posttoday
‘บ้าน’ ความสุขแห่งชีวิต โค้ชตัวจริง ‘อัจฉรา จุ้ยเจริญ’

‘บ้าน’ ความสุขแห่งชีวิต โค้ชตัวจริง ‘อัจฉรา จุ้ยเจริญ’

08 กุมภาพันธ์ 2557

ขึ้นชื่อเป็นที่ปรึกษาและโค้ชผู้บริหารที่มีงานชุกมากที่สุดคนหนึ่ง “อัจฉรา จุ้ยเจริญ” หรืออาจารย์เจี๊ยบ

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

ขึ้นชื่อเป็นที่ปรึกษาและโค้ชผู้บริหารที่มีงานชุกมากที่สุดคนหนึ่ง “อัจฉรา จุ้ยเจริญ” หรืออาจารย์เจี๊ยบ ต้องจัดตารางฝึกอบรม (Coaching) ให้กับผู้นำองค์กรขนาดใหญ่จำนวนมากที่รอคิวไม่ขาดสาย

เพราะปัจจุบันองค์กรต่างๆ เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรมากขึ้น โดยเฉพาะการโค้ชชิ่งให้กับผู้บริหารภายในองค์กร เพื่อรักษาคนเก่งและดึงดูดหัวกะทิให้มาร่วมงาน ท่ามกลางสงครามแย่งชิงบุคลากรมากความสามารถ

การเป็นคนชอบทำงานและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ทำให้อาจารย์เจี๊ยบใช้เวลาอยู่ที่โต๊ะทำงานได้ตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 5 ทุ่ม โดยไม่รู้สึกว่าทำงานหนัก แต่สิ่งสำคัญที่ช่วยให้เวลา 16 ชั่วโมงผ่านไปแบบเพลินๆ คือ สวนต้นไม้ในบ้าน ที่ทำให้รู้สึกสบายตาและสบายใจ

อาจารย์เจี๊ยบจึงตั้งใจให้ห้องทำงานและห้องอ่านหนังสืออยู่ใกล้สวนหน้าบ้าน เพื่อให้สามารถเห็นต้นไม้และดอกไม้ได้ตลอดเวลา และที่สำคัญ มุมโปรดทั้งสองแห่งในบ้านหลังนี้ยังเป็นแหล่งผลิตไอเดียที่ใช้ในการโค้ชชิ่ง และบริหารบริษัทของตัวเองที่ชื่อว่า แอคคอม แอนด์ อิมเมจ อินเตอร์เนชั่นแนล

“สิ่งแวดล้อมภายในบ้านมีความสำคัญกับการใช้ชีวิตและทำงาน เป็นรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ที่เราจะให้กับชีวิตได้ อีกทั้งการปลูกต้นไม้ก็มีแต่แง่ดี ทั้งช่วยผ่อนคลายสายตาของตัวเราและเพื่อนบ้าน ให้ออกซิเจนกับโลก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่จำเป็นต้องตกแต่งบ้านด้วยของราคาแพงๆ”

อาจารย์เจี๊ยบมองว่า หลังจากทำงานเครียดๆ มาแล้ว ต้องให้รางวัลกับตัวเอง ด้วยการพักผ่อนอยู่บ้านท่ามกลางสิ่งแวดล้อมดีๆ ซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพกายและใจในระยะยาว ไม่ใช่ออกไปเที่ยวนอกบ้าน ที่เป็นความสุขแค่ระยะสั้น

ที่จริงก่อนหน้านี้ เธอคุ้นเคยกับการทำงานจนลืมเวลา และแทบจะกินนอนอยู่ออฟฟิศ แต่ระยะหลังตัดสินใจแยกบ้านกับที่ทำงานอย่างชัดเจน เพราะมองว่าการใช้ชีวิตแบบนี้ไม่ดีในระยะยาว จึงต้องสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน

ทั้งนี้ บริษัท แอคคอมฯ ไม่ได้ขายเฉพาะองค์ความรู้เท่านั้น หากให้คำแนะนำผู้บริหารไปว่า ให้บริหารเวลา ดูแลสุขภาพ แต่ผู้สอนกลับดูโทรม แก่กว่าอายุ ผู้เรียนก็คงจะไม่เชื่อ ดังนั้น ผู้สอนก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี

นี่ทำให้ปัจจุบันโค้ชตัวจริงเสียงจริงรายนี้ใช้เวลาทำงานอยู่นอกออฟฟิศเป็นส่วนใหญ่ ไม่นั่งทำงานที่บ้าน ก็ออกไปพบลูกค้า หรือเข้าคลาสสอน และพยายามจะทำงานถึงแค่ 6 โมงเย็น ไม่ให้ดึกมากเหมือนเมื่อก่อน

นอกจากนี้ ยังกระจายงานให้ลูกน้องช่วยบริหารจัดการมากขึ้น และปล่อยวางด้วยการฝึกสมาธิในระหว่างนั่งรถไปไหนมาไหน ไม่แบกเรื่องงานตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อน

ผลพลอยได้ คือ มีสมาธิมากขึ้น ทำให้อ่านหนังสือได้นานขึ้น จากเดิมที่อ่านหนังสือก่อนนอนได้วันละเล็กละน้อยเท่านั้น เพราะมีความเครียด อาจารย์เจี๊ยบจึงแนะนำบรรดาผู้บริหารที่มักงานยุ่งอยู่ตลอดว่า ลองหันมาฝึกนั่งสมาธิสัก 1015 นาที ซึ่งเป็นการฝึกสมอง ยิ่งทำบ่อยๆ ก็จะยิ่งเก่ง เพราะปกติความคิดของคนเรามักกระโดดไปเรื่องโน้นเรื่องนี้ หากมีสมาธิก็จะสามารถกลับมาโฟกัสเรื่องตรงหน้าได้

“ยิ่งเป็นโค้ช การฟังถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการสอน เราต้องตั้งใจฟังคนที่เราสอน เพื่อให้รู้ว่าช่วยพัฒนาเขาอย่างไร และใช้ทรัพยากรที่เขามีอยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างไร หากเราไม่ฝึกสมาธิ ความคิดก็จะกระเจิดกระเจิงไปเรื่องนั้นเรื่องนี้ ดึงกลับมาไม่ได้”

ส่วนกิจกรรมสุดโปรดของอาจารย์เจี๊ยบ คือ การอ่านหนังสือ ที่จะต้องอ่านก่อนนอนทุกวัน โดยชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรและการโค้ชชิง นอกจากนี้ ก็ชอบเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ โดยเรียนผ่านสัมมนาออนไลน์ (Webinar)

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน