ชีวิตอบอุ่นของไดมอนด์ หมาสุดเลิฟของสตางค์
เพียงแค่ได้ยินเรื่องราวของไดมอนด์ สุนัขพันธุ์ชิห์สุ ทางโทรศัพท์จากคุณแม่ของ “สตางค์ ขนอม”
โดย...วรธาร ภาพ แสตมป์ ขนอม
เพียงแค่ได้ยินเรื่องราวของไดมอนด์ สุนัขพันธุ์ชิห์สุ ทางโทรศัพท์จากคุณแม่ของ “สตางค์ ขนอม” เด็กหนุ่มวัย 23 ปี ที่เกิดในประเทศไทย แต่ไปเติบโตและศึกษาที่ต่างประเทศตั้งแต่ 4 ขวบ เพิ่งจะมาอยู่เมืองไทยได้ประมาณ 1 ปีกว่าๆ จึงอยากจะไปเห็น “ไดมอนด์” ตัวเป็นๆ พร้อมพูดคุยกับสตางค์ หนึ่งในเพื่อนร่วมห้องนอนของไดมอนด์ ครั้งนี้เราไม่ได้หนีบช่างภาพโพสต์ทูเดย์ไปด้วย เพราะได้ “แสตมป์” พี่สาวของสตางค์อาสากดชัตเตอร์ให้
ถามที่มาของไดมอนด์ หนุ่มหน้าหนวดอัธยาศัยดีที่แม้ภาษาไทยยังไม่แข็งแรง แต่สามารถประติดประต่อคำพูดได้ดี โดยมีแม่และพี่สาวคอยเสริม เล่าว่า ออกไปเดินเที่ยวกับครอบครัว แม่ พี่สาว เห็นอยู่ในร้านขายสุนัขแล้วทุกคนเกิดถูกชะตาอยากได้ แม่เลยซื้อมาเลี้ยงตั้งแต่ตัวเล็กๆ จนปัจจุบันอายุ 15 ปีแล้ว
“ครอบครัวผมอยู่ที่เมืองแอดิเลด ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย วันหนึ่งออกไปเที่ยวกับครอบครัวก็เห็นเจ้าไดมอนด์ รู้สึกชอบเลย คุณแม่ก็ชอบ พี่ก็ชอบ เลยซื้อมาเลี้ยง แล้วพวกเราก็เลี้ยงเขาเหมือนคน โดยไม่ได้คิดว่าเขาเป็นสัตว์เลย แม่ก็เลี้ยงเขาปฏิบัติกับเขาเหมือนลูกคนหนึ่ง ส่วนผมกับพี่สาวก็ปฏิบัติกับเขาเหมือนน้องคนหนึ่ง
พวกเราใส่ใจเขาทุกเรื่อง ทั้งเรื่องอาหาร สุขภาพ การควบคุมอาหาร เน้นความสะอาดเป็นสำคัญ เช่น อาบน้ำไดรขนให้ กินอาหารเสร็จเช็ดปากให้ ถ่ายเสร็จเช็ดล้างก้นให้แห้ง พาไปตรวจสุขภาพตลอด เวลาป่วยพาไปหาหมอ ปฏิบัติกับเขาเหมือนเด็กเล็กคนหนึ่ง
เวลานอนเขาจะนอนกับผมในห้องนอนผมเอง นอนหนุนหมอนด้วย วันหนึ่งคุณแม่ พี่สาวไปเห็นนอนอย่างนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ถึงกับเปรยขึ้นว่าเจ้าไดมอนด์เนี่ยช่างทำอะไรที่เหมือนคนเดี๊ยะนะ บางครั้งผมกับเขาก็นอนตะแคงหน้ากัน จนเขาหลับไปเองก็มี
ทุกวันครอบครัวของเราทุกคนจะให้ความรักความอบอุ่นแก่เขาด้วยการบอกรักที่ข้างหูเขา ‘ไอเลิฟยู’ แล้วเขาก็จะส่งเสียง โว้ววๆๆ ตอบ เหมือนกำลังจะบอกเราว่า ขอบคุณครับ นอกจากนี้บางวันเราก็จะร้องเพลงที่เขาชอบให้ฟัง เต้นให้เขาดู ซึ่งเขาจะมีความสุขมากด้วยการส่งเสียงไปด้วย เกือบทุกอิริยาบถของเขาตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันผมจะเก็บภาพเป็นวิดีโอเอาไว้ดูเพื่อศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของเขา คุณแม่จะชอบใจมาก ทุกคนดูแล้วมีความสุข”
สตางค์เล่าว่า ที่ออสเตรเลียจะสนับสนุนให้เด็กเลี้ยงสัตว์อะไรก็ได้ที่สามารถเลี้ยงได้ ไม่ว่า แมว สุนัข กระรอก เป็นต้น จุดประสงค์เพื่อต้องการให้เด็กๆ ได้รู้จักการเผื่อแผ่ การแบ่งปันน้ำใจ การมีจิตใจโอบอ้อมอารีไม่ว่าต่อคนและสัตว์
“สำหรับผม คุณแม่ปลูกฝังเสมอ ชีวิตคือชีวิต ไม่ว่าสัตว์ชนิดไหนก็ตามเมื่อเราดึงเขาเข้ามาในชีวิตแล้ว เราต้องสัญญากับเขาว่าจะต้องดูแลเขาอย่างดีจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตหรือเท่าชีวิตเรา ตั้งแต่เลี้ยงมาไดมอนด์เหมือนน้องของผม และผมก็รู้สึกว่าเขาก็รู้สึกกับผมว่าเขาเป็นน้องหรือเป็นพี่ของผม
เราไม่ได้เลี้ยงเขาตามแฟชั่นที่วันหนึ่งก็อาจจะปล่อยปละละเลย เช่น วันหนึ่งพอมันแก่ หรือป่วยเป็นโรค ขนร่วงขนหล่น เป็นเรื้อนหรือโรคผิวหนังก็ไม่อยากเลี้ยง เอาไปปล่อยทิ้ง แต่สำหรับครอบครัวผมแล้วเราเลี้ยงเขาเพราะความรักล้วนๆ เราเลี้ยงเขาเพราะอยากดูแลเหมือนเขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวจริงๆ
เวลาออกไปทำธุระนอกบ้าน พวกเราจะแบ่งเวลาให้กับเขา ไม่ปล่อยให้อยู่คนเดียว หรือเวลาจะออกไปเที่ยวพร้อมครอบครัวก็จะต้องดูว่าสถานที่นั้นๆ เช่น โรงแรมอนุญาตให้นำน้องหมาไปด้วยได้ไหม ดังนั้น ทุกทีที่เราไปจะมีเขาไปด้วยเสมอ”
ณ ตอนนี้ ไดมอนด์มีอายุ 15 ปี ถ้านับอายุหมาก็เป็นคุณปู่หมาไปแล้ว ดังนั้น สภาพร่างกาย การเยื้องย่างของไดมอนด์จึงเหมือนกับคนแก่ไม่ผิดเพี้ยน เวลาเดินจึงไม่กระฉับกระเฉง ปราดเปรียวเหมือนตอนหนุ่ม
“คืนหนึ่งเขาตื่นมาแล้วเขย่าตัวเอง ส่งเสียงร้องสภาพเหมือนคนที่เป็นอัลไซเมอร์ ไม่รู้ตัวเอง เรียกชื่อเขาก็ไม่รู้ตัว ต้องพาไปหาหมอ หมอบอกเขาแก่แล้วเริ่มมีอาการหลอน ซึ่งตอนที่เป็นอาการแบบนี้ถึงจะเรียกชื่อเขาก็ไม่รู้ตัว เรื่องแบบนี้ไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็เหมือนกัน ทุกสรรพสิ่งทุกสรรพสัตว์มีความเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา ไม่มีใครหนีกฎของธรรมชาติได้ เราทุกคนก็พยายามทำใจยอมรับกับธรรมชาติที่กำลังมาเยือนไดมอนด์ ซึ่งแม้จะทำใจยาก แต่ก็ต้องทำใจให้ได้”
สตางค์เล่าต่อว่า ตอนนี้ไดมอนด์สายตามองไม่เห็นแล้วหลังมาอยู่เมืองไทยได้เกือบ 1 ปี แต่แม้จะมองไม่เห็น ทว่าสัมผัสของเขายังดี สามารถจำทุกคนได้ด้วยการสัมผัสและฟังจากน้ำเสียง
“เกือบจะหนึ่งปีแล้วที่ไดมอนด์มองไม่เห็นครับ หลังย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย คือ ครอบครัวผมเพิ่งย้ายมาอยู่เมืองไทยได้ประมาณ 1 ปีเศษๆ พอมาได้พักหนึ่งไดมอนด์ก็ตามมาทางเครื่องบินคนเดียว แล้วพวกเราไปรับเขาที่คลังสินค้าที่สนามบิน ตอนแรกที่เห็นเขาก้มหน้า ไม่มองเราเลย แต่พอเราเรียกชื่อเขาและร้องเพลงที่เขาชอบให้ฟัง (เพลงอังกฤษ) เขาก็ค่อยๆ ลืมตามอง ตอนนั้นน้ำตาทุกคนไหลกันหมด พออยู่มาได้ไม่นาน เขาก็มีปัญหาสายตา ซึ่งหมอบอกว่าเป็นไปตามวัย อีกทั้งหมาพันธุ์นี้จะมีปัญหาเรื่องตาอยู่แล้ว ซึ่งเราก็เพิ่งจะรู้จากหมอ แต่เมื่อรู้ก็สายไปแล้ว ไม่สามารถที่จะรักษาได้ เพราะร่างกายไม่ไหว จะวางยาผ่าตัดก็ไม่ได้ ตอนนี้จึงได้แต่คอยดูแลเขาอย่างดีที่สุดตามสภาพร่างกายของเขาจะอำนวย แต่สิ่งที่เราให้เขาตลอดทุกวันคือความรักที่ไม่เคยลดน้อยถอยลงครับ” สตางค์ทิ้งท้าย
เกี่ยวกับไดมอนด์
ตั้งชื่อ ไดมอนด์ เพราะต้องการให้มีชีวิตอยู่นานๆ ไม่ว่าอะไรก็ตัดหรือพรากจากไปไม่ได้ เพราะไดมอนด์แปลว่าเพชร และเพชรเท่านั้นที่จะตัดเพชรได้
เป็นหมาที่รักและซื่อสัตย์กับเจ้าของทุกคนในบ้าน ถ้ามีใครที่ยังไม่เข้าบ้าน ไดมอนด์จะรอจนทุกคนกลับเข้าบ้านหมด
เวลาปวดฉี่และขับถ่ายจะส่งเสียงร้อง โว้วๆๆ ให้ได้ยิน ไม่เคยฉี่ราดบนที่นอน เพราะเขาจะรู้สึกผิดถ้าทำอย่างนั้น
ทุกครั้งที่สื่อสารกับไดมอนด์ ต้องใช้ภาษาอังกฤษอย่างเดียว เพราะไดมอนด์เกิดและเติบโตที่ออสเตรเลีย
ความสามารถที่เห็นแล้วฮา คือ แสดงท่าคนที่ถูกยิงแล้ว พอได้ยินเสียงปืน เปรี้ยงๆๆ ไดมอนด์จะร้อง โอ้ววๆๆๆ ล้มลงและกลิ้งตัวไปเหมือนคนถูกยิงที่กำลังจะตาย


