
แบงก์กรุงเทพ ลุยอาเซียนปรับกลยุทธ์สาขาฮ่องกง
เป็นเวลา 60 ปีแล้ว ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาฮ่องกง เป็นกำลังสำคัญในการสร้างรายได้ในต่างประเทศ จนสร้างกำไรสัดส่วน 30%
โดย...เสาวรส รณเกียรติ
เป็นเวลา 60 ปีแล้ว ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาฮ่องกง เป็นกำลังสำคัญในการสร้างรายได้ในต่างประเทศ จนสร้างกำไรสัดส่วน 30% ของกำไรในสาขาต่างประเทศทั้งหมด ปัจจุบันมีสินทรัพย์ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
บทบาทของธนาคารกรุงเทพ สาขาฮ่องกง ได้เปลี่ยนแปลงไปตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะหลังจากที่จีนเริ่มเปิดประเทศในปี 2535
กระทั่งปัจจุบัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาฮ่องกง อาจจะต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่อีกครั้งหลังจากจีนตั้งเป้าหมายให้ “เซี่ยงไฮ้” เป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลกในอีก 6 ปีข้างหน้า หรือปี 2563 (ค.ศ. 2020) แม้ว่าจะยังมีอุปสรรคหลายอย่างที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ง่าย
อาทิ การเปิดเสรีการไหลเข้าออกของเงินทุน เนื่องจากรัฐบาลจีนยังคุมเข้มการไหลเวียนของเงินทุน หรือการเปิดเสรีอัตราแลกเปลี่ยน ที่ทางการจีนยังควบคุมค่าเงินหยวนอยู่ ทำให้เป็นข้อจำกัดต่อการค้าระหว่างประเทศ
สิทธิชัย จิวัฒน์ธนากุล ผู้จัดการสาขาฮ่องกง ธนาคารกรุงเทพ แม้ว่าทางการจีนจะพัฒนาให้เซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลางทางการเงิน แต่ก็ยังมีกฎเกณฑ์บางอย่างที่จำกัดอยู่ โดยเฉพาะอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวนที่มีข้อจำกัด ยังไม่เปิดเสรี เพราะทางการจีนยังไม่อยากให้เงินหยวนแข็งค่าจนเกินไป
ผลจากนโยบายดังกล่าว ทำให้นักธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุนจีนมีข้อจำกัด เช่น หากจะเข้าไปลงทุนในจีนด้วยเงินทุนจดทะเบียน 4,000 ล้านหยวน จะต้องเริ่มด้วยการแลกเป็นเงินเหรียญสหรัฐก่อน แต่จะไม่ได้ทั้งก้อน 4,000 ล้านหยวน แต่จะต้องแลกตามจำนวนที่ได้รับอนุญาตเป็นคราวๆ ไป ขึ้นกับโควตาที่ทางการจีนจะอนุญาต
แม้จะมีอุปสรรค แต่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ในอนาคตเซี่ยงไฮ้จะกลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินแห่งใหม่ และนั่นหมายถึงการลดทอนบทบาทการเป็นศูนย์กลางทางการเงินของฮ่องกงไปด้วย
สิทธิชัย ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามว่า รัฐบาลจีนจะมีนโยบายต่อฮ่องกงอย่างไร เพราะจะมีกิจการบางอย่างที่เริ่มปล่อยกู้ในฮ่องกงยากขึ้น เพื่อเกื้อหนุนการเป็นศูนย์กลางทางการเงินของเซี่ยงไฮ้
“เราอาจจะปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์สาขาในฮ่องกง มาเป็นศูนย์รับฝากเงินแทน” สิทธิชัย กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันคนฮ่องกงเริ่มมีการถือครองเงินฝากสลับไปมาระหว่างเงินเหรียญฮ่องกงและเงินหยวนแล้ว เนื่องจากเงินเหรียญฮ่องกงยังผูกติดกับเงินเหรียญสหรัฐอยู่ ฉะนั้นหากเงินหยวนแข็งค่าและดอกเบี้ยดีกว่า คนฮ่องกงก็จะหันไปถือเงินหยวนแทน
ในด้านสินเชื่อนั้น สิทธิชัย ระบุว่า หลังจากที่จีนเปิดประเทศก็เริ่มมีลูกค้าจากไต้หวัน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ที่ต้องการเข้าลงทุนในจีนมากขึ้น จนปัจจุบันลูกค้าสินเชื่อของสาขาฮ่องกง เป็นลูกค้าในจีน 40% และฮ่องกง 60%
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจีนที่ชะลอการเติบโตลง ขณะที่หากอุตสาหกรรมใดมีความเสี่ยง จีนมักจะสั่งหยุดดำเนินการทัน ส่งผลให้บริษัทในอุตสาหกรรมนั้นๆ ไม่มีเงินทุนหมุนเวียนพอ แต่นโยบายดังกล่าวไม่กระทบต่อลูกค้าสินเชื่อในจีนของธนาคารมากนัก เพราะลูกค้าในจีนจะมีบริษัทแม่ในฮ่องกง สิงคโปร์ ดูแลช่วยเหลือ และมีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเริ่มมีลูกค้าจากจีนเริ่มหันมาใช้สินเชื่อในฮ่องกงมากขึ้น เพื่อหนีกฎเกณฑ์ที่ยุ่งยาก รวมทั้งค่าเงินเหรียญสหรัฐที่อ่อนตัวลง
แต่กระนั้น สิทธิชัย ก็ยอมรับว่ามีการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์







