๆ ขึ้นมา แล้วกล่าวหาเขาเหล่านั้นอย่างสาดเสียเทเสีย โดยทำท่าให้มีบุคลิกทางวิชาการ

คนไม่รู้เหนือไม่รู้ใต้มาอ่านก็เชื่อ ก่อให้คนไทยเข้าใจผิดซึ่งกันและกัน โกรธเกลียดชิงชังกันเอง ฉะนั้นเรื่องทางวิชาการนี้ก็อย่าเพิ่งเชื่อทันทีนะ ต้องตรวจสอบข้อมูล

ราชบัณฑิตท่านหนึ่งเล่าไว้สมัยแรกๆ ที่ท่านไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ ทุกวันพระท่านจะไปฟังเทศน์ที่วัดพุทธประทีป เจ้าอาวาสในวัดพุทธประทีปยุคโน้น เวลาท่านเทศน์ทุกครั้ง คนไทยในอังกฤษชอบมาฟัง เพราะเวลาหลวงพ่อท่านเทศน์นั้น ท่านจะอ้างพระไตรปิฎกทุกครั้ง เช่น พระไตรปิฎกเล่มนี้ ข้อนี้ หน้านี้ พระพุทธเจ้าตรัสว่าอย่างนี้

เมื่อโยมฟังก็รู้สึกประทับใจทุกครั้งว่าหลวงพ่อแม่นจัง ฟังหลวงพ่ออ้างเรื่องตัวเลขเนี่ยเหมือนฟังอดีตนายกฯ สมัคร พูดเรื่องตัวเลขอ่ะ มันชัดเป็นฉากๆ

คนไทยก็เชื่อว่าหลวงพ่อนี่เป็นพระไตรปิฎกเคลื่อนที่นะ แต่พระไทยเพียงรูปเดียวที่ได้ทุนไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ยุคนั้น ต่อมาคือ ศาสตราจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก ท่านอยู่ในเหตุการณ์นั้น ท่านเป็นนักวิชาการตัวจริง ท่านมาฟังเทศน์หลวงพ่อแล้วท่านก็รู้สึกว่าหลวงพ่อนี้ก็เก่งเนอะ ความจำดีมากเลย อ้างพระไตรปิฎกแม่นยำจัง

วันหนึ่งก็เลยลองจดที่หลวงพ่ออ้างไปเช็กกับพระไตรปิฎกดู พบว่าไม่มี วันพระต่อมา พอหลวงพ่อเทศน์เสร็จ หลวงพ่อก็มามุขเดิมอีกแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสว่าอย่างนี้ ในพระสูตรชื่อนี้ พระไตรปิฎกเล่มนี้ ข้อนี้ หน้านี้ ลงลึกถึงขั้นย่อหน้าก็มีนะ

พอฟังเทศน์เสร็จ พระมหาหนุ่มรูปนั้นก็คลานเข้าไปถาม “หลวงพ่อครับ พระไตรปิฎกที่หลวงพ่อพูดมาทั้งหมด ผมไปเช็กพระไตรปิฎกครับ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาบาลี ไม่เจอครับหลวงพ่อ”

หลวงพ่อหน้าซีดเป็นไก่ต้ม พร้อมกล่าวว่า

“คุณมหา วันหลังอย่าไปค้น”

“ทำไมครับหลวงพ่อ”

“หลวงพ่อพูดไปอย่างนั้นเอง”

“อ้าว จริงเหรอนี่ ผมเชื่อหลวงพ่อมาตั้งนาน กำลังจะไปชวนฝรั่งมาฟังหลวงพ่อว่ามีพระไทยที่เป็นพระไตรปิฎกเคลื่อนที่อยู่องค์หนึ่ง”

เห็นมั้ย บางครั้งคนเราก็อ้างตำรับตำราเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เราอย่าไปหูเบาเชื่อง่าย คนเรานั้นบางครั้งทำร้ายกันด้วยผลงานที่อาศัยรูปแบบทางวิชาการไปทำร้ายคนอื่น ไปลดความน่าเชื่อถือคนอื่น ไปมอมเมาคนอื่นให้ได้รับขยะข้อมูลปฏิกูลข่าวสารอันเป็นเท็จก็ได้

ฉะนั้น ต่อให้เป็นตำรับตำราหรือแม้กระทั่งเป็นพระไตรปิฎกเอง ก็ต้องศึกษาด้วยท่าทีของนักวิทยาศาสตร์ นั่นคืออย่าเชื่อทั้งหมด ต้องใช้วิจารณญาณตรวจสอบอย่างลึกซึ้ง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ