posttoday

โศกนาฏกรรมสีครามฆ่าล้างเผาพันธุ์ฉลาม

09 กุมภาพันธ์ 2557

อีกเพียงช่วงอายุคนเดียว หรือสั้นกว่านั้น “ปลาฉลาม” จะหลงเหลือให้เห็นเพียงในภาพยนตร์สารคดี คอมพิวเตอร์กราฟฟิก หรือเฉพาะในโปสเตอร์สัตว์น้ำประกอบแบบเรียน

อีกเพียงช่วงอายุคนเดียว หรือสั้นกว่านั้น “ปลาฉลาม” จะหลงเหลือให้เห็นเพียงในภาพยนตร์สารคดี คอมพิวเตอร์กราฟฟิก หรือเฉพาะในโปสเตอร์สัตว์น้ำประกอบแบบเรียน

ในยุคนั้น ข่าวการค้นพบ “ปลาฉลาม” ตัวเป็นๆ แหวกว่ายในท้องทะเลจะกลายเป็นวาระอันน่ายินดีของเหล่ามนุษยชาติ

“สถิติปลาฉลามทั่วโลกลดลงอย่างน่าใจหาย ประชากรของมันลดลงเกินกว่าครึ่ง และ 1 ใน 3 ของสายพันธุ์กำลังเข้าสู่ภาวะสูญพันธุ์” เจ้าหน้าที่ไอยูซีเอ็น International Union for the Conservation of Nature หน่วยงานอนุรักษ์ยักษ์ใหญ่ ให้ภาพสถานการณ์ โดยสาเหตุหลักคือคนนิยมบริโภคครีบฉลามด้วยเชื่อว่ามีสรรพคุณบำรุงชั้นเลิศ

“เฉพาะช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประชากรของฉลามลดลงกว่า 80% ซ้ำร้ายกว่านั้นในแต่ละปีมีปลาฉลามถูกล่าเพื่อการค้าและการกีฬาร่วมๆ 100 ล้านตัว”

ในหลายประเทศกำลังประสบปัญหาการลดลงของประชากรปลาฉลามอย่างรวดเร็ว “เดอะ การ์เดียน” สื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศอังกฤษ ประโคมข่าวการล่าปลาฉลามของประเทศญี่ปุ่น โดยระบุว่า ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ล่าปลาฉลามไปแล้ว 6.5 หมื่นตัน และแต่ละปีทั่วโลกมีการล่าปลาฉลามไม่ต่ำกว่า 73 ล้านตัว

“นี่มันเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชัดๆ” เดอะ การ์เดียน ระบุ

ขณะที่ประเทศออสเตรเลีย รัฐบาลได้ประกาศให้สามารถสังหารปลาฉลามที่ชุกชุมอยู่ตามชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศได้อย่างถูกกฎหมาย เพียงเพื่อต้องการลดความเสี่ยงให้ประชาชนจากการถูกปลาฉลามทำร้าย เนื่องจากตั้งแต่ต้นปี 2556 มีผู้ถูกทำร้ายแล้ว 5 ราย

นอร์แมน มัวร์ รมว.กระทรวงประมงของออสเตรเลีย แถลงว่า รัฐบาลทุ่มงบรวม 220 ล้านบาท เพื่อดำเนินนโยบายปฏิบัติการเชิงรุก ตรวจหา ไล่ล่า และจับปลาฉลามให้ได้มากที่สุด โดยไม่เปิดโอกาสให้ปลาฉลามเป็นฝ่ายเข้าโจมตีมนุษย์ก่อน

อย่างไรก็ดี องค์กรด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสากล The PEW Charitable Trusts รายงานไว้ว่า แต่ละปีทั่วโลกจะมีมนุษย์ถูกปลาฉลามทำร้ายเพียง 65 รายเท่านั้น ในจำนวนนี้เสียชีวิตเพียง 23 ราย

ขณะที่ประเทศเปรู มีรายงานว่าช่วงปลายปี 2556 เป็นต้นมา เปรูสามารถเพิ่มยอดขายครีบปลาฉลามให้กับเอเชียได้มากขึ้น เป็นเหตุให้ชาวประมงออกล่า “ปลาโลมา” ไม่ต่ำกว่าปีละ 1.5 หมื่นตัว เพื่อนำเนื้อของปลาโลมาเป็นเป็นเหยื่อล่อปลาฉลามอีกทอดหนึ่ง

สำหรับประเทศไทย เมื่อต้นปี 2556 องค์กร Shark Guardian สัญชาติอังกฤษ ได้จัดทำโครงการชื่อ “EShark Project” มีเป้าหมายเพื่อสำรวจประชากรปลาฉลามที่ยังหลงเหลืออยู่ในประเทศไทย โดยจะสิ้นสุดการศึกษาในช่วงเดือน เม.ย.นี้

Shark Guardian ได้ขอความร่วมมือกับกลุ่มนักประดาน้ำ ชาวประมง คนขับเรือ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับท้องทะเล ให้ช่วยรายงานสถานการณ์ปลาฉลามในพื้นที่ต่างๆ เช่น บริเวณที่พบ หรือบริเวณที่ไม่พบ โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่ เกาะเต่า เกาะพีพี เกาะภูเก็ต เกาะลันตา เกาะสิมิลัน

“การรู้จำนวนที่แน่นอนจะช่วยในการรณรงค์และอนุรักษ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” Shark Guardian เชื่อเช่นนั้น เพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยไม่เคยมีการสำรวจสถานการณ์ปลาฉลามในท้องทะเลอย่างจริงจัง

ทว่า ข้อมูลเบื้องต้นทำให้ชาวไทยต้องฉุกคิด

“จากข้อมูลของนักประดาน้ำรายงานตรงกันว่าตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา พบเห็นปลาฉลามน้อยลงกว่า 95% นั่นหมายความว่าแทบจะไม่พบปลาฉลามในพื้นที่อีกแล้ว”

คนทั่วไปอาจไม่รู้ แต่ในแวดวงนักตกปลาโดยเฉพาะชาวต่างชาติต่างรู้กันดีว่าประเทศไทยเปิดให้ล่าปลาฉลามกันอย่างโจ่งแจ้ง เพียงแค่คุณกรอกคำว่า “Shark fishing in Thailand” ลงในเว็บเสิร์ชเอนจิ้น ก็จะได้พบเว็บไซต์โฆษณาขาย “โปรแกรมตกปลาฉลาม” โดยมีการชวนเชื่อว่า “คุณสามารถตกปลาฉลามได้ในหลายแห่งของภาคใต้” พร้อมทั้งโชว์ภาพปลาฉลามขนาดต่างๆ หลากหลายสายพันธุ์ถูกขอเกี่ยวขึ้นมาเหนือน้ำ

ธุรกิจดังกล่าว สะท้อนถึงมาตรการทางกฎหมายที่ยังไม่สามารถที่ย่อหย่อน โดยเฉพาะกับกลุ่มบุคคลที่ล่วงละเมิดเข้าไปล่าสัตว์ในเขตอนุรักษ์ที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ข่าวล่าสุด

พักเรื่องบินมาฟินเรื่องช็อป! ไอคอนสยาม-ไอซีเอส จัดหนักแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ขนสิทธิพิเศษสู้สงกรานต์ตลอดเดือนเมษายนนี้